
Part 5 |
Part 5
# # # # LOVE IS MAGIC # # # #
ตอนนี้อากิระอยู่กับผมได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกไม่นานเค้าก็คงต้องกลับไปเป็นเด็ก10ขวบอีกครั้งใช่มั้ยนะ “อากิระ....อย่าเอาแต่เงยหน้ามองข้างบนสิ มองทางข้างหน้าด้วยเดี๋ยวก็หกล้มหรอก” วันนี้ผมพาอากิระมาชมดอกซากุระที่แถวบ้าน ดอกซากุระบานสะพรั่งมากกว่าวันอื่นๆกลุ่มคนที่มาชมดอกไม้จึงมากกว่าทุกวันเช่นกัน “สีชมพูหมดเลย ยอดเลยเนอะๆ” (= >v< =) อากิระตอนนี้เอาแต่เดินแหงนมองท้องฟ้ากับดอกซากุระอย่าง “มาช่วยชั้นหาที่นั่งเถอะ คนเยอะไปหมดเลย” ผมชะเง้อมองหาที่ว่างๆสักจิ๊ดนึงพอจะนั่งชมดอกไม้ได้ “เฮ้ย....ไอ้เคะ....ทางนี้เว้ย!!” เสียงตะโกนเรียกทำให้ผมหันไปตามเสียงเรียกนั้นก็เห็นริวอิจิกับพี่เรียวเฮ “วันนี้ ดอกซากุระสวยจังเนอะ เหมาะกับการออกเดทมากเลย” พี่เรียวเฮพูดไปยิ้มไปกับอากิระที่ยังคงนั่ง “สวยๆอากิระชอบมากๆเลยล่ะ” ^o^ เจ้าตัวน่ารักหันไปยิ้มแก้มเปล่งปลั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับพี่เรียวเฮ น่ารักจังนะ “อะแฮ่มๆไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างมึงจะมาดูดอกไม้แบบนี้” ไอ้ริวอิจิที่นั่งซดสาเกอยู่ทำหน้ากรุ้มกริ่มพูดขึ้นขัดจังหวะ “กูก็แปลกใจเหมือนกันล่ะวะ ที่เจอหน้ามึงนั่งหน้าสลอนอยู่ใต้ต้นซากุระเนี่ย นึกว่าอย่างมึงไปแต่พวกคลับเถื่อนๆ “แหมก็....เรียวจัง อยากมาน่ะ....ก็เลยต้องตามใจหน่อย เค้าตามชั้นไปที่คลับทุกคืน ทั้งๆที่ไม่ถูกกับที่แบบนั้นแท้ๆ “ริวคุง อย่าเอาแต่กินเหล้าสิ กินอย่างอื่นบ้างเดี๋ยวก็แย่หรอก” พี่เรียวเฮทำหน้าดุพลางดึงแก้วออกจากมือของมัน “แหม....มึงสองตัวนี่มีความสุขกันจริงนะ” เสียงนิ่งๆแบบนี้จะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก.....ไอ้ฮิโรกิ -*- “อ้าว เฮ้ย ไม่น่าเชื่อนี่ทำไมปีนี้ถึงได้พร้อมใจกันมาวะเนี่ย” ไอ้ริวตะโกนอย่างเสียงดัง ดูเหมือนจะตกใจจริงๆ “ทะลึ่งๆ กูมาที่นี่ทุกปีเว่ย มีแต่พวกมึงน่ะแหละที่เพิ่งจะเยื้องกรายมา” ใช่สิ เทพบุตรสองหน้าอย่างฮิโรกิก็ต้อง “อ่า ลืมทักทายคนน่ารักเลย สวัสดีครับพี่เรียว น้องอากิจัง” เจ้านั่นสะบัดโฉมหน้ากวนตีนออกเปลี่ยนเป็น “อะไรไอ้เคะ...