Part 1
Part 2
Part 3
Part 4
Part 5

 

Part 5


พระเจ้าครับ มาถึงตอนนี้ผมเพิ่งจะรับรู้ถึงเจตนาที่แสนดีของท่าน เงิน500เยนทำให้ผมได้เป็นแฟนอากิระ1เดือน
แล้วถ้าผมจะขอเพิ่มเงินทำบุญอีกหลายๆเยนไม่ว่าจะมากแค่ไหนผมก็จะยอม ขอแค่เพียงให้ผมกับอากิระอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป จะเป็นไปได้รึเปล่าครับ?– ทาจิบานะ เคตะ

 

# # # # LOVE IS MAGIC # # # #

 

ตอนนี้อากิระอยู่กับผมได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกไม่นานเค้าก็คงต้องกลับไปเป็นเด็ก10ขวบอีกครั้งใช่มั้ยนะ
เมื่อถึงเวลานั้นความทรงจำระหว่างเราสองคน เค้าจะจำมันได้อยู่รึเปล่า?

“อากิระ....อย่าเอาแต่เงยหน้ามองข้างบนสิ มองทางข้างหน้าด้วยเดี๋ยวก็หกล้มหรอก” วันนี้ผมพาอากิระมาชมดอกซากุระที่แถวบ้าน ดอกซากุระบานสะพรั่งมากกว่าวันอื่นๆกลุ่มคนที่มาชมดอกไม้จึงมากกว่าทุกวันเช่นกัน

“สีชมพูหมดเลย ยอดเลยเนอะๆ” (= >v< =) อากิระตอนนี้เอาแต่เดินแหงนมองท้องฟ้ากับดอกซากุระอย่าง
ตื่นตาตื่นใจเลยทีเดียว ดอกซากุระบานสะพรั่งขนาดนี้ก็ไม่แปลกหรอกที่อากิระจะตะลึงขนาดนั้น

“มาช่วยชั้นหาที่นั่งเถอะ คนเยอะไปหมดเลย” ผมชะเง้อมองหาที่ว่างๆสักจิ๊ดนึงพอจะนั่งชมดอกไม้ได้
แล้วรู้มั้ยว่าวันนี้ผมต้องทนตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะทำปิ่นโตมากินกับอากิระเชียวนะเนี่ย //^_^//

“เฮ้ย....ไอ้เคะ....ทางนี้เว้ย!!” เสียงตะโกนเรียกทำให้ผมหันไปตามเสียงเรียกนั้นก็เห็นริวอิจิกับพี่เรียวเฮ
นั่งอยู่ใต้ต้นซากุระต้นใหญ่ ผมจึงรีบจูงมืออากิระไปร่วมด้วยทันที นึกว่าจะหาที่นั่งไม่ได้ซะแล้ว
โชคดีที่เจอไอ้ริวมันนะเนี่ย ^^

“วันนี้ ดอกซากุระสวยจังเนอะ เหมาะกับการออกเดทมากเลย” พี่เรียวเฮพูดไปยิ้มไปกับอากิระที่ยังคงนั่ง
ชะเง้อมองแต่ดอกไม้อย่างตื่นตาตื่นใจ

“สวยๆอากิระชอบมากๆเลยล่ะ” ^o^ เจ้าตัวน่ารักหันไปยิ้มแก้มเปล่งปลั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับพี่เรียวเฮ น่ารักจังนะ
ทั้งพี่เรียวเฮ ทั้งอากิระ รู้มั้ยถึงดอกไม้จะสวยมากแค่ไหนแต่ชั้นว่าพวกนายสวยยิ่งกว่าอีกนะ

“อะแฮ่มๆไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างมึงจะมาดูดอกไม้แบบนี้” ไอ้ริวอิจิที่นั่งซดสาเกอยู่ทำหน้ากรุ้มกริ่มพูดขึ้นขัดจังหวะ
การชมทัศนียภาพงามๆของผม นี่มันทำเหมือนกับจะจับผิดผมให้ได้อย่างนั้นแหละ

“กูก็แปลกใจเหมือนกันล่ะวะ ที่เจอหน้ามึงนั่งหน้าสลอนอยู่ใต้ต้นซากุระเนี่ย นึกว่าอย่างมึงไปแต่พวกคลับเถื่อนๆ
ซะอีก” ผมตอกกลับมันไปอย่างไม่ยอมแพ้ ก็ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดฝันว่าไอ้ริวจะมาอยู่ในที่โรแมนติคแบบนี้

“แหมก็....เรียวจัง อยากมาน่ะ....ก็เลยต้องตามใจหน่อย เค้าตามชั้นไปที่คลับทุกคืน ทั้งๆที่ไม่ถูกกับที่แบบนั้นแท้ๆ
แต่ก็ยอมเพื่อชั้นมาตลอด วันนี้เลยอยากเอาใจเค้ามั่งน่ะ” =[]= สาบานได้ครับทุกคน สาบานได้ว่าผมเห็นหน้าไอ้ริวมันเป็นสีชมพูด้วยล่ะ ให้ตายเหอะ!! อย่าบอกนะว่ามันกำลังอาย อยากจะขอบคุณรุ่นพี่เรียวเฮจริงๆเลยที่ได้ทำให้
คนอย่างมันกลายเป็นผู้ชายน่ารักได้แบบนี้

“ริวคุง อย่าเอาแต่กินเหล้าสิ กินอย่างอื่นบ้างเดี๋ยวก็แย่หรอก” พี่เรียวเฮทำหน้าดุพลางดึงแก้วออกจากมือของมัน
ผมอมยิ้มกับภาพของคู่รักที่หวานชื่น ริวอิจิเพื่อนรักกับรุ่นพี่เรียวเฮอดีตคนที่ผมเคยแอบชอบอยู่ ดีจริงๆที่สองคนนี้
ลงเอยกันได้ด้วยดี

“แหม....มึงสองตัวนี่มีความสุขกันจริงนะ” เสียงนิ่งๆแบบนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก.....ไอ้ฮิโรกิ -*-
วันนี้เจ้านั่นแต่งชุดซะหล่อเนี้ยบ มาถึงก็นั่งตรงกลางระหว่างผมกับอากิระทันที

“อ้าว เฮ้ย ไม่น่าเชื่อนี่ทำไมปีนี้ถึงได้พร้อมใจกันมาวะเนี่ย” ไอ้ริวตะโกนอย่างเสียงดัง ดูเหมือนจะตกใจจริงๆ
ที่ได้เห็นหน้าไอ้เจ้านาคาโดอิ ฮิโรกิคนนี้

“ทะลึ่งๆ กูมาที่นี่ทุกปีเว่ย มีแต่พวกมึงน่ะแหละที่เพิ่งจะเยื้องกรายมา” ใช่สิ เทพบุตรสองหน้าอย่างฮิโรกิก็ต้อง
พาเด็กๆในคลับมาออเซาะกันอยู่แล้ว มันก็ไม่แปลกหรอกนะ ^^”

“อ่า ลืมทักทายคนน่ารักเลย สวัสดีครับพี่เรียว น้องอากิจัง” เจ้านั่นสะบัดโฉมหน้ากวนตีนออกเปลี่ยนเป็น
ฮิโรกิผู้ใสซื่อมันหันไปยิ้มตาเป็นประกายให้อากิระ ฮึ่ม !(-*-)

