Deep Love ..2..
ถ้านายจะเมตตาฉัน...
ถ้านายตระหนักว่าเป็นพี่ชายของฉันจริง..
ขอร้องในฐานะน้องชายที่เลวคนนี้.. ขออย่ามองฉันเป็นแค่น้องชาย
อย่ามีการกระทำที่เกิดจากความปรารถนาดี ในฐานะพี่น้องให้กับฉัน
มองข้ามฉัน... มองข้ามความรักของฉันไปก็ได้... ไม่ต้องตอบรับ ... ไม่ต้องเห็นเป็นสำคัญ
ขอแค่นายรับรู้ว่า มันมีอยู่...
รับรู้ในความรักที่ฉันมีให้นาย...
หากไม่ตอบรับ...ก็อย่าผลักไส...
แค่นั้น... ทำได้ไหม ฮิโรกิ พี่ชายที่แสนดีของฉัน...
ฮิโรกิ... คนที่ฉันรักสุดใจ
ร่างสูงนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง หวังจะเอื้อมมือไปโอบกอดพี่ชายของตนที่นอนกอดแนบชิดกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา....แต่ตอนนี้....มันว่างเปล่าเสียแล้ว
ชินยะลืมตาขึ้นมอง.... เพดานขาวนวลดูเลือนราง แต่ภายในใจมันรับรู้ทุกอย่าง เปลือกตาคมปิดลงอีกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องที่ตนทำไป.. มือหนาเอื้อมไปกุมศีรษะแน่น สมควรแล้วล่ะที่เขาจะจากไปแบบนี้ ทิ้งเราไว้แบบนี้...
จากคนที่รังแกไป... จากไปพร้อมกับความเกลียดสินะ...
เกลียด!?! ดีแล้ว...
เวลาที่ดำเนินต่อจากคืนนั้น มันเลื่อนลอยเหลือเกิน
ผมจมอยู่กับความปวดร้าวที่มากขึ้นทุกที... คนโง่ ที่กำลังอ่อนแอลงเพราะการกระทำงี่เง่าของตนเอง...
ทุกอย่างเป็นตามที่คาดไว้ ฮิโรกิไม่มาที่ห้องของผมอีกเลย
เราไม่ได้พบเจอ...
ตอนนี้ ผมแน่ใจอย่างที่สุด .. ผมไม่อาจตัดเขาออกไปจากใจได้เลย ไม่มีวัน..
เรื่องราวของเขายังวนเวียนอยู่ในสมอง ครอบครองพื้นที่ความคิด...
เพียงครั้งเดียวที่ได้ใกล้ชิด
เพียงครั้งเดียวที่ได้ลึกซึ้ง... แต่รู้สึกราวกับว่า เรื่องราวในคืนนี้ มันวนเวียนอยู่ซ้ำๆ
ชินยะไล้มือไปตามที่นอน ที่ๆ ยังมีกลิ่นกรุ่นของพี่ชาย....เรื่องที่ทำลงไป...สาสมดีแล้วใช่มั้ยกับคำว่าเกลียด พอใจแล้วใช่มั้ยที่ได้สัมผัส
ความสุข ความเสียใจ มันระคนไปหมด
ความสุขที่เกิดจากการรังแกคนที่ตัวเองรัก...
ความปวดร้าวที่เกิดจากการรังแกคนที่ตัวเองรัก...
เห็นแก่ตัว ชั่วร้ายใช่มั๊ย ที่คิดว่า แค่ได้ลิ้มรสนายเพียงครั้งเดียว ฉันก็ไม่ขออะไรในชีวิตแล้ว...
แค่ได้สัมผัสริมฝีปากอ่อนนุ่มของนาย สูดกลิ่นหอมบริสุทธิ์อ่อนๆจากผมสีน้ำตาลนุ่มมือ...ได้จ้องเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่มีแต่ความเกลียดชัง
ลูบไล้ผิวกายนวลเนียน ... สัมผัสที่แนบชิดกับนาย
ก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว...
