Birthdays Gift

Couple : Yusuke * Akira
Author : rena

“พวกนายเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะ”
“เรียบร้อยแล้วน่า งานนี้ไม่มีพลาดหรอก”
“แต่ฉันว่ามันไม่ดีนะ เราควรที่จะถามความสมัครใจของอากิระก่อนไม่ใช่เหรอไง”
“ไม่เอาน่าชินยะ ฉันบอกแล้วไงว่าเจ้าอากิอ่ะ มันก็แอบชอบเขาอยู่เหมือนกันนั่นแหละ จริงไหมฮิโรกิ”
“จริงอย่างที่เคตะว่านะชินยะ อากิระน่ะพูดถึงหมอนั่นให้ฉันฟังไม่หยุดเลย แล้วสังเกตสายตาของอากิระเวลามองหมอนั่นไหมล่ะ”
“แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าหมอนั่นจะชนะ ฉันก็บอกพวกนายแล้วว่าให้ซื้อของขวัญต่างหากมาอีกชิ้นนึง คนนึงได้ คนนึงไม่ได้ แบบนี้มีที่ไหนกัน”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฮิซาโตะไม่เคยชนะยูสุเกะได้หรอก ของแบบนี้มันรู้ทางกัน” ฮิโรกิพูดอย่างมั่นใจ
“ถึงอย่างงั้นก็เถอะ...” ชินยะยังคงดึงดัน
“นายพูดแบบนี้เพราะงอนที่พวกเราไม่ได้จัดงานให้นายมาสองปีซ้อนแล้วใช่ไหมล่ะ ก็ช่วงนั้นมันติดงานนี่นา ไหนจะออกทัวร์อีก” เคตะพูดขึ้น
“เปล่าสักหน่อย ไม่ใช่เรื่องนั้น ก็ถ้าเกิดฮิซาโตะฟลุ๊คชนะขึ้นมา หรือยูสุเกะใจอ่อนปล่อยให้น้องชนะ แบบนี้อากิระไม่แย่หรอกเหรอ”

เมื่อได้ยินที่ชินยะพูด ทั้งสองคนก็ต่างเงียบ
“อย่างน้อยก็หน้าเหมือนกัน...คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ” เคตะพูดออกมาแบบไม่ค่อยมั่นใจ
“ถ้าเป็นแบบนั้นเราคงต้องหาวิธีอื่นมารับมือ…”
“วิธีอะไรเหรอ พวกนายพูดเรื่องอะไรกันอยู่น่ะ” อากิระที่เพิ่งเดินออกจากห้องมาเอ่ยถามขึ้น
“อะ...อากิระ มาตั้งแต่เมื่อไร” เคตะพูดขึ้น
“ก็เมื่อกี้นี่แหละ แล้วเป็นอะไรกัน ทำหน้ายังกับเห็นผี ชุดนี้ไม่ดีเหรอ” อากิระพูดพลางหมุนตัวให้ทั้งสามคนดู

เขาใส่เสื้อยืดแขนกุดสวมทับด้วยแจ๊คเก็ตมีฮู้ดสีขาว กางเกงยีนส์เข้ารูปสีดำ
“ดีสิ ชุดนี้นายใส่แล้วดูดีมาก ๆ เลยล่ะอากิระ” ฮิโรกิเอ่ย คำตอบนั้นถึงกับทำให้อากิระยิ้มแป้น
“อากิระ นาย...โอเคไหม” ชินยะเอ่ยถามขึ้น
“หือ โอเคอะไร”
“ก็รู้สึกไม่สบายหรือเปล่า ถ้าไงนายจะไม่ไปก็ได้นะ”
“จะบ้าเหรอชินยะ” เคตะพูดพลางกระตุกชายเสื้อของชินยะดึงลากไปอีกทาง
“นายคิดจะทำอะไรน่ะ เราเตรียมแผนการนี้มาเป็นอาทิตย์ ๆ แล้วนะ อีกอย่างพวกเราก็ไม่มีของอย่างอื่นเตรียมไว้ด้วย จะให้ไปมือเปล่าได้ยังไง”
“ช่างสิ ฉันน่ะไม่เห็นด้วยกับแผนการนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
“ไม่เอาน่าชินยะ ถือว่าฉันขอร้องนะ เรามากันขนาดนี้แล้ว นะ ๆ” เคตะส่งสายตาออดอ้อน
“ก็ได้...แต่ถ้าถึงตอนนั้นแล้วอากิระเขาไม่ยินยอมขึ้นมา พวกเราต้องล้มเลิกแผนการนี้นะ”
“ได้ ๆ พวกเราไม่บังคับอากิระอยู่แล้วล่ะน่า ทุกอย่างที่ทำไปนี่ก็เพื่ออากิระทั้งนั้นแหละ”
ชินยะคิดว่าเคตะก็คงแค่อยากจะสนุกเท่านั้นแหละ ไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นหรอก แต่เขาก็ไม่อาจขัดใจเคตะได้

ก็คนตรงหน้าเขาออกจะน่ารักขนาดนี้นี่นา
“ชินยะกะเคตะเป็นอะไรหรือเปล่าอ่ะ ทำไมต้องหลบไปคุยกันกระหนุงกระหนิงด้วย”
“ชินยะวันนี้มันเพี้ยน ๆ น่ะ อย่าไปสนคำพูดมันมากเลย เมื่อคืนมันทะเลาะกับเคตะมา”
“ยังงั้นเหรอ...” อากิระยังคงรู้สึกแคลงใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร
“นี่พวกนายสองคนน่ะปรับความเข้าใจกันเสร็จหรือยัง เดี๋ยวก็ไปสายหรอก นี่ห้าโมงเย็นแล้วนะ” ฮิโรกิตะโกนเรียก

เขาอยากไปให้ถึงก่อนเวลางานนิดหน่อยเพราะยังต้องไปจัดเตรียมอะไรอีกเยอะ

“เสร็จแล้ว ๆ ไปกันหรือยังล่ะ” เคตะกับชินยะเดินกลับมา

“อ๊ะ เดี๋ยวฉันไปใส่มูสเพิ่มอีกนิดนึงนะ เดี๋ยวแป๊บนึง” อากิระพูดจบก็วิ่งกลับเข้าห้องไป ฮิโรกิกับเคตะหันมามองหน้ากันยิ้ม ๆ