ทำหน้าเป็นปลาเน่าไปได้ ถ้าบอกว่าเป็นเด็กมึงกูก็ไม่ยุ่งอยู่แล้ว กูมันคนแฟร์ๆเว่ย^-^ “ฟุรุยะ เคตะน่ะ หนึ่งในแฟนคลับไอ้ฮิมัน” ริวอิจิหันไปมองแล้วก็พูดออกมายิ้มๆ โล่งอกไปหน่อย ถ้าอย่างมันมีแฟนเป็นตัวเป็นตนได้ ผมก็จะได้ไม่ต้องมาคอยกันท่ามันจากอากิระให้มากนัก^+++++++++^ “เอ๋?” O.O จากที่กำลังคิดเรื่องฮิโรกิอยู่พอหันกลับมาก็เจอเจ้าตัวดีนั่งตาแป๋วอยู่ตรงหน้าพลางยื่นดอกซากุระที่ “อากิระให้พี่ชายน้า~ อากิระรักพี่ อากิระให้พี่คนเดียวเลย” ( = ^_^= ) ใบหน้าไร้เดียงสาแก้มป่อง ขาวใส “เอ่อ....ริวคุงตรงนั้นมีเวทีด้วย...เราไปดูกันเถอะ” พี่เรียวเฮคงจะรู้สถานการณ์ดี พี่เค้ารีบดึงแขนริวอิจิที่ “เวทีอารายเหรอ...อากิระไปด้วยนะ....” >0< เจ้าอากิระตัวป่วน รีบหันหน้าตั้งท่าจะลุกตามทั้งสองคนนั้น “อะไรหรอ...อากิระจะไปดู...ดูนู้นอ่า” ^o^ “รักอากิระนะ” “หา” “รักอากิระมากเลยนะ” “อื้อ อากิระก็รักพี่เคตะ” >__<
ในเวลานี้ผมไม่สนผู้คนที่อยู่รอบข้างเลยสักนิด ผมโน้มหน้าเข้าสัมผัสริมฝีปากอากิระอย่างรักใคร่ ใต้ต้นซากุระสีชมพูที่กำลังเบ่งบานสะพรั่งสวยสดและงดงาม แต่คงไม่น่าสนใจเท่ากับคนที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้นักหรอก อากิระของผมสวยกว่าอะไรทั้งนั้น กลีบปากแดงที่ผมบดคลึงเคล้าอยู่นานทั้งนุ่มทั้งนิ่ม และพอผมถอนริมฝีปากออก ก็ทำเอาอากิระหอบเหมือนหายใจไม่ทัน น่ารักชะมัด จูบกันก็ตั้งหลายครั้งแล้ว ยังไม่คล่องอีกเหรอเนี่ย^^ “พี่เคตะ เอาลิ้นเข้ามาผมจั๊กจี๋นะฮะ” เค้าก้มหน้างุดๆคงจะทั้งอายทั้งเขิน ผมอดหัวเราะไม่ได้ เอื้อมตัวเข้ากอด
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“อากิระ....ไปนอนเถอะนะ” และแล้วคืนนั้นทั้งที่น่าจะหวานชื่นแต่ที่ไหนได้ ตอนนี้อากิระกลับงอนอะไรก็ไม่รู้ “โฮ่ง โฮ่ง” ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่ทำเสียงเห่าโฮ่งๆ ความจริงผมก็รู้น่ะแหละว่ามันเกิดจากอะไร ก็หลังจากตอนที่กลับ “อากิระอยากได้โฮ่งโฮ่ง” “บอกว่าไม่ได้ไง ทำไมถึงได้พูดไม่รู้เรื่องนะ” (-*-)ผมเผลอตัวทำเสียงดังใส่จนอากิระสะดุ้งโหยง น้ำตาคลอเลย “ฮือๆจะเอา...อากิระอยากได้” เหมือนเดิมที่เวลาถูกขัดใจเมื่อไร อากิระก็จะเบะปากแล้วก็แหกปากร้องไห้เสียงดัง “หยุดร้องเดี๋ยวนี้นะ...บอกให้หยุดไง....อากิระ เงียบเดี๋ยวนี้!!!!” เมื่ออากิระไม่ฟังยังคงส่งเสียงดังทำให้ผมต้องดุใส่
.............................................................