ความต้องการของคนเลวอย่างฉัน...
....................................................................
................................................
..............................
รู้ตัวอีกที ตอนนี้ ผมก็พาตัวเองมายังบ้านหลังนี้...
ผมร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวอย่างเป็นปกติ แต่ในใจมันไม่ใช่อย่างนั้น ผมได้แต่นั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร อาหารมากมายบนโต๊ะไม่ได้รับรู้ถึงรสชาติของมันแม้แต่นิด...แต่สิ่งที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้นและริมฝีปาก...กลับเป็นรสสัมผัสของคนตรงหน้าผมที่ไม่ว่าอย่างไรก็ลืมไม่ได้เสียที
ตรงหน้าคือเขา ... คนที่ปรารถนามาตลอด
และผมคาดไว้ไม่มีผิด ฮิโรกิหลบสายตาของผมตลอด...
สายตาคมที่จดจ้องใบหน้าสวยอย่างไม่วางตา ไม่ว่าฮิโรกิจะทำอะไร...ชินยะก็ไม่ได้อาจทอดถอนสายตานั้นจากพี่ชายไปได้...จ้องไป...เหมือนกับเป็นการขอร้องกลายๆ ว่าให้คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาบ้างก็ยังดี
“ ชินยะ รู้รึเปล่า ว่าพี่เค้าถอนหมั้นกับยูอิจังแล้ว ทางโน้นเค้าเป็นฝ่ายถอนหมั้นด้วยเหตุผลที่ไม่อยากทำให้ฮิโรกิลำบากใจ ฉันเองก็ไม่เข้าใจอะไรมากนัก...” เสียงเข้มของพ่อดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่ก่อตัวเนิ่นนานภายในห้องนั่งเล่น ชินยะหันไปมองคนที่นั่งก้มหน้านิ่งระหว่างเวลาพักผ่อนของครอบครัว คุณแม่ของเขาเอื้อมมือไปกุมมือของฮิโรกิที่บีบกันแน่นไว้ คุณพ่อของเขาได้แต่สูบซิก้า....ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นภายในครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็น
“ .................. “ ไร้คำตอบจากน้องชายคนที่เป็นสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
“ ขอโทษนะครับคุณพ่อ” ฮิโรกิเอ่ยออกไป เพราะกลัวว่าพ่อบุญธรรมของเขาจะคิดมาก ที่อยู่ๆ ก็ถอนหมั้นไปแบบนี้
“ คงขัดใจคุณพ่อแย่สิครับ” ถ้อยคำกับรอยยิ้มเยาะ ตั้งแต่เวลารับประทานอาหารจนถึงตอนนี้ ชินยะก็ยังคงจ้องหน้าร่างบางนิ่ง...ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมเวลาที่นายหลบสายตาฉันจะต้องรู้สึกอยากให้นายมองฉันบ้าง...มองเห็นความรักของฉันบ้าง...แต่พอได้สบตากับนาย เมื่อได้มองเห็นความไม่เข้าใจในดวงตานั้น ฉันเองกลับต้องเสแสร้งปิดบังความรู้สึกนั้นเอาไว้ข้างใน ให้แววตาเหยียดออกมากลบความรู้สึกนั้นไปจนหมดสิ้น
เมื่อได้สบตากันอีกครั้ง...ร่างบางก็ไม่อาจทนต่อแรงกดดันจากรอบข้างไหว โดยเฉพาะแววตาแบบนั้นจากชินยะ ฮิโรกิจึงขอตัวกลับขึ้นไปบนห้อง...เมื่อชินยะเห็นดังนั้นจึงเดินตามออกไป สาวเท้าตามไปให้ทันคนที่ยังไม่สามารถลืมสัมผัสในคืนนั้นไปได้
.
.
.