“เริ่มแผนปฏิบัติการได้”

********************

ณ ห้องจัดเลี้ยงบนโรงแรม
“ชะเง้อหาใครอยู่เหรอยูสุเกะ” ยูเอ่ยยิ้ม ๆ
“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่มองไปรอบ ๆ เฉย ๆ”
“ถ้าพวกลีดล่ะก็เดี๋ยวก็คงมาน่า ไม่ต้องใจร้อนหรอก” ยูเอ่ยอย่างรู้ทัน
“ก็บอกว่าเปล่า ฉันกำลังมองหาเจ้าเคียวมันต่างหากล่ะ”
“เคียวเฮก็อยู่กับฮิซาโตะตรงโน้นไง อยากเจอใช่ไหม เดี๋ยวเรียกให้”
“เฮ้ย ไม่ต้อง...” ยูสุเกะเอ่ยห้ามแต่ก็ช้าไปซะแล้วเพราะยูตะโกนเรียกเรียบร้อย
“มีอะไรเหรอยู” เคียวเฮเดินมาพร้อมกับฮิซาโตะ
“ยูสุเกะอยากเจอน่ะ” ยูเอ่ยยิ้ม ๆ ยูสุเกะได้แต่คิดว่า ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้ายู!
“โห นายคิดถึงฉันขนาดนี้เลยเหรอวะยูสุเกะ โอ๋ ๆๆ มามะ ๆ”
“เฮ้ย ๆ อย่ามานัวเนียนะเว้ย ขนลุก ไปไกล ๆ เลยไป”
“ไม่ต้องเขิน ๆ คนกันเองน่า”
“อ๊ะ พวกลีดมากันโน่นแล้ว” ฮิซาโตะเอ่ยขึ้น ยูสุเกะได้ยินอย่างนั้นก็รีบผลักเคียวเฮออกอย่างแรง

“โอ๊ย ทำไมรุนแรงจังวะ ล้อเล่นแค่เนี้ย” เคียวเฮบ่นพึมพำ ยูเดินมาตบไหล่เขาเบา ๆ พร้อมกับชี้ให้ดูยูสุเกะที่ตอนนี้ชะเง้อชะแง้ยืนคอยพวกลีดอยู่
“ความรักทำให้คนตาบอด” ยูเอ่ยเบา ๆ
“ไม่น่าล่ะถึงได้มืดไปทั้งตัว” เคียวเฮเอ่ย

“ว่าอะไรนะ” ฮิซาโตะหันมาถาม

“เปล่า ฉันไม่ได้ว่าแกนะ”

“แล้วไป”

เมื่อพวกลีดเดินมาถึง อากิระก็เดินตรงเข้าหายูสุเกะก่อนคนแรก
“สุขสันต์วันเกิดฮะพี่ยูสุเกะ” อากิระเอ่ยพร้อมกับยื่นของขวัญให้
“ขอบใจนะอากิระ” ยูสุเกะเอ่ยพลางรับของขวัญมา
“เป็นนาฬิกาข้อมือน่ะฮะ เหมือนกับเรือนที่ผมใส่อยู่ แต่ของพี่เป็นสีดำ ของผมเป็นสีขาว ไม่รู้ถูกใจไหม”
“ถูกใจสิ พี่ชอบมากเลยนะ” สายตาของยูสุเกะไม่ได้มองที่ของเลย เขาเอาแต่จ้องมองอากิระไม่วางตา
“ยังไม่ทันเห็นเลยจะรู้ว่าชอบได้ไง ลองแกะดูสิฮะ” อากิระพูดขึ้น ทำให้ยูสุเกะต้อง(จำใจ)เบนสายตาลงมาที่ของขวัญและค่อย ๆ แกะอย่างตั้งใจ
“ของพี่ล่ะอากิระ” เจ้าของวันเกิดอีกคนที่ถูกลืมเอ่ยทักขึ้น
“อ๊ะ ของพี่อยู่นี่ฮะ สุขสันต์วันเกิดนะฮะพี่ฮิซาโตะ เป็นหมวกน่ะฮะ หวังว่าพี่คงจะชอบ” อากิระยื่นของขวัญอีกกล่องให้ฮิซาโตะ
“ขอบใจนะอากิระ แล้วพวกนายล่ะ เอาของขวัญมาซะดี ๆ” ฮิซาโตะเอ่ยทวงพวกลีดคนอื่น ๆ
“เราสามคนมีของขวัญชิ้นพิเศษที่หุ้นกันไว้ แต่รอก่อน ไว้จะให้ตอนใกล้ ๆ จะเลิกงาน เพราะของ ๆ พวกเราใหญ่มาก” ฮิโรกิเอ่ยขึ้น
“ใช่ฮะ ๆ ของขวัญชิ้นนี้รับรองว่าพวกพี่ต้องถูกใจแน่ ๆ โดยเฉพาะพี่ยูสุเกะ” เคตะพูดยิ้ม ๆ
“จริงเหรอเคตะ พูดอย่างนี้ชักอยากรู้แล้วว่าเป็นอะไร” ยูสุเกะที่กําลังใส่นาฬิกาข้อมือที่อากิระซื้อให้พูดขึ้น
“แต่ถ้าอากิระไม่...อุ๊บส์...” ชินยะถูกมือของเคตะอุดปากไว้ คนอื่น ๆ หันมามองพวกเขาอย่างงง ๆ
“เดี๋ยวเราสองคนขอตัวไปเดินดูทั่ว ๆ โรงแรมหน่อยนะฮะ เลือกโรงแรมได้สวยจัง ไว้พวกผมคงต้องมาใช้บริการบ้างแล้ว ดีไหมล่ะชินยะ