“อะไรไอ้เคะ...ทำหน้าเป็นปลาเน่าไปได้ ถ้าบอกว่าเป็นเด็กมึงกูก็ไม่ยุ่งอยู่แล้ว กูมันคนแฟร์ๆเว่ย^-^
เฮ้ย ไปก่อนล่ะเด็กกูมานู่นแล้ว แล้วเจอกัน” ฮิโรกิตบไหล่ผมเบาๆ2-3ทีก่อนจะเดินไปหาเด็กผู้ชายคนนึง
ตัวเล็กๆผมฟูๆหน่อย หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดูคุ้นๆเหมือนกับว่าจะเป็นเด็กในโรงเรียนเรานี่แหละ

“ฟุรุยะ เคตะน่ะ หนึ่งในแฟนคลับไอ้ฮิมัน” ริวอิจิหันไปมองแล้วก็พูดออกมายิ้มๆ โล่งอกไปหน่อย ถ้าอย่างมันมีแฟนเป็นตัวเป็นตนได้ ผมก็จะได้ไม่ต้องมาคอยกันท่ามันจากอากิระให้มากนัก^+++++++++^

“เอ๋?” O.O จากที่กำลังคิดเรื่องฮิโรกิอยู่พอหันกลับมาก็เจอเจ้าตัวดีนั่งตาแป๋วอยู่ตรงหน้าพลางยื่นดอกซากุระที่
ร่วงอยู่ตรงพื้นมาให้ผมเต็มกำมือเชียว

“อากิระให้พี่ชายน้า~ อากิระรักพี่ อากิระให้พี่คนเดียวเลย” ( = ^_^= ) ใบหน้าไร้เดียงสาแก้มป่อง ขาวใส
กับสายตาที่แป๋วแหวว คำพูดบอกรักที่ตรงไปตรงมาของเด็กคนนี้ ทำเอาผมหน้าร้อนผ่าวไปหมด

“เอ่อ....ริวคุงตรงนั้นมีเวทีด้วย...เราไปดูกันเถอะ” พี่เรียวเฮคงจะรู้สถานการณ์ดี พี่เค้ารีบดึงแขนริวอิจิที่
นั่งหม่ำอาหารให้ลุกออกไปด้วยกันแล้วพี่เค้าก็หันมาส่งยิ้มให้ผมอย่างเอาใจช่วย

“เวทีอารายเหรอ...อากิระไปด้วยนะ....” >0< เจ้าอากิระตัวป่วน รีบหันหน้าตั้งท่าจะลุกตามทั้งสองคนนั้น
แต่ผมดึงแขนของเค้าเอาไว้ได้ทันจนร่างของเค้าอยู่ในอ้อมกอดของผมได้พอดี

“อะไรหรอ...อากิระจะไปดู...ดูนู้นอ่า” ^o^

“รักอากิระนะ”

“หา”

“รักอากิระมากเลยนะ”

“อื้อ อากิระก็รักพี่เคตะ” >__<

 

ในเวลานี้ผมไม่สนผู้คนที่อยู่รอบข้างเลยสักนิด ผมโน้มหน้าเข้าสัมผัสริมฝีปากอากิระอย่างรักใคร่ ใต้ต้นซากุระสีชมพูที่กำลังเบ่งบานสะพรั่งสวยสดและงดงาม แต่คงไม่น่าสนใจเท่ากับคนที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้นักหรอก อากิระของผมสวยกว่าอะไรทั้งนั้น กลีบปากแดงที่ผมบดคลึงเคล้าอยู่นานทั้งนุ่มทั้งนิ่ม และพอผมถอนริมฝีปากออก ก็ทำเอาอากิระหอบเหมือนหายใจไม่ทัน น่ารักชะมัด จูบกันก็ตั้งหลายครั้งแล้ว ยังไม่คล่องอีกเหรอเนี่ย^^

“พี่เคตะ เอาลิ้นเข้ามาผมจั๊กจี๋นะฮะ” เค้าก้มหน้างุดๆคงจะทั้งอายทั้งเขิน ผมอดหัวเราะไม่ได้ เอื้อมตัวเข้ากอด
ร่างเค้าไว้แน่น เด็กหนอเด็ก เดี๋ยวต้องฝึกให้คุ้นเคยให้ได้เร็วแล้ว ฮี่ๆๆ >3<

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

“อากิระ....ไปนอนเถอะนะ” และแล้วคืนนั้นทั้งที่น่าจะหวานชื่นแต่ที่ไหนได้ ตอนนี้อากิระกลับงอนอะไรก็ไม่รู้
เอาแต่นั่งหันหน้าเข้าหามุมห้องไม่ยอมพูดไม่ยอมคุย

“โฮ่ง โฮ่ง” ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่ทำเสียงเห่าโฮ่งๆ ความจริงผมก็รู้น่ะแหละว่ามันเกิดจากอะไร ก็หลังจากตอนที่กลับ
จากชมดอกไม้ อากิระไปเจอลูกหมาถูกทิ้งตัวนึงเข้า เกิดอยากเอามาเลี้ยง แต่ทว่าคอนโดของผมนี่เค้าห้ามเลี้ยงสัตว์

“อากิระอยากได้โฮ่งโฮ่ง”

“บอกว่าไม่ได้ไง ทำไมถึงได้พูดไม่รู้เรื่องนะ” (-*-)ผมเผลอตัวทำเสียงดังใส่จนอากิระสะดุ้งโหยง น้ำตาคลอเลย
โธ่...ทั้งที่บอกเหตุผลมากมายให้ฟังแต่อากิระก็ดูเหมือนจะไม่รับรู้เลยสักนิด (ก็น้องเค้าเด็กอยู่หนิ-*-)

“ฮือๆจะเอา...อากิระอยากได้” เหมือนเดิมที่เวลาถูกขัดใจเมื่อไร อากิระก็จะเบะปากแล้วก็แหกปากร้องไห้เสียงดัง
แถมยังส่งเสียงร้องกรี๊ดๆอย่างไม่กลัวเจ็บคอเลยสักนิด

“หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ...บอกให้หยุดไง....อากิระ เงียบเดี๋ยวนี้!!!!” เมื่ออากิระไม่ฟังยังคงส่งเสียงดังทำให้ผมต้องดุใส่
ทำให้อากิระเอาแต่สะอื้นไม่หาย แม้กระทั่งตอนนอนเค้าก็นอนหันหน้าหากำแพงเอาแต่นอนกอดหมอนข้าง ร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ว่าจะขอโทษยังไงก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

 

.............................................................
..............................................
.............................