“ จะไปไหน.. คงเสียใจแย่สินะที่ถูกถอนหมั้น... ทั้งๆที่นาย ... ฮิโรกิคนดีคงอยากที่จะปกป้องเธอมากกว่า..”
ชินยะฉวยข้อมือเล็กของคนที่ขอตัวออกมาจากห้องนั่งเล่น แม้แต่ตอนนี้ นายก็มีสายตาแบบนี้ให้ฉันสินะ ฮิโรกิ.....คนอย่างนายฝืนไม่แสดงความเกลียดชังในตัวฉันออกมาทางสายตา แต่มันเจ็บปวดมากกว่า เมื่อเห็นสายตาธรรมดาของนาย แววตาที่ไม่สื่ออะไรเลย.....ไม่มีเลยแม้แต่คำว่ารักฉัน
ฉันคงไม่มีค่าอะไรในสายตานายเลย เป็นแค่คนที่นายจะให้อภัยด้วยความสงสารคนหนึ่ง...
“ ปล่อยพี่เถอะ......” ฮิโรกิเพียงแค่พูดเฉยๆ ไม่ได้มีน้ำเสียงของการขอร้องแม้แต่นิด และถึงแม้ว่าชินยะจะเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือให้มากขึ้นเท่าไหร่ สีหน้าที่แสดงความเจ็บปวดก็ไม่ได้มีให้เห็นเลยสักนิดเดียว
นายเข้มแข็งขึ้นนะ...เข้มแข็งขึ้นเพราะคำว่าเกลียด
แต่ฉันกลับอ่อนแอลง...เมื่อนายเกลียดฉัน
“ เลิกเรียกตัวเองว่า พี่สักที !!!” ชินยะระเบิดอารมณ์โกรธ ดึงร่างเล็กเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง....แม้จะรุนแรงแค่ไหน คนที่เขาจับตัวไว้ ก็คงยังมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม
“ เพราะฉันเป็นพี่นาย..” ฮิโรกิจุดรอยยิ้มบางๆ ขึ้นที่มุมปาก นึกอยากจะเหยียดหยามคำว่า ‘พี่’ ที่ตัวเองพูดออกไปเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ในใจมันเรียกร้องให้ชินยะกอดเขาไว้ให้เหมือนคืนนั้นแต่เขากลับฝืนใจตัดขาดความปรารถนานั้นออกไปด้วยจิตสำนึก
” พอใจมากใช่มั๊ยที่เป็นพี่ฉัน...” ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องโกรธขนาดนี้....ราวกับว่าคำว่าพี่ เป็นคำต้องห้ามของหัวใจของเขา มันเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจ ซ้ำๆ มายาวนานหลายปี
“ พี่ขอโทษนะ..” ขอโทษที่เป็นได้แค่พี่ของนาย... ขอโทษที่ทำให้นายเสียใจมาตลอด
” ไม่ต้องมาขอโทษ ไม่ต้องพูด... ถ้าทุกประโยคที่นายพูดมาจะมีคำว่า พี่...” ชินยะคลายแรงบีบที่กำข้อมือเล็กจนเริ่มช้ำออกหลวมๆ ราวกับว่า ภายในใจที่อ่อนแอของเขากำลังทำให้ร่างกายอ่อนแรงไปด้วย
“ เกลียดที่สุดเลย เกลียดที่ทุกอย่างต้องเป็นอย่างนี้.....” น้ำเสียงเจ็บช้ำเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง ฮิโรกินิ่งไปกับคำพูดนั้น...ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่...ตอกย้ำเหรอ? ก็ในเมื่อทุกๆ อย่างมันเป็นแบบนี้ ฉันก็เกลียดเหมือนกันกับทุกๆ อย่างที่ต้องเป็นแบบนี้ ไม่ได้อยากจะให้มันเกิดขึ้นเสียนิด...