นายอยากให้พวกเราจัดงานให้ไม่ใช่เหรอ ไปเดินดูกันทั่ว ๆ เหอะนะ” เคตะพูดจบก็ดึงลากชินยะเดินออกจากงานไป
“นายแน่ใจเหรอว่าพวกนั้นปรับความเข้าใจกันแล้ว” อากิระเอ่ยถามฮิโรกิเบา ๆ
“คิดว่านะ...”
อากิระกับยูสุเกะแทบจะใช้เวลาในงานอยู่ด้วยกันตลอด ทั้งสองคนยืนคุยกันอยู่นอกห้องจัดงานเลี้ยงในมุมหนึ่งของโรงแรมที่คนไม่พลุกพล่านนัก
“จริงเหรอฮะ”
“จริงสิ จากนั้นนะพี่ก็...”
“มาอยู่นี่เองยูสุเกะ หาตั้งนาน” เสียงของฮิซาโตะเอ่ยขัดขึ้น
“มีอะไรฮิซาโตะ ฉันกำลังคุยกับอากิระอยู่นะ”
“วันนี้ไม่ใช่วันเกิดฉันคนเดียวนะ ทำไมนายต้องปล่อยให้ฉันทำหน้าที่รับแขกคนเดียวด้วย คนอื่น ๆ เขาถามหานายกันทั้งนั้นนะ”
“นายก็ช่วยรับแขกแทนฉันไปสิ นายก็รู้ว่าของอย่างนี้ฉันไม่ค่อยถนัด”
“ไม่ต้องเลย มาด้วยกันเดี๋ยวนี้ ผู้จัดการเรียกหานายแล้วนะ ขอยืมตัวยูสุเกะเดี๋ยวนะอากิระ” ฮิซาโตะหันไปส่งยิ้มให้อากิระ
“ทำไมต้องขอผมด้วยล่ะฮะ พี่ยูสุเกะไม่ใช่ของ ๆ ผมสักหน่อย” อากิระพูดเขิน ๆ
“เอาน่า ยูสุเกะนายมากะฉันเร็ว ๆ เลย”
“ให้พี่ไปตามฮิโรกิมาให้ไหม”
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ พี่ยูสุเกะรีบไปเถอะ”
“งั้นเดี๋ยวพี่มานะ”
“ฮะ” อากิระพูดพร้อมกับส่งยิ้มน้อย ๆ ให้ เขามองยูสุเกะเดินจากไปจนลับสายตา รอยยิ้มยังคงไม่จางหายไปจากริมฝีปาก
“ยืนยิ้มอยู่คนเดียว ดูท่าจะมีความสุขจริงนะอากิระ” ฮิโรกิเอ่ยทักขึ้น เขายื่นแก้วน้ำพันซ์ให้กับอากิระ
“เปล่าสักหน่อย” อากิระพูดพลางอมยิ้ม เขารับแก้วมาดื่ม
“ถ้าชอบก็สารภาพไปสิ ดูท่ายูสุเกะเขาก็มีใจให้นายนะ”
“ไม่หรอก...พี่ยูสุเกะน่ะคิดกับเราเหมือนน้องชายเท่านั้นแหละ” อากิระพูดพลางทำหน้าเศร้า
“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง ก็เพราะนายกลัวอย่างนี้น่ะสิ ถึงเป็นได้แค่น้องชาย”
“นายพูดถูกนะฮิโรกิ แต่เราก็ขอยอมเป็นน้องชายดีกว่ากลายเป็นคนที่เข้าหน้ากันไม่ติดไปตลอดชีวิต แค่ได้อยู่ข้าง ๆ ได้คุย ได้เห็นหน้ากันบ้าง

แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วล่ะ”
“ก็เพราะว่านายเป็นซะแบบเนี้ย ชินยะถึงได้...”
“เรื่องนั้นมันจบไปแล้วนะฮิโรกิ อย่าพูดขึ้นมาอีก นายก็รู้ว่าถ้าเคตะรู้แล้วจะเป็นยังไง”
“นั่นสินะ ฉันขอโทษ”
“ช่างเถอะ” อากิระพูดพลางหันหน้าไปอีกทาง สักพักเขาก็รู้สึกแปลก ๆ
“ทะ...ทำไมฉันถึงรู้สึกมึน ๆ นะ น้ำพันซ์อันนี้ผสมเหล้าหรือเปล่าน่ะ” อากิระพูดขึ้นพลางจ้องมองแก้วน้ำพันซ์ที่เขาดื่มไปครึ่งนึงแล้ว
“สงสัยจะใช่นะ นายมึนมากไหม” ฮิโรกิเอ่ยถาม อากิระพยักหน้าน้อย ๆ พอดีกับที่ชินยะกับเคตะเดินมาพอดี
“อ๊ะ พวกนายมาพอดีเลย ช่วยกันพาอากิระไปหาที่นั่งกันหน่อยสิ ดูเหมือนอากิระจะไม่ค่อยสบายน่ะ เดินไหวไหมอากิระ”
“ไม่เป็นไร...ฉันจะอยู่ที่นี่ จะรอพี่ยูสุ...” ยังไม่ทันพูดจบอากิระก็ทรุดตัวลงแล้วหมดสติไปในอ้อมแขนของฮิโรกิ
“นายใส่ยาแรงไปหรือเปล่าฮิโรกิ เกิดอากิระหลับไปถึงเช้าจะทำไงล่ะ” เคตะถามขึ้น
“ไม่นะ ฉันถามมาแล้ว ปริมาณขนาดนี้จะหลับไปหนึ่งชั่วโมงแค่นั้นแหละ พวกเราก็รีบลงมือกันเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันการ”

ฮิโรกิพูดพลางทำท่าจะอุ้มอากิระ
“ฉันอุ้มเอง” ชินยะเข้ามาอุ้มร่างของอากิระไปจากฮิโรกิ ฮิโรกิมองเขาอย่างงง ๆ ส่วนเคตะนั้นทำหน้ามุ่ยน้อย ๆ
“นายไม่มีแรงอุ้มหรอก” ชินยะเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองมองเขาแปลก ๆ

“ฉันเนี่ยนะไม่มีแรง เห็นอย่างนี้แขนฉันใหญ่นะ อุ้มอากิระได้สบาย ๆ”
“เออน่า เดี๋ยวฉันอุ้มเอง เกิดนายสะดุดแล้วทำอากิระตกจะทำยังไง รีบเดินไปกดลิฟท์สิ” ชินยะพูดพลางเดินนำหน้าไป