“มีแฟนเด็กก็เงี้ยแหละ ชอบอ้อน เอาแต่ใจน่ารักจะตาย” วันนี้ริวอิจิกับฮิโรกิมาที่คอนโด ผมจึงได้เล่าเรื่องที่น่ากลุ้มใจ “มึงก็พูดง่ายไอ้ริว...มึงไม่ได้มีแฟนเด็กเหมือนกูซะหน่อย” (- -“) “ไอ้เคะ แฟนกูก็เด็กอยู่เหมือนกัน น่ารักออก แฟนที่เอาแต่ใจตัวเองดูแล้วน่ารักน่าหยิกจะตาย” ฮิโรกิพูดออกมา “ไม่รู้ว่าหม่ามี๊ของอากิระเลี้ยงมาแบบไหน เอาแต่ใจตัวเองเหลือเกิน” ก็จริงๆอย่างที่ผมพูดน่ะแหละ อากิระก็ “ดูนั่น อย่างนั้นไม่เรียกว่าน่ารักแล้วจะเรียกว่าอะไร?” ริวอิจิชี้ไปที่ประตูผมจึงหันหน้ามองตาม เจ้าเด็กจอมกวน “อากิระติดแกออกจะเป็นจะตาย ถึงเอาแต่ใจแต่ก็รักแกคนเดียว เป็นชั้นออกจะภูมิใจนะนั่น” ฮิโรกิยิ้มอย่างเอ็นดู
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
คืนนั้นหลังจากที่ฮิโรกิกับริวอิจิกลับไปกันแล้ว ผมก็ทำเหมือนกับทุกวันทำอาหารให้อากิระ เล่นเป็นเพื่อนอากิระ “อากิระทีหลังอย่าดื้อได้ไหม ชั้นพูดอะไรก็ฟังหน่อย” ผมใช้ฟองน้ำถูหลังขาวๆให้อากิระทั้งยังสั่งสอนในทีเดียว “อากิระไม่ดื้อซะหน่อย” ( - 0 - ) โธ่เอ๊ย....ก็แบบนี่แหละที่เค้าเรียกว่าดื้อ...ยังจะไม่ยอมรับอีก “ถ้าอากิระดื้อ ชั้นจะไม่รักแล้วนะ” (- -“) “ทำไมล่ะ...ก็อากิระไม่ดื้อซะหน่อย ไม่ดื้อจริงๆนะ” (=o=) “อืมๆ ถ้าไม่ดื้อก็ดีแล้ว เพราะเวลาที่อากิระไม่ดื้อนะ น่ารักที่สุดเลยล่ะ” ^_^ ผมยิ้มให้เค้าที่หันมาทำหน้าตาเถียง “งั้นอากิระจะไม่ดื้อนะ อากิระจะเป็นเด็กดี พี่เคตะจะได้รักอากิระ” ( = ^ v ^ = ) เจ้าตัวนุ่มหันมาโผเข้ากอดผมแน่น
+++++++++++++++++++++++++
นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ช่วงนี้อากิระเป็นเด็กดีอย่างที่เคยให้สัญญาเอาไว้ ^---^ จริงๆคงเพราะผมสั่งสอน “ฮือๆๆพี่เคตะ...อากิระอยากเล่นนี่ ให้อากิระเล่นน้า” “ไม่ได้นะ...-*-...นั่นมันของเล่นของเด็กเล็ก นายตัวโตขนาดนี้ไม่มีใครให้เล่นหรอก” ผมรีบฉุดแขนอากิระให้เดิน “แต่อากิระเล่นกับหม่ามี๊บ่อยๆนะ หม่ามี๊พาอากิระมาเล่นทุกครั้ง” เจ้าอากิระแหกปากตะโกนทั้งสีหน้ายังเอาจริงเอาจัง “ตอนนี้มันไม่เหมือนเก่าแล้ว นายไม่ใช่เด็กอีกแล้ว” “ม่ายยยยย----!!!!ถ้าหม่ามี๊มาหม่ามี๊ก็จะให้อากิระเล่น” ให้ตายเหอะ เจ้านี่ไม่ได้คิดอะไรที่มันจริงจังมั่งเลย “หยุดร้องเถอะ อากิระ คนอื่นเค้ามองกันอยู่นะ” ผมเป็นคนรักที่ไม่เอาไหนเลยสินะ ฮิโรกิบอกว่ามีแฟนเด็กๆ "หยุดร้องไห้...อากิระ...เดี๋ยวชั้นซื้อหุ่นโมเดลให้เล่นนะ" “ฮือๆไม่อาววววว....ฮือๆ....อากิระอยากเล่น แง้ๆ” "แง้~~~อากิระจะเล่นนี่ จะเล่นๆๆๆๆฮือๆ" “อากิระ ขอร้องล่ะ....หยุดร้องไห้นะ.....ขอร้อง” ผมคว้าตัวเค้ามากอดไว้พลางพยายามปลอบโยนอย่างอ่อนโยน
...................................................