 

“มีแฟนเด็กก็เงี้ยแหละ ชอบอ้อน เอาแต่ใจน่ารักจะตาย” วันนี้ริวอิจิกับฮิโรกิมาที่คอนโด ผมจึงได้เล่าเรื่องที่น่ากลุ้มใจ
ของผมให้พวกมันฟัง พักนี้ดูเหมือนอากิระจะเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมจนผมชักเหนื่อย

“มึงก็พูดง่ายไอ้ริว...มึงไม่ได้มีแฟนเด็กเหมือนกูซะหน่อย” (- -“)

“ไอ้เคะ แฟนกูก็เด็กอยู่เหมือนกัน น่ารักออก แฟนที่เอาแต่ใจตัวเองดูแล้วน่ารักน่าหยิกจะตาย” ฮิโรกิพูดออกมา
ทั้งยังเดินไปหยิบของในตู้เย็นผมออกมากินหน้าตาเฉย -*-

“ไม่รู้ว่าหม่ามี๊ของอากิระเลี้ยงมาแบบไหน เอาแต่ใจตัวเองเหลือเกิน” ก็จริงๆอย่างที่ผมพูดน่ะแหละ อากิระก็
อายุ10ขวบแล้วนะ แต่ยังคงงอแงเหมือนเด็กๆตัวกะเปี๊ยก

“ดูนั่น อย่างนั้นไม่เรียกว่าน่ารักแล้วจะเรียกว่าอะไร?” ริวอิจิชี้ไปที่ประตูผมจึงหันหน้ามองตาม เจ้าเด็กจอมกวน
หน้าใสนั้นยืนแอบอยู่ เจ้านั่นมองมาที่ผมตาแป๋วเป็นประกายวิ้งวับ สายตาอย่างนั้นดูก็รู้ว่าจะชวนผมไปเล่นดาบ
สตาร์วอร์ที่ฮิโรกิเพิ่งซื้อให้ -*-

“อากิระติดแกออกจะเป็นจะตาย ถึงเอาแต่ใจแต่ก็รักแกคนเดียว เป็นชั้นออกจะภูมิใจนะนั่น” ฮิโรกิยิ้มอย่างเอ็นดู
ทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ นั่นสินะ ถึงอากิระจะเอาแต่ใจ ดื้อ ซน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังรักอากิระอยู่ดีน่ะแหละ ( _.._)

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

คืนนั้นหลังจากที่ฮิโรกิกับริวอิจิกลับไปกันแล้ว ผมก็ทำเหมือนกับทุกวันทำอาหารให้อากิระ เล่นเป็นเพื่อนอากิระ
และก็มานั่งเฝ้าตอนอาบน้ำ จริงๆก็ไม่ได้เรียกว่าเฝ้าหรอกเพราะผมก็เข้าไปอาบด้วยเลยต่างหากล่ะ ^^

“อากิระทีหลังอย่าดื้อได้ไหม ชั้นพูดอะไรก็ฟังหน่อย” ผมใช้ฟองน้ำถูหลังขาวๆให้อากิระทั้งยังสั่งสอนในทีเดียว
อากิระที่กำลังง่วนกับการเล่นเป็ดยางในอ่างน้ำพยักหน้าเบาๆ

“อากิระไม่ดื้อซะหน่อย” ( - 0 - ) โธ่เอ๊ย....ก็แบบนี่แหละที่เค้าเรียกว่าดื้อ...ยังจะไม่ยอมรับอีก

“ถ้าอากิระดื้อ ชั้นจะไม่รักแล้วนะ” (- -“)

“ทำไมล่ะ...ก็อากิระไม่ดื้อซะหน่อย ไม่ดื้อจริงๆนะ” (=o=)

“อืมๆ ถ้าไม่ดื้อก็ดีแล้ว เพราะเวลาที่อากิระไม่ดื้อนะ น่ารักที่สุดเลยล่ะ” ^_^ ผมยิ้มให้เค้าที่หันมาทำหน้าตาเถียง
สุดฤทธิ์ว่าตัวเองไม่ดื้อๆ เวลาที่อากิระเป็นเด็กดีนะ จะน่ารักมากที่สุดเลย ผมก้มลงจูบเม้มที่ไหล่เค้าเบาๆจนเสียงหัวเราะเล็กๆดังเอิ๊กอ๊ากออกมาด้วยความชอบใจ

“งั้นอากิระจะไม่ดื้อนะ อากิระจะเป็นเด็กดี พี่เคตะจะได้รักอากิระ” ( = ^ v ^ = ) เจ้าตัวนุ่มหันมาโผเข้ากอดผมแน่น
อย่าลืมสิอากิระว่าตอนนี้มันอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมแค่ไหน อยู่ในอ่างน้ำ ร่างกายก็ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดแม้แต่น้อย
แล้วนายมากอดชั้นเนื้อแนบเนื้อแบบนี้ ชั้นใจไม่แข็งพอหรอกนะ ที่จะทนปล่อยนายไปได้น่ะ หึๆ^^”
(แล้วเฮียเคะก็เข้าสู่โหมดพรากผู้เยาว์อีกจนได้ โฮะๆๆๆ)

 

 

+++++++++++++++++++++++++

 

นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ช่วงนี้อากิระเป็นเด็กดีอย่างที่เคยให้สัญญาเอาไว้ ^---^ จริงๆคงเพราะผมสั่งสอน
ด้วยความรักอย่างดีถึงได้ทำให้เค้าน่ารักแบบนี้ แต่ว่าช่วงนี้อากิระบางทีก็ชอบนั่งซึมๆบ่นถึงหม่ามี๊บ้างเป็นครั้งคราว
อากิระยังแค่10ขวบนี่นะ เลยต้องคิดถึงแม่เป็นธรรมดาอยู่แล้วแต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงได้ รู้สึกน้อยใจบ้างนิดๆ
เวลาของผมกับอากิระที่จะอยู่ด้วยกันเหลือแค่ไม่อีกกี่วันเอง อาจจะเห็นแก่ตัวแต่ช่วงนี้คิดถึงชั้นคนเดียวก่อนได้ไหม?

“ฮือๆๆพี่เคตะ...อากิระอยากเล่นนี่ ให้อากิระเล่นน้า”

“ไม่ได้นะ...-*-...นั่นมันของเล่นของเด็กเล็ก นายตัวโตขนาดนี้ไม่มีใครให้เล่นหรอก” ผมรีบฉุดแขนอากิระให้เดิน
ผ่านม้าโยกแบบหยอดเหรียญอย่างเร็วที่สุด แต่แรงของอากิระก็เยอะเค้าพยายามฝืนอย่างเต็มกำลัง

“แต่อากิระเล่นกับหม่ามี๊บ่อยๆนะ หม่ามี๊พาอากิระมาเล่นทุกครั้ง” เจ้าอากิระแหกปากตะโกนทั้งสีหน้ายังเอาจริงเอาจัง
อย่างมาก คนแถวนั้นเริ่มมองกันตาเขม็งเลยทีเดียว

“ตอนนี้มันไม่เหมือนเก่าแล้ว นายไม่ใช่เด็กอีกแล้ว”

“ม่ายยยยย----!!!!ถ้าหม่ามี๊มาหม่ามี๊ก็จะให้อากิระเล่น” ให้ตายเหอะ เจ้านี่ไม่ได้คิดอะไรที่มันจริงจังมั่งเลย
สายตาของคนหลายคนต่างมองกันอย่างกับว่านี่เป็นเรื่องที่น่าขำ