ไม่สนใจสายตาของทั้งสองคนและคนอื่น ๆ ที่มองมา

“ไปเถอะเคตะ” ฮิโรกิพูดขึ้นพลางดึงเคตะที่ยืนหน้ามุ่ยไปกับเขาด้วย

********************

ตอนนี้แขกคนอื่น ๆ ได้เริ่มทยอยกลับกันแล้ว ยูสุเกะยังคงเดินไปทั่วงานตามหาใครคนหนึ่งอยู่
“ยู เซโงะ เห็นพวกลีดบ้างไหม กลับกันไปแล้วเหรอ”
“ไม่เห็นนะ ทำไมเหรอยูสุเกะ” เซโงะถามขึ้น
“ถามว่าเห็นอากิระมั้ยจะตรงตัวกว่านะยูสุเกะ” ยูพูดขึ้น
“นั่นแหละ ๆ นายเห็นหรือเปล่ายู” ยูสุเกะเบื่อที่จะปิดบังแล้ว ก็ในเมื่อเจ้าเพื่อนตัวดีของเขาคนนี้ช่างรู้ทันนัก
“ไม่เห็นนะ ถ้าห่วงมากขนาดนี้ ทำไมไม่ล่ามโซ่ไว้กับตัวเลยล่ะ” ยูพูดล้อ
“ทำได้ก็ทำไปแล้ว เพราะเจ้าฮิซาโตะคนเดียวเลย” ยูสุเกะบ่นพึมพำ สักพักฮิซาโตะก็เดินมากับเคียวเฮ
“ยูสุเกะ ฮิโรกิเรียกพวกเราให้ไปหาข้างนอกล่ะ สงสัยได้เวลาให้ของขวัญแล้ว ตื่นเต้นจัง เห็นบอกว่าใหญ่ อยากรู้จริง ๆ ว่าอะไร”
“อากิระล่ะ อากิระอยู่หรือเปล่า”
“ไม่รู้สิ เห็นฮิโรกิยืนอยู่คนเดียวนะ”
“งั้นก็รีบไปกันเถอะ” ยูสุเกะไม่สนของขวัญที่ว่านั่นหรอก เขาแค่อยากจะถามฮิโรกิว่าอากิระอยู่ไหนเท่านั้นเอง

พวกเขาเดินออกมาหาฮิโรกิซึ่งยืนอยู่คนเดียวที่หน้าลิฟท์
“ฮิโรกิ อากิระกลับไปหรือยัง” ยูสุเกะเมื่อเห็นฮิโรกิก็พุ่งคำถามใส่ทันที
“เดี๋ยว ๆ ใจเย็น ๆ ยังไม่ได้กลับ เดี๋ยวก็เจอ แต่ขอบอกก่อนว่าของขวัญที่จะให้พวกนายน่ะมีแค่ชิ้นเดียว เพราะฉะนั้นต้องเป่ายิ้งฉุบกันนะ”
“ช่างเถอะ ของขวัญน่ะฉันยกให้ฮิซาโตะมันก็ได้ ว่าแต่อากิระอยู่ไหน”
“ไม่ได้นะ เป่ายิ้งฉุบดีกว่าน่า เอาให้แฟร์ ๆ” เมื่อเห็นฮิโรกิดึงดัน ยูสุเกะเลยตามใจ เขาออกค้อนอย่างตั้งใจ

เพราะฮิซาโตะชอบออกกระดาษก่อนเสมอ
“เย้ ชนะแล้ว ฉันชนะแล้ว เห็นไหมยู เห็นไหมเคียว เห็นเปล่าเซโงะ” ฮิซาโตะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
“ไม่ได้ ๆ ต้อง 3 ครั้ง” ฮิโรกิพูดขึ้น
“โธ่ ทีหลังบอกให้เคลียร์ ๆ หน่อยสิ เอาก็เอา ยูสุเกะมา” คราวนี้ฮิซาโตะออกค้อน ยูสุเกะออกกรรไกร ฮิซาโตะมักจะออกเป็นแพทเทิร์นไปเรื่อย

ๆ กระดาษ ค้อน กรรไกร เรื่องนี้ยูสุเกะรู้ดี

“วันนี้ฉันมากะดวงจริง ๆ นะเนี่ย ไหนล่ะของขวัญ ฉันชนะแล้วน้า” ฮิซาโตะเอ่ยอย่างดีใจ
“ไม่ได้ ๆ ฉันพูดผิด ต้อง 5 ครั้ง เพราะฉะนั้นนายต้องชนะ 3 ครั้งก่อนถึงจะชนะจริง ๆ” ฮิโรกิเฉไฉไปเรื่อย ๆ เขาค่อย ๆ

เขยิบตัวไปกระซิบกับยูสุเกะ
“นายตั้งใจแพ้ใช่ไหม ถ้านายชนะจะได้เจอกับอากิระนะ ไม่อยากเจองั้นเหรอ”

“แล้วทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า ฮิซาโตะมาเลย ๆ จะได้จบเกมกันเร็ว ๆ”

“พวกนายรู้สึกเหมือนฉันไหมว่าฉันกำลังโดนโกงอยู่น่ะ” ฮิซาโตะหันไปถามเคียวเฮ ยู และเซโงะ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“เอาน่า อีกแค่ครั้งเดียวนายก็ชนะแล้ว โกงยังไงก็ไม่ได้หรอก” เคียวเฮพูดขึ้น ถึงแม้จะรู้ดีว่าถ้ายูสุเกะเอาจริงล่ะก็ ฮิซาโตะก็เอาชนะไม่ได้หรอก

“จริงด้วยสินะ เอาก็เอา”
................
และก็เป็นไปดังที่คาด ยูสุเกะชนะสามตารวดและเป็นผู้ชนะไป
“อะไรกันเนี่ย ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” ฮิซาโตะยืนคอตก โดยมีเคียวเฮยืนตบหลังเขาเบา ๆ เป็นการปลอบใจ
“ฉันชนะแล้วนะ พาฉันไปหาอากิระได้แล้ว”

“โอเค ๆ ไม่ต้องรีบร้อน ตามมาสิ” ฮิโรกิกดลิฟท์เปิดและขึ้นไปกับยูสุเกะเพียงแค่สองคน พวกเขาขึ้นมาที่ชั้นบนสุดนั่นคือชั้นที่ 23