“ฮึก...ฮึก...ฮือ....” ผมจูงมือเค้าออกจากห้างสรรพสินค้านั้น ตอนนี้อยู่ข้างทางแถวบ้านแต่อากิระยังคงสะอื้นไม่หยุด “วันนี้อากิระอยากกินเนื้อใช่มั้ย เดี๋ยวให้ชิ้นใหญ่ๆเลยนะ” ^_^ ผมพยายามชวนคุย พยายามโอ๋ให้หยุดร้องไห้ แต่มัน “ฮือๆจะหาหม่ามี๊...หม่ามี๊ไปไหน...ฮือๆ....” ช่วงนี้ที่ทำให้อากิระหงุดหงิดง่าย ร้องไห้บ่อยก็มาจากแม่ของเค้า “เดี๋ยวหม่ามี๊ก็มาหาอากิระแล้ว...อย่าร้องไห้สิ...อย่าดื้อได้มั้ย สัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ” “ฮือๆๆๆ...อากิระจะหาหม่ามี๊ แง้ๆ...”
“หยุดร้องซะทีได้มั้ย!!!” ผมตะคอกเสียงดังใส่อย่างเหลืออด ทั้งที่ความจริงผมไม่ได้อยากจะรุนแรงใส่ “ฮึกกก.....อากิระเกลียดพี่เคตะแย้วว...ฮือออออ.....พี่เคตะบ้า” ท่ามกลางสายตาคนมอง นับไม่ถ้วนที่อยู่กับเด็กคนนี้ “เกลียดนักงั้นก็ไปอยู่กับหม่ามี๊เลย.....ไม่ต้องมากับชั้นอีกต่อไป....ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!” ผมตัดสินใจทิ้งอากิระที่สะอึกสะอื้นไว้ตรงนั้น ผมรู้ดีว่าเด็กอย่างเค้าก็ต้องตามมาอยู่ดี อากิระเป็นเด็กขี้กลัวและขี้ระแวง ถ้าผมโกรธและปล่อยเค้าทิ้งเอาไว้เค้าก็ต้องรีบตามมาอย่างสุดชีวิต ผมก็แค่สั่งสอนให้รู้ว่าเด็กดีควรทำตัวยังไง
“ฮือ...พี่คับ...อากิระขอโทษ ฮือๆ” เสียงร้องไห้สะอื้นของเจ้านั่นตามแว่วมาข้างหลัง “พี่....ฮือๆ...” ผมรู้ดี ว่าตอนนี้อากิระคงรีบวิ่งไล่ตามผมมา อยากจะหันกลับไปกอดแน่นๆแล้วจูงมือเดินกลับบ้าน
“พี่เคตะ...ฮึก....ฮือ...พี่จ๋า” “พี่จ๋า...พี่เคตะ....ฮือ...อากิระขอโทษ....พี่”
---------------เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด------------------------------ ---------------ตึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง----------------------
เสียงดังที่เกิดขึ้นในชั่วพริบตาทำให้ผมสะดุ้ง เสียงกรีดร้องของแถวนั้นทำเอาผมใจหายวาบไปหมด เสียงร้องไห้
“กรี๊ดดดดด มีคนถูกรถชน” “เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า” “ใครเป็นญาติเด็กคนนี้ละเนี่ย โทรแจ้งเร็ว”
ตอนนี้รอบตัวผมดูวุ่นวายกันไปหมด ขาของผมสั่น หัวใจเต้นแรง เหงื่อตามมือไหลซึมไปหมด ผมหันกลับไป ผมคิดอย่างนั้นพลางเดินเบียดฝูงคนเข้าไปหา หวังว่านายคงจะยืนอยู่แถวนั้นนะอากิระ นายคงไม่ตกใจกลัวนะ แต่แล้วในเวลานี้
“ดูสิ....ชั้นเห็นเด็กคนนี้วิ่งร้องไห้มาไม่ได้มองรถ จนโดนชนเนี่ย” “น่าสงสารจัง แล้วรถพยาบาลมารึยัง?”