“ ชินยะ ปล่อยพี่เถอะ พี่อยากพักผ่อน พี่ไม่อยากอยู่ตรงนี้..” ที่ไม่อยากอยู่ตรงนี้ เพราะว่าน้ำตามันกำลังจะไหล...
ถ้านายรั้งเอาไว้นาน...นายอาจจะต้องรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน
ฉันไม่อยากให้รู้....ความรู้สึกรัก...ที่มากเกินกว่าที่เราจะมีให้กันได้
“ ไม่ต้องไป... ฉันจะไปเอง.....” ชินยะรู้สึกเหนื่อย...ท้อ...เกินกว่าจะฉุดรั้งคนที่ตนเพิ่งรู้ว่ารักเอาไว้ได้ แต่จะทำอย่างไร...ก็เขาเองไม่ใช่หรือ ที่เป็นคนทำลายความเชื่อใจทั้งหมดของร่างเล็กตรงหน้า...เพียงแค่เวลาชั่วข้ามคืน
ร่างสูงปล่อยมือ หมุนตัวกลับไปอีกทาง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อคำพูดหนึ่งมันกำลังตรึงเขาให้อยู่กับที่
“ฉันก็เกลียดตัวเองเหมือนกันที่ในสายตาของฉันในตอนนี้ ไม่ได้มองนายเป็นแค่น้อง...ฉันคิดแต่เรื่องของนาย สายตาฉันมองแต่นาย....ฉันเกลียดตัวเองที่ในใจมันเรียกร้องหานาย.... ต้องการนาย...ต้องการให้นายสัมผัส....ชินยะ...” ฮิโรกิยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้ ไม่อยากให้ชินยะเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาแล้ว....ร่างเล็กรู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน เมื่อเขาต้องทนเห็นแผ่นหลังของน้องชายกำลังจะเคลื่อนจากไปช้าๆ หวาดกลัวจนต้องยอมพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ก่อนที่ระยะทางจะยิ่งทำให้เราสองคนต้องห่างกันมากไปกว่าเดิม
ชินยะหันกลับมาโอบพี่ชายของเขาไว้เต็มอ้อมกอด ตอนนี้เขารู้สึกสับสนไปหมด ไม่อยากจะแน่ใจกับสิ่งที่ตนเพิ่งได้ยิน แต่ก็รู้สึกสุขใจ เมื่อความรู้สึกของเขาและฮิโรกิ...เป็นความรู้สึกเดียวกัน
.................................... รัก .................. ใช่มั๊ย
ที่เรา ต่างสัมผัสได้.............
................. แล้วจะเป็นไปได้มั๊ย...........
........ ถ้าเราจะรักกัน !?! .............
“ฉันรักนาย...ฮิโรกิ...”
*** FLASH BACK ***
“ พี่ชายนายมารับแล้ว ชินยะ... เมาหยำเปอีกตามเคย” เพื่อนของชินยะที่นั่งอยู่ด้วยกัน เมื่อเห็นใครเดินเข้ามาในผับก็ดึงตัวร่างสูงให้ยืนขึ้นพลางผลักร่างนั้นไปให้พี่ชายบุญธรรมรับไว้
“ ขอบคุณมากเลยนะ...” ฮิโรกิกอดร่างที่เมาไม่รู้เรื่องเอาไว้ ชินยะเมามายจนแทบจะยืนไม่อยู่จึงต้องรีบหิ้วปีกพาออกมาจากผับนั้น ฮิโรกิขับรถพาชินยะมาที่บ้าน ทุกคนในบ้านหลับหมดแล้ว เขาจึงต้องเป็นผู้ที่ลากน้องชายเข้าห้องไปเอง
เมื่อปล่อยชินยะให้นอนบนเตียงแล้ว ร่างบางก็เดินเข้าห้องน้ำไปเปิดน้ำใส่อ่างเล็กพร้อมหาผ้าเพื่อจะมาเช็ดตัวให้น้องชาย เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะคงจะนอนไม่สบายนัก เขาจึงต้องเช็ดตัวให้...