เมื่อลิฟท์เปิดออก พวกเขาก็เจอกับเคตะที่ยืนรออยู่
“ทำไมนานจัง นึกว่าพลาดซะแล้ว” เคตะเอ่ยขึ้น ฮิโรกิยิ้มน้อย ๆ พวกเขาเดินไปตามระเบียง ที่หน้าห้องในสุดมีชินยะยืนพิงประตูอยู่
“เข้าไปเลย ๆ ที่นี่แหละ ของขวัญรออยู่ข้างในแล้ว ชินยะหลบสิ” เคตะพูดขึ้น

ชินยะทำหน้านิ่งก่อนจะเดินชนไหล่ยูสุเกะอย่างตั้งใจแล้วไปยืนพิงกำแพงตรงข้ามห้องแทน
“อย่าไปสนใจเจ้าชินมันเลย เข้าไปสิยูสุเกะ” ฮิโรกิพูดพลางดันยูสุเกะเข้าไปในห้อง เมื่อยูสุเกะเข้าไปในห้องแล้ว

พวกเขาก็ปิดประตูแล้วรออยู่ด้านนอก
“พวกนั้นคิดจะทำอะไรกัน ทำไมต้องพาเรามาที่นี่ด้วย” ยูสุเกะพูดพลางเดินเข้าไปในห้อง

แต่ก็ต้องตกใจแทบช็อคเมื่อเห็นว่าอากิระนอนอยู่บนเตียงในสภาพ(เกือบ)เปลือยเปล่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างมีโบสีแดงผูกอยู่

แล้วยังจะผ้าสีแดงผืนบางที่พันคลุมท่อนล่างเป็นรูปโบขนาดใหญ่ เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อมองให้ชัด ๆ ว่าเขาไม่ได้ฝันไป

เขานั่งลงที่เตียงแล้วเอาหลังมือลูบที่แก้มของอากิระเบา ๆ เขาค่อย ๆ ก้มตัวลง

ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบแต่อากิระก็ส่งเสียงครางออกมาซะก่อนพลางบิดตัว นั่นทำให้เขาได้สติ

ยูสุเกะกระโดดผึงออกจากเตียงพลางวิ่งตรงออกไปนอกห้อง พอเขาออกมาสายตาทั้งสามคู่ก็จับจ้องมาที่เขา ฮิโรกิกับเคตะนั้นยืนยิ้มกว้าง

ส่วนชินยะก็ยังคงทำหน้านิ่ง
“พะ...พวกนาย! นี่มันอะไรกัน”
“ดูแล้วไม่รู้เหรอฮะ ก็ ของ.ขวัญ.วัน.เกิด. ไง” เคตะพูดช้า ๆ ชัด ๆ
“พวกนายล้อชั้นเล่นหรือเปล่า”
“ของแบบนี้เอามาล้อเล่นกันได้เหรอ ไม่ถูกใจนายหรือไง พวกเรารู้นะว่านายสนใจอากิระอยู่ไม่น้อย” ฮิโรกิพูดขึ้น
“อากิระรู้เรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า” ยูสุเกะถามหน้าเครียด
“แต่อากิระเพิ่งจะ 16 เองนะ มันยังเร็วไป ฉันยังไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น อีกอย่าง...”
“ถ้าพี่ไม่รับของขวัญชิ้นนี้ พวกเราจะเปลี่ยนไปให้พี่ฮิซาโตะแทนนะ” เคตะพูดขึ้น
“เฮ้ย ทำงี้ได้ไงล่ะ อากิระไม่ใช่สิ่งของนะ”
“ก็เพราะไม่ใช่สิ่งของน่ะสิ นายอย่าทำยึกยักเลยน่า ยังไงพวกเราก็จองห้องนี้ไว้หนึ่งคืนแล้ว จะใช้ให้เป็นประโยชน์หรือจะนั่งมองเฉย ๆ

ไปตลอดคืนก็แล้วแต่นายล่ะกันนะ” ฮิโรกิตบหลังยูสุเกะเบา ๆ
“อ่ะ นี่กุญแจห้องฮะ” เคตะยื่นกุญแจให้

“เดี๋ยวพวกเราจะไปบอกคนอื่น ๆ ให้เองว่านายจะไปต่อกับพวกเรา ไม่ต้องห่วง” ฮิโรกิเอ่ย
“อย่าให้รู้ว่านายหักหาญน้ำใจของอากิระนะ ไม่งั้นพวกเราไม่อยู่เฉยแน่” ชินยะที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
ยูสุเกะมองหน้าทั้งสามคนอีกครั้งก่อนที่จะเดินกลับเข้าห้องไปแล้วล็อคประตู เขายังรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้านี่คือของขวัญวันเกิดจริง ๆ

ล่ะก็ บอกได้เลยว่ามันคือของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดตั้งแต่เขาเกิดมา อากิระนั้นยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง ยูสุเกะค่อย ๆ

เดินเข้าไปนั่งที่ข้างเตียงและจ้องมองอากิระอยู่เป็นเวลานาน เขาเอื้อมมือออกไปแต่ก็ชักกลับหลายต่อหลายครั้ง
‘ไม่ ๆ นอนดีกว่า นายจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะยูสุเกะ’ เมื่อคิดได้เขาก็เอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุมอากิระ

จากนั้นก็เดินอ้อมไปอีกด้านของเตียงแล้วนอนลง พยายามให้ห่างตัวของอากิระมากที่สุด แต่จะทำยังไงก็หลับไม่ลง

ก็ในเมื่อคนที่เขาชอบและฝันถึงตลอดเวลามานอนอยู่เคียงข้างแบบนี้ ทั้งห้องได้ยินแต่เสียงหัวใจเต้นแรงของตัวเขาเองดังกึกก้อง

สักพักเขาก็รู้สึกถึงขา(ขาว ๆ อวบ ๆ)ของใครบางคนมาพาดอยู่ที่ตรงนั้นของเขา ยูสุเกะเบิกตาโพลง

เขาหันไปมองก็เห็นว่าอากิระยังคงหลับอยู่เพียงแต่นอนดิ้นเอาขามาพาดเขาเท่านั้นเอง ยูสุเกะค่อย ๆ จับขาของอากิระยกออกจากตัว

แต่พอเอาขาออก อากิระก็เอาแขนมาพาดหน้าอกของเขาอีก ยูสุเกะตัดสินใจลุกขึ้นนั่ง เขาเอาผ้าห่มมาห่มทับอากิระหลาย ๆ ชั้น