“หยุดร้องเถอะ อากิระ คนอื่นเค้ามองกันอยู่นะ” ผมเป็นคนรักที่ไม่เอาไหนเลยสินะ ฮิโรกิบอกว่ามีแฟนเด็กๆ
เป็นเรื่องดี ริวอิจิบอกว่าเด็กอย่างอากิระน่ารัก แต่ผมกลับรู้สึกรำคาญในเวลาที่เค้าทำตัวแบบนี้ บางครั้งผมอยาก
จะตีจะหยิกให้หายร้องไห้ ผมเป็นคนที่เกลียดเด็กมาแต่ไหนแต่ไร เสียงร้องไห้โหวกเหวกอย่างนี้ทำผมเครียด
ทั้งที่ผมพยายามปรับตัวให้ชินชากับความเอาแต่ใจของอากิระ แต่มันดูเหมือนจะไม่เป็นผล

"หยุดร้องไห้...อากิระ...เดี๋ยวชั้นซื้อหุ่นโมเดลให้เล่นนะ"

“ฮือๆไม่อาววววว....ฮือๆ....อากิระอยากเล่น แง้ๆ”

"แง้~~~อากิระจะเล่นนี่ จะเล่นๆๆๆๆฮือๆ"

“อากิระ ขอร้องล่ะ....หยุดร้องไห้นะ.....ขอร้อง” ผมคว้าตัวเค้ามากอดไว้พลางพยายามปลอบโยนอย่างอ่อนโยน
ตอนนี้ผมทำได้แค่นี้ ทำได้แค่กอดเค้าไว้แบบนี้เท่านั้น!!

 

...................................................
……………………
………………..

 

“ฮึก...ฮึก...ฮือ....” ผมจูงมือเค้าออกจากห้างสรรพสินค้านั้น ตอนนี้อยู่ข้างทางแถวบ้านแต่อากิระยังคงสะอื้นไม่หยุด

“วันนี้อากิระอยากกินเนื้อใช่มั้ย เดี๋ยวให้ชิ้นใหญ่ๆเลยนะ” ^_^ ผมพยายามชวนคุย พยายามโอ๋ให้หยุดร้องไห้ แต่มัน
ก็ไม่ได้ผลเลยสักนิด น้ำตายังคงไหลรินออกมาไม่หยุดจากใบหน้าหวานนั้น

“ฮือๆจะหาหม่ามี๊...หม่ามี๊ไปไหน...ฮือๆ....” ช่วงนี้ที่ทำให้อากิระหงุดหงิดง่าย ร้องไห้บ่อยก็มาจากแม่ของเค้า
ตามสมุดระบายสีก็จะมีแต่ภาพแม่ที่อากิระวาดเอาไว้

“เดี๋ยวหม่ามี๊ก็มาหาอากิระแล้ว...อย่าร้องไห้สิ...อย่าดื้อได้มั้ย สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ฮือๆๆๆ...อากิระจะหาหม่ามี๊ แง้ๆ...”

 

“หยุดร้องซะทีได้มั้ย!!!” ผมตะคอกเสียงดังใส่อย่างเหลืออด ทั้งที่ความจริงผมไม่ได้อยากจะรุนแรงใส่
คนที่ผมรักเลยสักนิด ผมรู้สึกผิดที่ทำให้อากิระต้องร้องไห้เสียใจแบบนี้

“ฮึกกก.....อากิระเกลียดพี่เคตะแย้วว...ฮือออออ.....พี่เคตะบ้า” ท่ามกลางสายตาคนมอง นับไม่ถ้วนที่อยู่กับเด็กคนนี้
แล้วต้องตกเป็นเป้าสายตาของผู้คน ผมไม่ใช่คนรักหรือพี่ชายที่แสนดีนัก ทำไมอากิระต้องทำให้ผมลำบากใจ
ต้องทำให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย ในหัวผมวนเวียนอยู่แต่ความคิดพวกนี้ ทั้งๆที่ผมคอยดูแล ทำทุกอย่างให้
แต่กลับพูดออกมาว่าเกลียด ว่าบ้า !!

“เกลียดนักงั้นก็ไปอยู่กับหม่ามี๊เลย.....ไม่ต้องมากับชั้นอีกต่อไป....ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!” ผมตัดสินใจทิ้งอากิระที่สะอึกสะอื้นไว้ตรงนั้น ผมรู้ดีว่าเด็กอย่างเค้าก็ต้องตามมาอยู่ดี อากิระเป็นเด็กขี้กลัวและขี้ระแวง ถ้าผมโกรธและปล่อยเค้าทิ้งเอาไว้เค้าก็ต้องรีบตามมาอย่างสุดชีวิต ผมก็แค่สั่งสอนให้รู้ว่าเด็กดีควรทำตัวยังไง

 

 

“ฮือ...พี่คับ...อากิระขอโทษ ฮือๆ” เสียงร้องไห้สะอื้นของเจ้านั่นตามแว่วมาข้างหลัง

“พี่....ฮือๆ...” ผมรู้ดี ว่าตอนนี้อากิระคงรีบวิ่งไล่ตามผมมา อยากจะหันกลับไปกอดแน่นๆแล้วจูงมือเดินกลับบ้าน
เหมือนทุกครั้ง แต่ถ้าเกิดผมใจอ่อนหันกลับไปรับก็คงเป็นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาสินะ ไม่มีทางหรอกต่อไปนี้ชั้นจะ
ไม่ใจอ่อนกับนายแล้ว ผมตัดสินใจเดินข้ามถนนอย่างไม่สนใจเสียงร้องงอแงนั้นเลย

 

“พี่เคตะ...ฮึก....ฮือ...พี่จ๋า”

“พี่จ๋า...พี่เคตะ....ฮือ...อากิระขอโทษ....พี่”

 

 

 

 

 

 

---------------เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด------------------------------

---------------ตึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง----------------------

 

 

 

 

เสียงดังที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตาทำให้ผมสะดุ้ง เสียงกรีดร้องของแถวนั้นทำเอาผมใจหายวาบไปหมด เสียงร้องไห้
เสียงสะอื้นของอากิระก็เงียบหยุดลงไปทันที

 

“กรี๊ดดดดด มีคนถูกรถชน” “เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า” “ใครเป็นญาติเด็กคนนี้ละเนี่ย โทรแจ้งเร็ว”

 

ตอนนี้รอบตัวผมดูวุ่นวายกันไปหมด ขาของผมสั่น หัวใจเต้นแรง เหงื่อตามมือไหลซึมไปหมด ผมหันกลับไป
พยายามเดินเข้าไปตรงที่กลุ่มคนมุง เสียงร้องไห้ของอากิระที่หายไปคงจะเป็นเพราะตกใจกับคนถูกรถชนสินะ

ผมคิดอย่างนั้นพลางเดินเบียดฝูงคนเข้าไปหา หวังว่านายคงจะยืนอยู่แถวนั้นนะอากิระ นายคงไม่ตกใจกลัวนะ
แต่ว่าถ้านายเข้าไปมุงดูแบบนั้น คืนนี้นายจะนอนหลับลงไหมอากิระ นายกลัวเลือดด้วยนี่ แล้วนายก็จะติดตา
นายยิ่งกลัวผีมากกว่าใครเลยนะ ออกมาจากตรงนั้นเถอะ กลับไปกับชั้น กลับบ้านเรากันนะ ชั้นจะไม่ดุนายอีกแล้ว
อากิระ นายอยากกินอะไร นายอยากเล่นอะไรนายอยากจะหาหม่ามี๊ ชั้นจะทำให้นายได้ทุกอย่างเลย !!!