ปกติแล้ว ถ้าชินยะเครียดหรือมีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็จะมาปรึกษาเขาเป็นคนแรก แต่ครั้งนี้...ชินยะกลับแก้ปัญหาด้วยตัวเอง...แก้ด้วยการดื่มเหล้าที่เขาไม่เคยเห็นชินยะเมาหนักขนาดนี้
“ ชินยะ เครียดเรื่องอะไร บอกพี่ได้นะ ...” ชินยะสะลึมสะลืออย่างไม่ได้สติ สายตาพร่ามัวนั่นทำให้มองเห็นใบหน้าใสนั้นได้ไม่ชัดนัก แต่น้ำเสียงนุ่มนั้นได้แทรกสอดเข้ามาในโสตประสาท ทั้งที่ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยิน... น้ำเสียงอบอุ่นของนายมีให้ทุกคนสินะ ฮิโรกิ...ถึงแม้ว่าร่างสูงจะเมามากเพียงใด เขาก็ยังได้ยินเสียงนั้นอยู่ดี คำพูดที่แสนห่วงใย...จะรู้บ้างมั้ยว่าที่เขาเมาขนาดนี้ ก็เพราะเรื่องของพี่นั่นแหละ
พี่กำลังจะหมั้น...กำลังจะแต่งงาน...
ฮิโรกิหยิบผ้าขนหนูอ่อนที่ชุ่มด้วยน้ำเย็นเช็ดตามใบหน้าน้องชาย เพื่อบรรเทาอาการร้อนและมึนเมาเนื่องจากพิษสุรา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมือหนาฉวยที่ข้อมือเล็ก สายตาคมของชินยะจ้องมองฮิโรกินิ่ง สายตาลึกล้ำที่ราวกับจะล้วงลึกเข้าไปภายในจิตใจ... ฮิโรกิรู้สึกได้ว่า ใบหน้าของตนเริ่มร้อนผ่าว
ชินยะยกมือขึ้นไปคล้องคอคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้ก้มลงมา ด้วยความไม่เข้าใจฮิโรกิจึงได้แต่สงสัยและไม่ขัดขืน คนที่นอนอยู่จึงไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากนัก ที่จะทำตามใจปรารถนา
ชินยะกดท้ายทอยพี่ชายบุญธรรมของเขาลงมา ราวกับต้องมนตร์เมื่อสายตาทั้งคู่ประสานกัน ฮิโรกิไม่อาจฝืนใจให้เลี่ยงสายตานั้นได้เมื่อสติได้ลุ่มหลงไปกับความลึกล้ำนั้นแล้ว รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์...และริมฝีปากร้อนที่สัมผัสกดทับลงที่ริมฝีปากบางนั่น ริมฝีปากที่ร้อนเหลือเกิน ราวกับจะทำให้ริมฝีปากนุ่มที่ตอบรับมอดไหม้
ชินยะโลมเลียกลีบอิ่มอย่างกระหายหิว ดูดกลืนมันอย่างบ้าคลั่ง...ปรารถนาเหลือเกิน รสจูบที่พ่วงมากับกลิ่นแอลกอฮอล์นี้ช่างวาบหวามเหลือเกิน สติของเรากำลังเตลิดไปไกล
“ หยุดนะ .. หยุด” มือเรียวดันอกแกร่ง ... ก่อนที่ทุกอย่างจะเกินเลย ริมฝีปากร้อนผ่าวนั้น ปรารถนา แต่ต้องยับยั้ง.....ร่างบางใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากตัวเอง ราวกับว่าชินยะจะตอกย้ำความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน ที่เขาทำไปนั้น ก็เพื่อหน้าที่...แต่จริงๆแล้ว...ว่าเขาก็รักน้องชายคนนี้เช่นกัน
“ หยุดอะไร.. นายขอให้ฉันหยุดทั้งการกระทำและความคิดใช่มั๊ย ...”