ราวกับจะให้ดึงออกยาก ๆ เขาพยายามสงบใจแล้วลงไปนอนที่พื้นข้าง ๆ เตียง เขาพยายามข่มตาให้หลับอยู่นานแต่ก็ไม่สามารถลบภาพขาขาว ๆ

ออกไปจากหัวสมองได้ ระหว่างที่มือกำลังจะเอื้อมไปจับตรงส่วนนั้นของเขาเอง ก็มีอะไรบางอย่างหล่นทับเขาลงมาเต็ม ๆ (จุกม่ะ 55)

สภาพตอนนี้กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก อากิระกำลังนอนทับอยู่บนตัวเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผมของอากิระลอยมา

ส่วนตรงนั้นที่ถูกขาของอากิระกดทับเริ่มตื่นตัว ยูสุเกะค่อย ๆ พยุงตัวเขากับอากิระขึ้น เขาอุ้มอากิระกลับไปนอนที่เตียง

ก่อนจะหาหมอนข้างมากั้นที่เตียงทั้งสองด้านกันอากิระตกเตียงอีก ยังดีที่เมื่อกี้มีเขารองรับอยู่ข้างล่าง
ยูสุเกะตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำ เขาอยากจะทำให้หัวของเขาเย็นลง เขาจัดการถอดเสื้อผ้าแล้วเปิดน้ำฝักบัวราดหัว

แต่ทำยังไงก็สลัดภาพของอากิระออกไปจากหัวไม่ได้ เขาเอาหน้าผากพิงกับกำแพงห้องน้ำ

สักพักเขาก็รู้สึกได้ถึงร่างอีกร่างที่มาแนบและโอบกอดเขาจากด้านหลัง

“พี่ยูสุเกะ...”

“อะ...อากิระ ทำไม...”

“พี่รังเกียจผมเหรอฮะ พี่ไม่ชอบผมใช่มั้ย ทำไมพี่ถึงไม่แตะต้องผมเลยล่ะ ผมไม่มีค่าพอที่พี่จะแตะต้องใช่มั้ย” อากิระพูดเสียงสั่น

ใบหน้าซบอยู่กับแผ่นหลังกว้างของยูสุเกะ
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะอากิระ” ยูสุเกะหันตัวมาพลางเชยคางของอากิระขึ้น นัยน์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ยูสุเกะจูบเบา ๆ ที่เปลือกตาของอากิระ
“พี่แค่ไม่อยากทำร้ายเธอ เธอยังเด็กมากนะอากิระ สักวันอาจจะนึกเสียใจในภายหลังก็ได้”
“ผมไม่มีวันนึกเสียใจในภายหลังแน่ ผมเคยเสียใจมาแล้ว แต่นั่นเป็นการเสียใจที่ไม่ได้พูดออกไปต่างหาก คราวนี้ผมจะไม่พลาดอีก ผม...

ผมรักพี่ยูสุเกะนะฮะ” อากิระจูบไปที่ริมฝีปากของยูสุเกะเบา ๆ เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกยูสุเกะกลับดึงเขาเข้าไปจูบอีกครั้ง

เขาใช้ลิ้นดุนไปที่ริมฝีปากของอากิระเบา ๆ อากิระเปิดปากออก ยูสุเกะได้ควานหาความหวานที่เขาต้องการมาโดยตลอด

ทั้งสองคนจูบกันอยู่เนิ่นนานกว่าที่ยูสุเกะจะถอนริมฝีปากออก
“นายผิดเองนะอากิระ คราวนี้ก็ไม่มีอะไรจะหยุดพี่ได้แล้วนะ” ยูสุเกะค่อย ๆ ไซร้หน้าไปตามซอกคอขาวของอากิระ เขาค่อย ๆ

หมุนตัวผลักให้อากิระไปติดกับกำแพง ลิ้นไล้เลียลงมาเรื่อย ๆ มีหยุดหยอกล้อกับยอดติ่งสีชมพูทั้งสองข้างก่อนที่จะไล้ลงมา

ยูสุเกะใช้ปากดึงผ้าที่พันส่วนล่างของอากิระออกเผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวของอากิระที่ตอนนี้เริ่มตื่นตัวแล้ว มือก็อ้อมไปจับที่สะโพกมน เขาค่อย ๆ

ใช้ปากไล้เลียจากส่วนโคนขึ้นมาก่อนจะใช้ลิ้นตวัดที่ส่วนปลายอย่างชำนาญ

อากิระส่งเสียงครางแข่งกับเสียงน้ำฝักบัวที่ยังคงไหลรินผ่านตัวพวกเขาสองคน ยูสุเกะใช้ปากอมส่วนนั้น มอบความสุขให้อากิระอย่างเต็มที่

นิ้วมือก็ค่อย ๆ สอดใส่เข้าไปทางข้างหลังของอากิระ จนในที่สุดอากิระก็ถึงจุดปลดปล่อย ยูสุเกะกลืนลงไปจนหมดพร้อมกับสอดนิ้วที่สามเข้าไป

อากิระหอบหายใจแรง เขาแทบจะไม่มีแรงยืนอยู่แล้วในตอนนี้ ยูสุเกะถอนนิ้วออก เขาจูบที่ริมฝีปากของอากิระเบา ๆ
“อย่าเกร็งนะคนดี” ยูสุเกะยกขาข้างหนึ่งของอากิระขึ้นก่อนที่จะค่อย ๆ สอดใส่ของเขาเข้าไป
“อะ...โอ๊ย” อากิระครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เล็บก็จิกไปที่หลังของยูสุเกะแน่น
“อย่าเกร็งสิอากิระ...นั่นแหละ อย่างนั้น” เมื่อเขาเข้าไปได้สุด ยูสุเกะก็หยุดเพื่อให้อากิระรู้สึกชินเสียก่อน เขาหอมแก้มอากิระเบา ๆ

ก่อนที่จะเริ่มขยับตัวเข้าออกช้า ๆ จากช้าไปเร็วขึ้น ๆ จากความเจ็บปวดในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน

ทั้งสองคนขยับตัวบรรเลงจังหวะรักไปพร้อม ๆ กันจนในที่สุดอากิระก็ปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง

ยูสุเกะเร่งจังหวะขึ้นจนในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยเข้าสู่ร่างของอากิระ ยูสุเกะค่อย ๆ ถอนตัวออก อากิระถึงกับทรุดลงนั่งด้วยความอ่อนแรง

ยูสุเกะก้มตัวลงจูบที่หน้าผากของอากิระ
“รักนะ” ยูสุเกะกระซิบที่ข้างหูก่อนจะหอมแก้มอากิระไปหนึ่งฟอดแล้วเดินไปเปิดน้ำลงอ่าง ปล่อยให้อากิระนั่งหน้าแดง

พอน้ำเต็มเขาก็เดินมาอุ้มอากิระลงอ่าง โดยอากิระนั่งพิงหลังกับอกของยูสุเกะ ยูสุเกะเล่นผมของอากิระ
“เวลาผมเปียกเนี่ย อากิระเซ็กซี่น่าดูเลยนะ” ยูสุเกะพูดพลางขบไปที่ต้นคอของอากิระเบา ๆ
“แล้วเวลาปกติไม่เซ็กซี่งั้นสิ” อากิระพูดหยอก
“เวลาปกติอากิระน่ารักไงครับ แต่ตอนนี้น่าลุ่มหลงมาก ๆ เลยรู้ไหม สัญญามาสิว่าจะไม่ให้ใครเห็นตอนเปียก ๆ แบบนี้นะ”
“คงไม่ได้หรอก อย่างน้อยพวกฮิโรกิก็ต้องเห็น อยู่ห้องเดียวกันนี่นา”
“ถ้างั้นก็ย้ายมาอยู่กับพี่นะ พวกนั้นยกอากิระให้เป็นของ ๆ พี่แล้วก็ต้องมาอยู่กับพี่สิ”
“ผมไม่ใช่สิ่งของนะ คิดจะยกให้ก็ให้ได้ง่าย ๆ อย่างนี้ก็ทิ้งกันได้ง่าย ๆ แน่เลย” อากิระพูดพลางเล่นกับโบที่ผูกอยู่ที่ข้อมือ
“ไม่ทิ้งหรอก เกิดมีใครเอาไปรีไซเคิลขึ้นมาจะทำไง”
“สินค้าชิ้นนี้ไม่รับเปลี่ยนและแลกคืนนะฮะ” อากิระพูดพลางหันหน้ามาสบตา
“ชั่วชีวิต” ยูสุเกะให้คำสัญญา เขาดึงอากิระเข้ามากอดแน่น
“ว่าแต่คืนนี้เจ้าของขอทดสอบประสิทธิภาพของสินค้าชั้นเยี่ยมคนนี้ว่าทนทานและใช้งานได้นานตลอดคืนเลยได้หรือเปล่าครับ” ยูสุเกะพูดยิ้ม ๆ
“แล้วจะถามทำไมล่ะ สินค้าคนนี้มีสิทธิ์บ่นด้วยเหรอ” อากิระพูดพลางยิ้มน้อย ๆ
“ถ้างั้นก็เริ่มจับเวลาตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกันนะ” พูดจบยูสุเกะก็ดึงอากิระเข้ามาจูบ
แล้วบทเพลงรักของเขาสองคนคงได้บรรเลงจนถึงเช้า

THE END มีต่ออีกนิดนึงนะ

เหอ ๆ กว่าจะโพสได้แทบตาย ปวดเฮดจริง ๆ ฟิคเรื่องนี้ก็มอบเป็นของขวัญแด่ท่านกิ๊ฟนะคะ ไม่รู้ว่าจะถูกใจมั้ย ชั้นเอาพล็อตมาจากที่เราคุยเล่น

ๆ กันวันนั้นเลยนะเนี่ย 555 เล่นง่าย ส่วนเรื่องจริงก็มีแค่ว่าพวกลีดไปงานวันเกิดพี่น้องอิซากิกับชินยะไม่ได้จัดงานมา 2 ปี แค่นั้นแหละ

นอกนั้นก็เป็นไปตามจินตนาการ(หื่น ๆ) ของผู้แต่ง แต่ใครจะไปรู้ว่าเรื่องจริงอาจจะเป็นเหมือนแบบนี้ก็ได้ กร๊ากกกก ชีวิตดั่งนิยายไง

ต้องขอบคุณบอร์ดเซย์ลีดด้วยที่แปลไดเจ้าชินมาให้อ่าน เลยได้พล็อตเรื่องนี้มาเลย จากนี้ก็มีแถมต่ออีกนิดนึงของคู่ชินเคต (นี่ฟิคสั้นจริง ๆ

เหรอเนี่ย55) ใครอ่านก็ช่วยเม้น ๆ กันด้วยน้า
Later on...

“ชินยะ ๆ สองคนนั้นออกจากห้องไปแล้ว ดูสิหน้าโทรมเชียว สงสัยทั้งคืนแน่เลย” เคตะที่แง้มประตูห้องจากห้องข้าง ๆ

แอบดูยูสุเกะกับอากิระที่เดินจูงมือกันออกจากห้องและลงลิฟท์ไป
“อย่าว่าแต่เขาเลย พวกเราก็นอนไม่พอเหมือนกันแหละ” ชินยะหาวหวอด เมื่อคืนหลังจากฮิโรกิกลับไปแล้ว

พวกเขาก็เฝ้าอยู่หน้าประตูถึงตีหนึ่งเกิดในกรณีที่อากิระเกิดไม่ยินยอมและร้องขอความช่วยเหลือขึ้นมา จากนั้นเข้าห้องมาเขากับเคตะก็ยัง...

แต่เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ ชินยะรู้สึกดีใจที่เห็นอากิระมีความสุขและสมหวังกับความรักสักที เรื่องของเขาสองคนก็คงเป็นเพียงแค่รักแรก...