ผมรู้ดีว่าอากิระเป็นเด็กขี้กลัวและขี้ระแวง ถ้าผมโกรธและปล่อยเค้าทิ้งเอาไว้เค้าก็ต้องรีบตามมาอย่างสุดชีวิต
“อากิระ----!!!!” ภาพของอากิระที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆรถ คราบเลือดสีแดงเข้มมากมายไหลออกมาทั่วตัวเต็มไปหมด
“เกลียดนักงั้นก็ไปอยู่กับหม่ามี๊เลย.....ไม่ต้องมากับชั้นอีกต่อไป....ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!”
“ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!”
“ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน” ######################## “เกลียดนักงั้นก็ไปอยู่กับหม่ามี๊เลย.....ไม่ต้องมากับชั้นอีกต่อไป....ชั้นก็เกลียดนายเหมือนกัน อากิระ!!” คำพูดเลวร้ายนี้ดังก้องอยู่ในหัวของผมวนเวียนตอกย้ำอยู่ตลอดเวลา ....ชั้นก็เกลียดนาย....ผมพูดคำนี้ออกไปจริงๆ “เฮ้ย...ไอ้เคะ เป็นไงมั่ง?” ริวอิจิกับฮิโรกิวิ่งกระหืดกระหอบมาที่โรงพยาบาลเมื่อผมโทรไปบอก “ยังไม่ออกมาเลย......3ชม.แล้ว.....นานเหลือเกิน...ทำไม....ทำไมยังไม่ออกมาอีก” ในเวลานี้ผมรู้สึกใจไม่อยู่กับ “ไอ้เคะ...ตั้งสติหน่อย อากิระไม่เป็นอะไรหรอก เชื่อชั้นสิ” ริวอิจิจับไหล่เคตะบีบไว้แน่นเพื่อเป็นการเตือนสติ “ฮึก....เพราะชั้น....เพราะชั้นทำให้อากิระร้องไห้...อากิระขอโทษแล้ว.... แต่ชั้น…ฮึก” “มันเป็นอุบัติเหตุ....แกฟังให้ดีๆมันเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่เพราะแก” ฮิโรกิพูดเสียงเข้มขึ้น คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ผม “คนไข้เลือดออกมาจากแผลภายใน กระดูกแขนซ้ายหัก แผลที่ศีรษะเย็บเรียบร้อย แต่เราพบเลือดคั่งในสมอง “หมายความว่าไงครับ?” “....ตอนนี้...หมอก็ยังพูดอะไรไม่ได้มากนัก….” ************************************************************ วันนี้หมอให้ผมกลับไปพักผ่อน และไม่อนุญาติให้เข้าไปเยี่ยมอากิระ ผมได้แต่ยืนมองร่างของเค้าที่นอนอยู่บนเตียง “กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ วันนี้นายเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ริวอิจิเดินเข้ามาบอกกับผม พร้อมทั้งฮิโรกิที่หน้าตาก็ดู “อากิระต้องปลอดภัย” ฮิโรกิพูดขึ้นสายตาจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผมพยักหน้าก่อนที่เราสามคนจะ “พระเจ้าครับ....ได้โปรดช่วยอากิระด้วยเถอะครับ เงินทำบุญที่ผมสั่งสมมาตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ ช่วยส่งผล *******************************