แต่แล้วในเวลานี้
ใบหน้าของผมชาแทบไม่รู้สึกถึงเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง หายใจแทบไม่ออก เมื่อผมเบียดผู้คนจนมาหยุดอยู่ตรง
ข้างหน้าได้แล้ว

 

 

“ดูสิ....ชั้นเห็นเด็กคนนี้วิ่งร้องไห้มาไม่ได้มองรถ จนโดนชนเนี่ย” “น่าสงสารจัง แล้วรถพยาบาลมารึยัง?”

 

ผมรู้ดีว่าอากิระเป็นเด็กขี้กลัวและขี้ระแวง ถ้าผมโกรธและปล่อยเค้าทิ้งเอาไว้เค้าก็ต้องรีบตามมาอย่างสุดชีวิต

 

“อากิระ----!!!!” ภาพของอากิระที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆรถ คราบเลือดสีแดงเข้มมากมายไหลออกมาทั่วตัวเต็มไปหมด
รอยเลือดเปื้อนไปทั่วตัวทั่วร่างกายของเค้า ชุดสีขาวลายโดนัลด์ดั๊กตัวโปรดของเค้าเปื้อนไปด้วยสีแดง เเม้แต่ใบหน้าขาวๆนั้นก็เช่นกัน เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่แค่เลือดเท่านั้น....น้ำตา...ทำไมอากิระมีแต่คราบน้ำตา
อากิระร้องไห้....นี่ผม....ผมพูดอะไรกับอากิระเป็นคำสุดท้าย......????

 

 

“เกลียดนักงั้นก็ไปอยู่กับหม่ามี๊เลย.....ไม่ต้องมากับชั้นอีกต่อไป....ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!”

 

“ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!”

 

“ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน”

########################

“เกลียดนักงั้นก็ไปอยู่กับหม่ามี๊เลย.....ไม่ต้องมากับชั้นอีกต่อไป....ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!”

คำพูดเลวร้ายนี้ดังก้องอยู่ในหัวของผมวนเวียนตอกย้ำอยู่ตลอดเวลา ....ชั้นก็เกลียดนาย....ผมพูดคำนี้ออกไปจริงๆ
คำพูดนี้มันช่างโหดร้ายมากเหลือเกิน....อากิระ....ขอโทษ....

“เฮ้ย...ไอ้เคะ เป็นไงมั่ง?” ริวอิจิกับฮิโรกิวิ่งกระหืดกระหอบมาที่โรงพยาบาลเมื่อผมโทรไปบอก

“ยังไม่ออกมาเลย......3ชม.แล้ว.....นานเหลือเกิน...ทำไม....ทำไมยังไม่ออกมาอีก” ในเวลานี้ผมรู้สึกใจไม่อยู่กับ
เนื้อกับตัวเลย นานมาก ใช้เวลาในการผ่าตัดนานมาก นานเหลือเกิน

“ไอ้เคะ...ตั้งสติหน่อย อากิระไม่เป็นอะไรหรอก เชื่อชั้นสิ” ริวอิจิจับไหล่เคตะบีบไว้แน่นเพื่อเป็นการเตือนสติ

“ฮึก....เพราะชั้น....เพราะชั้นทำให้อากิระร้องไห้...อากิระขอโทษแล้ว.... แต่ชั้น…ฮึก”

“มันเป็นอุบัติเหตุ....แกฟังให้ดีๆมันเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่เพราะแก” ฮิโรกิพูดเสียงเข้มขึ้น คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ผม
รู้สึกสบายใจขึ้นมาแม้แต่น้อย ผมเฝ้ารอการผ่าตัดที่ยาวนานอยู่อย่างทรมาณ ริวอิจิกับฮิโรกิยังคงอยู่เป็นเพื่อนผม
5 ชั่วโมง กับ อีก23 นาที การผ่าตัดสิ้นสุดลง คุณหมอเรียกตัวผมเข้าไปคุย

“คนไข้เลือดออกมาจากแผลภายใน กระดูกแขนซ้ายหัก แผลที่ศีรษะเย็บเรียบร้อย แต่เราพบเลือดคั่งในสมอง
จำนวนหนึ่ง และการผ่าตัดก็ทำให้คนไข้อ่อนแรงลงมาก ตอนนี้คนไข้อยู่ในอาการโคม่า 2-3วันนี้ถ้าแกยังไม่ได้สติ
ก็ทำใจไว้ก่อนนะครับ”

“หมายความว่าไงครับ?”

“....ตอนนี้...หมอก็ยังพูดอะไรไม่ได้มากนัก….”

************************************************************

วันนี้หมอให้ผมกลับไปพักผ่อน และไม่อนุญาติให้เข้าไปเยี่ยมอากิระ ผมได้แต่ยืนมองร่างของเค้าที่นอนอยู่บนเตียง
ร่างของเค้ามีสายยางอยู่เต็มไปหมด ขอโทษนะ อากิระ เจ็บมากเลยสินะ ....ทั้งที่นายยังเด็ก นายแค่10ขวบทำไมชั้นถึงได้ตวาดนายออกไปแบบนั้น

“กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ วันนี้นายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ริวอิจิเดินเข้ามาบอกกับผม พร้อมทั้งฮิโรกิที่หน้าตาก็ดู
เคร่งเครียดไม่ได้ต่างจากผมเลยสักนิด

“อากิระต้องปลอดภัย” ฮิโรกิพูดขึ้นสายตาจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผมพยักหน้าก่อนที่เราสามคนจะ
แยกกันกลับบ้าน เส้นทางเดินระหว่างทางกลับบ้านมันช่างดูยาวไกลเหลือเกิน ผมหยุดนั่งพักตรงสนามเด็กเล่น
หวนนึกถึงเรื่องราวในวันเก่าๆ วันแรกที่ผมรับอากิระมาอยู่ด้วย ผมพาเค้ามานั่งกินไอติมด้วยกันที่ตรงนี้

“พระเจ้าครับ....ได้โปรดช่วยอากิระด้วยเถอะครับ เงินทำบุญที่ผมสั่งสมมาตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ ช่วยส่งผล
ให้อากิระฟื้นแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมด้วยเถอะครับ” ผมได้แต่เฝ้าภาวนาอยู่อย่างนั้นทั้งคืน เพียงแค่ให้
อากิระได้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ผมจะยอมทุกอย่าง

*******************************

 

แล้วเมื่อมาถึงวันที่สอง วันนี้คุณหมอได้อนุญาติให้เข้าไปเยี่ยมได้แต่ต้องใส่ชุดเยี่ยมไข้ที่สะอาดของโรงพยาบาล
ผมเดินเข้าไปในห้องที่เย็นเฉียบ สายยางมากมายระเกะระกะ บนเตียงพบกับร่างเล็กของเด็กน้อยคนหนึ่งนอน
สงบนิ่ง ผมมองแทบไม่เชื่อสายตา ... อากิระ....เด็กคนนั้นคืออากิระตอนอายุ10ขวบ ทำไมล่ะ นี่มันยังไม่ถึง
หนึ่งเดือนที่พระเจ้าได้ให้เอาไว้เลย ?