รักแรกมักจะไม่สมหวัง แต่ความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันก็จะตราตรึงไว้ตลอดไป อากิระ...ขอให้นายโชคดี พวกเรามีคนที่รักที่สุดอยู่ข้างกายแล้ว

จะต้องการอะไรอีก จริงไหม?
“ชินยะ มานี่เร็ว” เสียงของเคตะปลุกเขาออกจากภวังค์ เขาเดินตามเคตะออกไป

เคตะควักกุญแจสำรองของห้องของอากิระออกมาไขแล้วเดินเข้าไปในห้อง
“นายจะทำอะไรน่ะเคตะ”
“ฉันซ่อนกล้องไว้น่ะสิ” เคตะเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า
“หา กล้องงั้นเหรอ ไปแอบซ่อนตอนไหนเนี่ย”
“นายไม่อยากเห็นบทเพลงรักอันแสนเร่าร้อนของสองคนนั้นเหรอ” เคตะหยิบกล้องตัวจิ๋วออกมา เขาเดินเอาสายไปเสียบต่อเข้ากับทีวี
“เคตะ...นายนี่จริง ๆ เลยนะ ถ่ายพวกเราเก็บไว้ดูเองยังไม่พออีกเหรอ”
“เงียบน่า ฉันจะเปิดดูแล้วนะ” พวกเขาสองคนนั่งมองอยู่หน้าจอ ไม่นานภาพก็ขึ้น เป็นภาพอากิระที่นอนอยู่บนเตียง

สักพักชินยะก็เห็นตัวเขาเดินออกมาจากห้องน้ำและเดินผ่านกล้องไป เขาสองคนยืนคุยกันอยู่สักพักก็เดินออกจากห้องไป

ในขณะที่เคตะกำลังจะเอื้อมมือไปกดปุ่มเร่งไปข้างหน้า แต่ปรากฎว่าอากิระนั้นลุกออกมาจากเตียงและเดินตรงมาที่กล้อง

ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ ก่อนที่จะหันไปดูต่อ อากิระเปิดตู้แล้วหยิบกล้องออกมา
“คิดจะถ่ายไว้ดูเหรอเจ้าเคตะ ฝันไปเถอะ ฉันไม่ใช่พวกนายนะที่จะชอบดูภาพของตัวเองที่ถ่ายเก็บไว้ ซ่อนยังไงก็หลบไม่พ้นฉันกับฮิโรกิหรอกน่า

ไว้ว่าง ๆ จะบอกนะว่าม้วนไหนที่ชอบที่สุด” อากิระพูดพลางยิ้มแยกเขี้ยวใส่กล้อง
“แล้วก็ไอ้โบที่ผูกหัวกับคอเนี่ย ไม่เห็นจะน่ารักเลย ต้องเอามาผูกที่ข้อมือนี่” อากิระพูดพลางวางกล้องไว้บนชั้นของตู้

จากนั้นเขาก็จัดแจงถอดโบที่ผูกหัวกับคอของเขาออกมาผูกที่ข้อมือแทนโดยใช้ปากช่วย
“เห็นไหมล่ะ น่ารักจะตายไป เคตะอาจจะดูน่ารักถ้าผูกที่หัวกับคอเหมือนเทปม้วนที่ 11 ของพวกนายน่ะ แต่ไม่ใช่ฉันแน่”
“อ๊ะ เหมือนจะได้ยินเสียงคุยกันจากหน้าห้อง พี่ยูสุเกะจะมาแล้วแน่เลย ต้องแกล้งไปนอนก่อน อ้อ ว่าแต่ขอบใจนะสำหรับแผนนี้

แต่ว่ายังไงฉันก็รู้ตัวก่อนอยู่ดี ทีหลังก็ทำเนียน ๆ กันหน่อยสิ หึ ๆ ไปล่ะนะ อวยพรให้ฉันด้วย”พูดจบอากิระก็ปิดกล้องไป
ภาพมืดไปสักพักจากนั้นก็ปรากฎภาพของอากิระขึ้นมาอีก คราวนี้เป็นภาพที่อากิระแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย คาดว่าคงจะเป็นตอนเช้า
“ว่าไง ฮิ ๆ ประสบความสำเร็จล่ะกับพี่ยูสุเกะน่ะ ตอนนี้พี่เค้าก็อาบน้ำอยู่ มือชั้นนี้แล้วไม่รอดหรอก ชินยะก็น่าจะรู้ดีนะว่าลีลาของฉันเด็ดแค่ไหน

อุ้ย หลุดปากไป หวังว่าเคตะคงจะไม่อยู่แถวนั้นนะ แต่ถ้าอยู่ก็ขอให้โชคดีนะชินยะ วันนี้ฉันก็จะย้ายออกไปอยู่กับพี่ยูสุเกะแล้ว

เคตะจะย้ายมาอยู่กับฮิโรกิก่อนก็ได้นะฉันไม่ว่า ไปล่ะ” จากนั้นภาพก็มืดไป เหลือเพียงแต่ความเงียบ...
“ไม่จริงนะเคตะ...ฉันกับอากิระไม่เคย...โอ๊ย...ฟังฉันก่อน เดี๋ยวสิ” ชินยะที่ถูกเคตะระดมตีไม่ยั้ง
“ไม่ต้องมาพูดเลย เรื่องจริงใช่มั้ย ไม่น่าล่ะว่าทำไมห่วงอากิระนัก คนบ้า คนโกหก”
“นั่นมันเรื่องก่อนที่นายจะเข้ามานะเคตะ แต่ฉันไม่เคยมีอะไรกับอากิระจริง ๆ นะ อากิระมันแกล้งพูด”“ไม่ต้องมาพูดดีเลย

ฉันจะย้ายไปอยู่กับฮิโรกิ!” พูดจบเคตะก็สะบัดตัววิ่งออกจากห้องไป ชินยะได้แต่ยืนกุมขมับพลางหันไปมองที่หน้าจอทีวี

จังหวะนั้นเองที่ภาพโผล่กลับขึ้นมาอีก เป็นภาพของอากิระที่แลบลิ้นใส่กล้อง
“โทษฐานที่เคยหักอกฉัน จัดการเอาเองล่ะกันนะ” จากนั้นภาพก็ตัดปิดจบไป
“อากิระนะอากิระ นายนี่จริง ๆ เลย” ชินยะอมยิ้มน้อย ๆ ก่อนที่จะวิ่งออกไปตามง้อเคตะ
ก็ขอให้ชินยะโชคดีก็แล้วกันนะ...

จบจริง ๆ แล้วจ้า

 

< BACK : HOME >

::

(C) 2007,Indy WFL Team, All Rights Reserved.


Free Web Hosting