แล้วเมื่อมาถึงวันที่สอง วันนี้คุณหมอได้อนุญาติให้เข้าไปเยี่ยมได้แต่ต้องใส่ชุดเยี่ยมไข้ที่สะอาดของโรงพยาบาล “เด็กคนนี้เข้มแข็งมาก....เค้าพยายามต่อสู้อยู่....” ผมหันไปทางคุณหมอ ดูเหมือนการที่อากิระกลับมาเป็นเด็ก “กำลังใจดีมาก....ทำให้ร่างกายฟื้นฟูจนน่าเหลือเชื่อ” ถ้อยคำของคุณหมอเริ่มทำให้ผมใจชื้น ผมกุมมือเล็ก “อากิระ....ได้ยินชั้นมั้ย...ตื่นเร็วๆสิ เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันอีกไง ชั้นจะทำหมูห่อชีสที่นายชอบทุกวัน” “อากิระ...อากิระ” ผมเริ่มออกแรงบีบมือเล็กนั้นแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผมร้องไห้ ผมไม่อยากให้อากิระที่เคยสดใส “อื้อ...ม” แต่แล้วเสียงเล็กๆก็ครางขึ้นมาเบาๆพร้อมกับนิ้วมือเล็กที่ขยับทำให้ผมใจชื้นขึ้นมา อากิระรู้สึกตัวแล้ว “อากิระ เจ็บตรงไหนมั้ย อากิระอยากกินอะไร เดี๋ยวชั้นจะไปซื้อให้” ผมพูดแทบไม่หายใจ เมื่อเห็นว่าตาของ “อื้อ...พี่ชายเป็นใครน่ะ??” คำพูดแรกที่อากิระพูดออกมา ทำเอาหัวสมองผมมันปวดวูบวาบไปหมด หน้าชาไป ::::: 2 ปีต่อมา :::::
ช่วงเช้าที่ยุ่งเหยิงของวันหนึ่ง ผมนั่งจมอยู่กับกองรายงานที่สุมหัวมากมาย ในขณะที่พวกเพื่อนๆคนอื่น “ไอ้เคะ....ยังทำรายงานอยู่อีกเหรอวะ เดี๋ยวค่อยทำวันอื่นก็ได้ ไปเที่ยวกันเถอะ” ริวอิจิเพื่อนซี้ของผม “ใช่....อยู่มหาลัยแล้วนะโว้ยออกไปกรึ๊บกันหน่อยเหอะ” ฮิโรกิเก็บข้าวของของผมให้แทน โดยไม่รอให้ผม “ไม่เอาโว้ยย....เมื่อวานก็ไปแล้วเป็นไง พวกมึงก็จี๋จ๋าอยู่แต่กับแฟน ปล่อยกูนั่งหง่าวอยู่คนเดียว” ผมกระชาก “เดี๋ยวสิ....วันนี้น้องเคตของกูจะพาเด็กน่ารักที่แอบชอบมึงมาให้รู้จัก...จะได้ไม่ต้องหง่าวอีกแล้วไง” “น่ารักมากกูขอบอก...ไม่เชื่อถามไอ้ริวมันได้ มันเห็นแล้วหัวงูโผล่เชียว” “เฮ่ย...ไอ้ฮิ!!!!” ริวอิจิหันมาบีบไหล่ฮิโรกิอย่างตกใจกับคำพูดของฮิโรกิที่ชวนหาเรื่องอันตรายมาให้ “หือ....ริวคุง เด็กคนนั้นน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ?” เพราะคำพูดของฮิโรกิทำให้พี่เรียวเฮที่นั่งเงียบๆเป็นอัน “เห...?ไม่เห็นจะน่ารักเลย สู้เรียวจังไม่ได้เลยสักนิด ไอ้ฮิมันพูดโม้ไปงั้นๆล่ะ อย่าไปฟังปากหอยปากปูอย่างมันเลย” “เออน่า ไอ้เคะมึงหัดหาแฟนมั่งเหอะ....