“เด็กคนนี้เข้มแข็งมาก....เค้าพยายามต่อสู้อยู่....” ผมหันไปทางคุณหมอ ดูเหมือนการที่อากิระกลับมาเป็นเด็ก
ไม่ได้ทำให้ใครคนอื่นแปลกใจเลยสักนิด ราวกับว่ามีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องราวทั้งหมด

“กำลังใจดีมาก....ทำให้ร่างกายฟื้นฟูจนน่าเหลือเชื่อ” ถ้อยคำของคุณหมอเริ่มทำให้ผมใจชื้น ผมกุมมือเล็ก
ของอากิระไว้อย่างเบามือ มืออากิระเล็กลงมาก มือของเด็กเล็ก เด็ก10ขวบเท่านั้น

“อากิระ....ได้ยินชั้นมั้ย...ตื่นเร็วๆสิ เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกไง ชั้นจะทำหมูห่อชีสที่นายชอบทุกวัน”

“อากิระ...อากิระ” ผมเริ่มออกแรงบีบมือเล็กนั้นแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผมร้องไห้ ผมไม่อยากให้อากิระที่เคยสดใส
ร่าเริงเป็นแบบนี้เลย

“อื้อ...ม” แต่แล้วเสียงเล็กๆก็ครางขึ้นมาเบาๆพร้อมกับนิ้วมือเล็กที่ขยับทำให้ผมใจชื้นขึ้นมา อากิระรู้สึกตัวแล้ว
ตาที่หลับสนิทกระตุกขึ้นเล็กน้อย น้ำตาผมไหลออกมาไม่หยุดเลย น้ำตาที่หลั่งออกมาเพราะความดีใจมากที่สุด
ผมดึงมือเล็กนั้นขึ้นมาจูบเบาๆบนหลังมือนั้น

“อากิระ เจ็บตรงไหนมั้ย อากิระอยากกินอะไร เดี๋ยวชั้นจะไปซื้อให้” ผมพูดแทบไม่หายใจ เมื่อเห็นว่าตาของ
อากิระค่อยๆลืมขึ้น เค้ามองหน้าผมตาแป๋ว

“อื้อ...พี่ชายเป็นใครน่ะ??” คำพูดแรกที่อากิระพูดออกมา ทำเอาหัวสมองผมมันปวดวูบวาบไปหมด หน้าชาไป
ในทันที สิ่งที่ผมเฝ้ากังวลวันนี้มันก็เกิดขึ้นจริงๆจนได้

::::: 2 ปีต่อมา :::::

 

ช่วงเช้าที่ยุ่งเหยิงของวันหนึ่ง ผมนั่งจมอยู่กับกองรายงานที่สุมหัวมากมาย ในขณะที่พวกเพื่อนๆคนอื่น
ต่างพากันไปออกเดทกันอย่างหวานชื่น คงมีแต่ผมสินะที่ต้องอยู่ตามลำพังแบบนี้

“ไอ้เคะ....ยังทำรายงานอยู่อีกเหรอวะ เดี๋ยวค่อยทำวันอื่นก็ได้ ไปเที่ยวกันเถอะ” ริวอิจิเพื่อนซี้ของผม
เดินขนาบข้างมาพร้อมกับฮิโรกิคุณชาย2หน้าที่ตอนนี้ดูเหมือนเค้าจะเปลี่ยนนิสัยเลวร้ายแบบนั้นได้นิดหน่อยแล้ว

“ใช่....อยู่มหาลัยแล้วนะโว้ยออกไปกรึ๊บกันหน่อยเหอะ” ฮิโรกิเก็บข้าวของของผมให้แทน โดยไม่รอให้ผม
ได้ปฎิเสธเลยสักนิดนึง (-*-) ใครบอกพวกแกว่าชั้นจะไปฟะ!!

“ไม่เอาโว้ยย....เมื่อวานก็ไปแล้วเป็นไง พวกมึงก็จี๋จ๋าอยู่แต่กับแฟน ปล่อยกูนั่งหง่าวอยู่คนเดียว” ผมกระชาก
หนังสือกลับ พร้อมทั้งเดินลิ่วๆหนีออกห่างจากพวกมันทันที ตอนนี้ก็ผ่านมา2ปีแล้วครับ ผมอยู่มหาลัยปี1แล้ว
และแน่นอนผมหนีไอ้สองตัวหนีไม่พ้น (- -“) ดันตามมาอยู่คณะเดียวกันซะอีก ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ชอบนะ
รู้สึกดีมากเลยที่จะได้ไม่เหงา มีพวกนี้อยู่ทุกวันมีแต่เรื่องหนุกหนานทั้งนั้น (เหอะๆ)

“เดี๋ยวสิ....วันนี้น้องเคตของกูจะพาเด็กน่ารักที่แอบชอบมึงมาให้รู้จัก...จะได้ไม่ต้องหง่าวอีกแล้วไง”
ฮิโรกิดึงแขนของผมเอาไว้ พร้อมทั้งทำหน้ากรุ้มกริ่มตาเป็นประกายเต็มที่

“น่ารักมากกูขอบอก...ไม่เชื่อถามไอ้ริวมันได้ มันเห็นแล้วหัวงูโผล่เชียว”

“เฮ่ย...ไอ้ฮิ!!!!” ริวอิจิหันมาบีบไหล่ฮิโรกิอย่างตกใจกับคำพูดของฮิโรกิที่ชวนหาเรื่องอันตรายมาให้

“หือ....ริวคุง เด็กคนนั้นน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ?” เพราะคำพูดของฮิโรกิทำให้พี่เรียวเฮที่นั่งเงียบๆเป็นอัน
เปลี่ยนสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีทันใด

“เห...?ไม่เห็นจะน่ารักเลย สู้เรียวจังไม่ได้เลยสักนิด ไอ้ฮิมันพูดโม้ไปงั้นๆล่ะ อย่าไปฟังปากหอยปากปูอย่างมันเลย”
ริวอิจิทำตาหวานใส่พี่เรียวเฮซะจนมดแทบขึ้น จากนั้นมันก็เปลี่ยนสายตาเป็นโหดร้ายจ้องฮิโรกิอย่างขัดเคืองใจ

“เออน่า ไอ้เคะมึงหัดหาแฟนมั่งเหอะ....เด็กที่ชื่ออากิระนั่นก็ทิ้งไปแล้วนี่ อย่าไปยึดติดกับเด็กคนนั้นเลยน่า”
ฮิโรกิไม่สนใจกับสายตาของริวอิจินัก เค้าหันมาพูดกับผมพยายามโน้มน้าวให้ผมหาแฟน ดูเหมือนว่าพระเจ้า
คงลบความทรงจำที่เกี่ยวกับอากิระวัย17ออกจนหมด ทุกคนที่เคยรู้จักอากิระในตอนนั้นกลับกลายเป็นความจำ
ที่เลือนลางกันทั้งนั้น ทั้งหมดนี้คงมีแต่ผมเพียงเท่านั้นที่จำอากิระได้ดีไม่มีวันลืม

“กูไม่สนหรอก...ถ้าน่ารักก็เอากันเองละกัน” ผมพูดพร้อมทั้งเดินหนีออกจากพวกมันอีกครั้ง ย้อนกลับไปตั้งแต่
วันที่อากิระฟื้น ความทรงจำทุกอย่างของเค้ากลับเป็นแค่เด็ก10ขวบอีกครั้ง ความทรงจำทั้งหมดที่เราอยู่ด้วยกัน
ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในความคิดของเค้าเลยสักนิด ถึงผมจะเสียใจแต่ก็ต้องทำใจยอมรับมันอย่างโดยดี

“อะไรของมันวะ....อย่าบอกนะว่าจะไปที่นั่นอีกแล้ว” ฮิโรกิยืนเกาหัวมองตามอย่างสงสัย

“เออ ก็เห็นมันไปแทบทุกวัน ดูท่าจะวิตถารหนักแล้ว” ริวอิจิส่ายหน้าอย่างระอา จนเรียวเฮต้องปรามด้วยสายตาดุๆ
ริวอิจิจึงยิ้มเจื่อนๆแล้วก็นั่งเงียบเป็นเด็กดีเชียว (- -“)

..................................................
..................................
......................
..........