“ ชินยะ...” ฮิโรกิตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า หันใบหน้าหนี ตอนนี้ดวงตาที่มีแต่ความอบอุ่นคลอไปด้วยน้ำตาหนีสายตาปวดร้าวของน้องชายตรงหน้า
“ ฮิโรกิ ... นายไม่รู้หรือว่า แกล้งทำเป็นไม่รู้ความรู้สึกของฉันกันแน่...” ชินยะยันตัวลุกนั่ง รู้สึกปวดที่หัวตุบๆ ไหล่บางที่กำลังสั่นนั้น...ที่เห็นเพราะว่าเขาเมาอยู่หรือเปล่า?
“ นายเมามากแล้ว ชินยะ อย่าพูดอะไรเลย “ ฮิโรกิรีบปาดน้ำตาที่คลอเบ้าทิ้ง แล้วหันกลับมาจะดันตัวน้องชายให้ล้มลงนอน แต่ชินยะขืนตัวไว้...เมื่อร่างบางทำท่าจะลุกขึ้น เขาก็ฉุดข้อมือเล็กนั้นให้นั่งลงอีกครั้ง
“ฮิโรกิ ... อย่าทำเหมือนตอบแทน พวกเราไม่ใช่ผู้มีพระคุณที่นายต้องเทิดทูน ต้องทำตาม นายไม่จำเป็นต้องเรียนในที่ๆคิดว่าพ่อให้เรียน นายไม่จำเป็นต้องทำในเรื่องที่ๆนายคิดว่า พ่อต้องการและท่านพอใจ...ไม่ต้องหมั้นเพราะธุรกิจ ไม่ต้องหมั้นกับคนที่นายไม่ได้รัก... นายไม่ต้องฝืนความรู้สึกอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องฝืนกับคำว่ารัก ...” ชินยะดึงตังพี่ชายให้กลับมานั่งบนเตียงข้างเขาอีกครั้ง...มองฮิโรกิด้วยสายตาตัดพ้อ ตลอดเวลาที่ผ่านมา จะเคยมีสักครั้งมั้ยที่พี่ชายของเขาคนนี้จะทำตามที่ใจตัวเองปรารถนา
“ฉันไม่ฝืนอะไรเลย ชินยะ... ฉันแค่ทำสิ่งที่ควรทำ นายก็ต้องทำสิ่งที่ควรทำเหมือนกันนะ...พี่ขอร้อง... ปล่อยให้เราเป็นพี่น้องกันต่อไป.. อย่าทำลายมันเลย ...ตอนนี้ พี่มีความสุขดี”
“มีความสุข ที่เราเป็นพี่น้อง...อย่างนั้นเหรอ?” ชินยะมองร่างบางด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมจะต้องเอ่ยคำนี้ออกมาทุกครั้ง...ทุกครั้งที่ฉันพยายามจะบอกว่าฉันรักนาย
“ใช่ เป็นพี่น้อง...” ร่างบางย้ำคำของน้องชาย...คำว่า ‘พี่น้อง’ ที่เป็นเหมือนเส้นแบ่งกั้นระหว่างเราเอาไว้ ไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่านี้
ถ้านายจะเมตตาฉัน ...
อย่ามาขอร้องอะไรจากฉัน..
อย่ามาขอร้องให้ฉันหยุดรักนาย...
เพราะฉันทำให้นายไม่ได้ ...
ฉันรักนายมากแค่ไหน...นายจะรู้บ้างไหม
ที่ฉันทำไปทั้งหมด...เพราะคำว่ารัก...คำเดียว
ถ้านายตระหนักว่าเป็นพี่ชายของฉันจริง...
ขอร้องในฐานะน้องชายที่เลวคนนี้...
ฉันขอรักนายอยู่อย่างนี้...จะได้ไหม
~ THE END ~