เด็กที่ชื่ออากิระนั่นก็ทิ้งไปแล้วนี่ อย่าไปยึดติดกับเด็กคนนั้นเลยน่า” “กูไม่สนหรอก...ถ้าน่ารักก็เอากันเองละกัน” ผมพูดพร้อมทั้งเดินหนีออกจากพวกมันอีกครั้ง ย้อนกลับไปตั้งแต่ “อะไรของมันวะ....อย่าบอกนะว่าจะไปที่นั่นอีกแล้ว” ฮิโรกิยืนเกาหัวมองตามอย่างสงสัย “เออ ก็เห็นมันไปแทบทุกวัน ดูท่าจะวิตถารหนักแล้ว” ริวอิจิส่ายหน้าอย่างระอา จนเรียวเฮต้องปรามด้วยสายตาดุๆ .................................................. ทุกวันเวลาเลิกเรียนแล้ว ผมมักจะมาหยุดอยู่ที่นี่ทุกครั้ง สวนเด็กเล่นเมืองข้างๆที่ต้องนั่งรถไฟไปประมาณครึ่งชม. “แง~...อากิระจะเล่นด้วย ฮือ” เสียงใสๆกรีดร้องอย่างโดนขัดใจ ร่างเด็กคนนั้นพยายามเข้าไปทุบตีเด็กผู้ชาย “ไม่!!นี่เป็นการละเล่นของผู้ชาย...นายไปเล่นกระโดดเชือกกับพวกผู้หญิงไป” เด็กหนุ่มท่าทางเกเรนั่นผลัก “ฮือๆพี่ค้าบ...เค้าแกล้งผมอีกแล้ว....ฮือ....ฮือ” อากิระเงยหน้าขึ้นฟ้องทั้งที่น้ำตานองหน้า ผมนั่งลงย่อตัวเพื่อ “เมื่อตอนกลางวันชินยะมาถอดกางเกงผม ฮือๆ แล้วยังไม่ยอมให้ผมเล่นต่อสู้ด้วย เค้าบอกให้ผมไปเล่นตุ๊กตา “ต่อยได้ยังไง....พี่โตแล้วนะ...คนอื่นจะหาว่าพี่รังแกเด็กน่ะสิ....อากิระน่ะแหละ ต้องหัดสู้ซะบ้าง เข้มแข็งหน่อยสิ “ฮึก..ฮือ อากิระสู้ไม่ได้...ชินยะต่อยอากิระเจ็บ” T~T “ถ้างั้น อากิระก็ต้องฝึกให้เก่งสิ จะได้สู้กับชินยะได้ อากิระจะต้องมั่นใจในความสามารถที่มีสิ” “ฮึก....ฮือ” อากิระไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา เอาแต่ร้องไห้สะอื้นแทบไม่หยุด “กลับกันไหม พี่พาอากิระไปกินไอติมปลอบใจละกันนะ” ผมลูบใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาออกจากเด็กคนนี้ “พี่ค้าบ...อุ้มนะ” อากิระยื่นมือทั้งสองข้างเพื่อรอให้ผมอุ้ม ถ้าเป็นเมื่อ2ปีก่อนผมคงได้ผลักเด็กนี่จนหงายแน่ “อื้มม...ตัวหนักใหญ่แล้วนะเรา” ผมอุ้มอากิระขึ้น สองแขนเล็กโผเข้ากอดก่ายผมแน่นเพราะกลัวตก “ก็อากิระ ต้องกินข้าวเยอะๆ อากิระจะต้องโตกว่าชินยะ อากิระจะได้สู้กับชินยะให้ชนะล่ะ” (-0-) “เหรอ...กินมากไประวังอ้วนแล้วไม่น่ารักนะ” “ไม่เอา อากิระอยากน่ารัก แต่อากิระก็อยากโตเร็วๆนี่นา” (>o<) “อยากจะชนะชินยะขนาดนั้นเลยเหรอ ฮ่าๆ” ผมหัวเราะเบาๆ ร่างเล็กในอ้อมแขนผมส่ายหน้าไปมา “อากิระกินเยอะๆ....เพราะอากิระอยากโตให้ทันพี่ชายหนิ....อากิระอยากแต่งงานกับพี่เคตะคับ” พูดจบอากิระ “อากิระจะแต่งงานกับพี่จริงเหรอ?