ทุกวันเวลาเลิกเรียนแล้ว ผมมักจะมาหยุดอยู่ที่นี่ทุกครั้ง สวนเด็กเล่นเมืองข้างๆที่ต้องนั่งรถไฟไปประมาณครึ่งชม.
ในเวลานี้นักเรียนโรงเรียนประถมเลิกกันหมดแล้ว เด็กๆต่างก็พากันมาเล่นที่สนามนี้ ผมหยุดนั่งลงตรงชิงช้า
พลางมองไปที่เด็กๆกลุ่มนึงที่ส่งเสียงดังอย่างสนุกสนาน เด็กผู้ชายผิวขาวสะอาดคนนึงในกลุ่ม เด็กคนนี้นี่แหละ
ที่ทำให้ผมต้องมาคอยเฝ้าดูอย่างนี้แทบทุกวัน

“แง~...อากิระจะเล่นด้วย ฮือ” เสียงใสๆกรีดร้องอย่างโดนขัดใจ ร่างเด็กคนนั้นพยายามเข้าไปทุบตีเด็กผู้ชาย
ตัวใหญ่กว่าผิวสีแทนเล็กน้อยซึ่งหน้าตาดูหล่อเหมือนกัน

“ไม่!!นี่เป็นการละเล่นของผู้ชาย...นายไปเล่นกระโดดเชือกกับพวกผู้หญิงไป” เด็กหนุ่มท่าทางเกเรนั่นผลัก
ตัวอากิระออกแล้วก็พากันไปเล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน ปล่อยให้เด็กผิวขาวคนนั้นนั่งร้องไห้งอแงตามลำพัง
คางิโมโตะ อากิระ เด็กอายุ12ขวบ ที่พระเจ้าบอกเอาไว้ว่าเป็นเนื้อคู่ของผมนี่เอง

“ฮือๆพี่ค้าบ...เค้าแกล้งผมอีกแล้ว....ฮือ....ฮือ” อากิระเงยหน้าขึ้นฟ้องทั้งที่น้ำตานองหน้า ผมนั่งลงย่อตัวเพื่อ
ที่จะปลอบโยนเค้า มือของผมเช็ดน้ำตาให้อากิระอย่างอ่อนโยนที่สุด

“เมื่อตอนกลางวันชินยะมาถอดกางเกงผม ฮือๆ แล้วยังไม่ยอมให้ผมเล่นต่อสู้ด้วย เค้าบอกให้ผมไปเล่นตุ๊กตา
ฮือๆ ชินยะชอบแกล้งผม พี่ค้าบ ต่อยชินยะให้หน่อย ฮือๆ” อากิระโผเข้าซุกหาผมอย่างอ้อนๆ หลังจากเหตุการณ์ที่
โรงพยาบาล ไม่กี่วันแม่ของอากิระก็กลับมารับตัวอากิระไป ผมถามคุณลุง คุณป้าข้างบ้าน จนรู้มาว่าอากิระอาศัยอยู่
ที่เมืองข้างๆนี้ และก็เป็นเวลา2ปีแล้วที่ผมเข้ามาพูดคุยเป็นเพื่อนเล่นให้อากิระ จนเค้าเริ่มยอมรับและไว้ใจผมมากขึ้น

“ต่อยได้ยังไง....พี่โตแล้วนะ...คนอื่นจะหาว่าพี่รังแกเด็กน่ะสิ....อากิระน่ะแหละ ต้องหัดสู้ซะบ้าง เข้มแข็งหน่อยสิ
เราเป็นเด็กผู้ชายไม่ใช่เหรอ?”

“ฮึก..ฮือ อากิระสู้ไม่ได้...ชินยะต่อยอากิระเจ็บ” T~T

“ถ้างั้น อากิระก็ต้องฝึกให้เก่งสิ จะได้สู้กับชินยะได้ อากิระจะต้องมั่นใจในความสามารถที่มีสิ”

“ฮึก....ฮือ” อากิระไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา เอาแต่ร้องไห้สะอื้นแทบไม่หยุด

“กลับกันไหม พี่พาอากิระไปกินไอติมปลอบใจละกันนะ” ผมลูบใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาออกจากเด็กคนนี้
อากิระยังคงสะอึกสะอื้น จมูกแดงก่ำไปหมด แต่เค้าก็พยักหน้ายอมไปกับผมอย่างยินดี

“พี่ค้าบ...อุ้มนะ” อากิระยื่นมือทั้งสองข้างเพื่อรอให้ผมอุ้ม ถ้าเป็นเมื่อ2ปีก่อนผมคงได้ผลักเด็กนี่จนหงายแน่
แต่ตอนนี้ผมไม่เป็นอย่างนั้นแล้วครับ ผมยอมทุกอย่างที่อากิระจะร้องขอ และที่สำคัญตอนนี้ผมรักเด็กครับ^^

“อื้มม...ตัวหนักใหญ่แล้วนะเรา” ผมอุ้มอากิระขึ้น สองแขนเล็กโผเข้ากอดก่ายผมแน่นเพราะกลัวตก

“ก็อากิระ ต้องกินข้าวเยอะๆ อากิระจะต้องโตกว่าชินยะ อากิระจะได้สู้กับชินยะให้ชนะล่ะ” (-0-)

“เหรอ...กินมากไประวังอ้วนแล้วไม่น่ารักนะ”

“ไม่เอา อากิระอยากน่ารัก แต่อากิระก็อยากโตเร็วๆนี่นา” (>o<)

“อยากจะชนะชินยะขนาดนั้นเลยเหรอ ฮ่าๆ” ผมหัวเราะเบาๆ ร่างเล็กในอ้อมแขนผมส่ายหน้าไปมา

“อากิระกินเยอะๆ....เพราะอากิระอยากโตให้ทันพี่ชายหนิ....อากิระอยากแต่งงานกับพี่เคตะคับ” พูดจบอากิระ
ก็ซุกหน้าลงบนอ้อมกอดของผมใบหน้าเล็กๆนั้นแดงขึ้นมาน่ารักมากเลยทีเดียว ส่วนผมได้แต่ยิ้มแทบหุบไม่ลง
คำพูดของเด็กอายุ12มีผลกระทบต่อจิตใจหนุ่มหล่อวัย19อย่างผมมากมาย >//<