ไม่ได้หลอกให้พี่ดีใจเล่นๆนะ” “อื้ออ~ไม่ได้หลอกนะ” อากิระส่ายหัวยิกๆน่ารัก น่าหยิกซะจริง “อากิระจะเป็นเจ้าสาวให้พี่เคตะคับ” ( = ^ v ^ =) “น่ารักซะจริงนะเรา....มาหอมแก้มที่ซิ” ผมจุ๊บแก้มนุ่มๆหอมกลิ่นแป้งเด็กอย่างชื่นฉ่ำใจ อากิระก็กอดผมแน่น “ฮิ...ตาแก่หัวงู” (>//<) “อากิระ....เอาคำนี้มาจากไหน?” (-*-) “ไม่ยู้~ อยู่ๆก็นึกขึ้นได้เองหนิ” (>v<) “-*-“ ชักสงสัยพระเจ้านี่เข้าข้างผมหรือเปล่ากันนะ ก็ได้ๆ ผมจะอดใจรอจนกว่าอากิระจะอายุครบ15ก็ได้
***โครมมม ***
“โอ๊ย” “อ๊า พี่เคตะเป็นอารายค้าบ” อากิระสะดุ้งเมื่อผมร้องลั่น T^T จะอะไรซะอีกก็เดินอยู่ดีๆลูกพลับขนาดใหญ่กำลัง “พี่เป็นไรหรอ?” อากิระยังคงทำหน้าตาเลิ่กลั่กอย่างสงสัย พลางเอามือลูบหัวที่โนของผมเบาๆ “โดนกลั่นแกล้งนิดหน่อยน่ะ....อย่าสนใจเลยนะ” ^ ^” “อื้อ....งั้นไปกินติมๆ” >w< “ได้เลย ไปกินติมเย็นๆกันเถอะเนอะ” >o< ถ้าหากโลกนี้มีเวทมนตร์อยู่จริงๆ ได้โปรดขอให้ผมได้พบได้เจอกับความรักด้วยเถอะครับ---ทาจิบานะ เคตะ สองร่างของคนต่างวัยพากันส่งเสียงร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ใครจะไปคาดคิดกันว่าคนที่เกลียดเด็กเข้าไส้
::+:: 3 ปีต่อมา ::+::
“อากิระ....นั่นแฟนมารับแล้ว” “กรี๊ดด แฟนหล่อจังเลย เด็กโทไดซะด้วย เท่จัง” เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเหล่านักเรียนม.ต้นดังขึ้น เมื่อผมขับรถมาจอดรอรับแฟนที่น่ารักที่หน้าโรงเรียนของเค้า “เคตะ....ไหนบอกวันนี้ติดงานไง?” เมื่อร่างบางของเด็กหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนเห็นผมเข้า เค้าก็รีบวิ่งโผเข้ามากอด “สุขสันต์วันเกิด คืนนี้อยู่ฉลองด้วยกันนะ อากิระ” ^^ ผมโอบเอวกระชับไว้แน่นขึ้น อากิระพยักหน้าอย่างอายๆ ก็เราตกลงกันเอาไว้แล้ว ว่าวันนี้เราจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่กันและกัน “คืนนี้ขอพี่นะครับ” ผมกระซิบเบาๆข้างหูของอากิระที่แดงก่ำเลยทีเดียว “รู้แล้วน่า...พี่อย่าพูดบ่อยแบบนี้สิ ผมเขินแล้วนะ” “ไม่เป็นไรๆ ไม่พูดก็ได้ครับ ยังไงวันนี้พี่ก็จะได้เห็นอากิระแบบหมดเปลือกซะที ตอนนี้แผลเป็นตรงสะโพก “อ๊ะ พี่เคตะพูดถึงนี่อีกแล้ว...บอกมานะ รู้ได้ไงว่าผมมีแผลเป็นตรงนั้น พี่แอบดูผมอาบน้ำใช่มั้ย ทะลึ่งๆ
--- จบภาค 1 ---
|
(C) 2007,Indy WFL Team, All Rights Reserved.