“อากิระจะแต่งงานกับพี่จริงเหรอ?ไม่ได้หลอกให้พี่ดีใจเล่นๆนะ”

“อื้ออ~ไม่ได้หลอกนะ” อากิระส่ายหัวยิกๆน่ารัก น่าหยิกซะจริง

“อากิระจะเป็นเจ้าสาวให้พี่เคตะคับ” ( = ^ v ^ =)

“น่ารักซะจริงนะเรา....มาหอมแก้มที่ซิ” ผมจุ๊บแก้มนุ่มๆหอมกลิ่นแป้งเด็กอย่างชื่นฉ่ำใจ อากิระก็กอดผมแน่น
แล้วก็ยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มผมเช่นกัน มีความสุขที่สุดเลยครับต่อไปนี้ผมจะรักษาช่วงเวลาที่มีเหล่านี้ให้ยาวนานต่อไป
ว่าแต่ว่าพระเจ้าครับ 2ปีที่ผ่านมาผมทุ่มเงินทำบุญมากกว่า500เยน แล้วทำไมถึงไม่ให้พรเสกให้อากิระโตเป็นเด็ก17
อีกซัก2เดือนมั่งล่ะ >///< ทั้งที่ผมก็เป็นเด็กหนุ่มไฟแรงแต่มีแฟนเป็นเด็กอายุ12ขวบแบบนี้ ต้องอดกลั้นอย่างหนักเลยนะไม่ส่งสารเด็กหนุ่มวัยคึกคักอย่างผมบ้างเลยเหรอ (- 0 -)

“ฮิ...ตาแก่หัวงู” (>//<)

“อากิระ....เอาคำนี้มาจากไหน?” (-*-)

“ไม่ยู้~ อยู่ๆก็นึกขึ้นได้เองหนิ” (>v<)

“-*-“ ชักสงสัยพระเจ้านี่เข้าข้างผมหรือเปล่ากันนะ ก็ได้ๆ ผมจะอดใจรอจนกว่าอากิระจะอายุครบ15ก็ได้
เมื่อถึงเวลานั้นผมจะรักกันจนพระเจ้าต้องอิจฉาผมจนตาลุกเป็นไฟเลยล่ะ หึๆๆๆ ^v^

 

***โครมมม ***

 

 

“โอ๊ย”

“อ๊า พี่เคตะเป็นอารายค้าบ” อากิระสะดุ้งเมื่อผมร้องลั่น T^T จะอะไรซะอีกก็เดินอยู่ดีๆลูกพลับขนาดใหญ่กำลัง
พอดีก็หล่นจากต้นตกเข้าใส่หัวของผมอย่างจังๆ โฮ....ขอโทษครับพระเจ้า อย่าได้เคืองผมเลย แหะๆ

“พี่เป็นไรหรอ?” อากิระยังคงทำหน้าตาเลิ่กลั่กอย่างสงสัย พลางเอามือลูบหัวที่โนของผมเบาๆ

“โดนกลั่นแกล้งนิดหน่อยน่ะ....อย่าสนใจเลยนะ” ^ ^”

“อื้อ....งั้นไปกินติมๆ” >w<

“ได้เลย ไปกินติมเย็นๆกันเถอะเนอะ” >o<

ถ้าหากโลกนี้มีเวทมนตร์อยู่จริงๆ ได้โปรดขอให้ผมได้พบได้เจอกับความรักด้วยเถอะครับ---ทาจิบานะ เคตะ

สองร่างของคนต่างวัยพากันส่งเสียงร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ใครจะไปคาดคิดกันว่าคนที่เกลียดเด็กเข้าไส้
อย่างผมจะต้องมาพลิกผันชีวิตตัวเองไปได้ขนาดนี้ ความรักนี่มันช่างเป็นเวทมนตร์ที่น่าทึ่งที่สุดเลยจริงๆ^-^

 

 

 

 

::+:: 3 ปีต่อมา ::+::

 

“อากิระ....นั่นแฟนมารับแล้ว”

“กรี๊ดด แฟนหล่อจังเลย เด็กโทไดซะด้วย เท่จัง”

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเหล่านักเรียนม.ต้นดังขึ้น เมื่อผมขับรถมาจอดรอรับแฟนที่น่ารักที่หน้าโรงเรียนของเค้า
วันนี้เป็นวันที่อากิระอายุครบ15ปีพอดี ตอนนี้เค้าอยู่ในช่วงวัยกำลังขบเผาะน่ารักน่าฟัดเลยล่ะ ^q^

“เคตะ....ไหนบอกวันนี้ติดงานไง?” เมื่อร่างบางของเด็กหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนเห็นผมเข้า เค้าก็รีบวิ่งโผเข้ามากอด
เอวผมเอาไว้แน่น งานที่ไหนจะสำคัญเท่ากับอากิระในเมื่อวันนี้ก็เป็นวันที่ผมตั้งใจจะมาฉลองกับคนรักคนนี้โดย
เฉพาะเลยด้วย

“สุขสันต์วันเกิด คืนนี้อยู่ฉลองด้วยกันนะ อากิระ” ^^ ผมโอบเอวกระชับไว้แน่นขึ้น อากิระพยักหน้าอย่างอายๆ ก็เราตกลงกันเอาไว้แล้ว ว่าวันนี้เราจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่กันและกัน

“คืนนี้ขอพี่นะครับ” ผมกระซิบเบาๆข้างหูของอากิระที่แดงก่ำเลยทีเดียว

“รู้แล้วน่า...พี่อย่าพูดบ่อยแบบนี้สิ ผมเขินแล้วนะ”

“ไม่เป็นไรๆ ไม่พูดก็ได้ครับ ยังไงวันนี้พี่ก็จะได้เห็นอากิระแบบหมดเปลือกซะที ตอนนี้แผลเป็นตรงสะโพก
จะเลือนหายไปบ้างรึยังน้า~~” >0<

“อ๊ะ พี่เคตะพูดถึงนี่อีกแล้ว...บอกมานะ รู้ได้ไงว่าผมมีแผลเป็นตรงนั้น พี่แอบดูผมอาบน้ำใช่มั้ย ทะลึ่งๆ
ตาแก่ลามก!!” อากิระหน้าแดงก่ำไปหมด ฮ่าๆ ผมไม่ได้แอบดูเค้าซะหน่อย เค้าจำไม่ได้เองหละนะ
คืนวันเมื่อ5ปีก่อนที่เราสองคนรักกันแบบลึกซึ้ง เวลาอาบน้ำก็ต้องอาบน้ำด้วยกันเสมอๆ ค่ำคืนที่เรา
นอนกอดกัน ผิวขาวเปลือยเปล่านั้นผมเฝ้าจดจำได้อย่างขึ้นใจ หึๆๆ แต่คืนนี้ผมจะได้กลับมาสัมผัสร่างกาย
นุ่มนวลที่หอมหวลของอากิระอีกครั้ง อากิระอายุ15แล้ว ผมคงไม่ถูกจับในข้อหาทำอนาจารเด็กใช่มั้ยครับ ฮ่าๆ^^

 

--- จบภาค 1 ---

***ติดตามภาค 2 ต่อได้ใน BBS จ้า***


< BACK : HOME >

 

::

(C) 2007,Indy WFL Team, All Rights Reserved.

 

 

Free Web Hosting