# Part 12
ในรถสปอร์ตสีขาวสะอาด คนขับรถหน้าหวาน ที่ใบหน้าเรียวเล็กประดับไปด้วยแว่นกันแดดราคาแพงดูมีระดับ
เค้ากำลังโยกหัวไปตามจังหวะดนตรีที่เปิดเสียงดังกระหึ่มในรถ ริมฝีปากแดงกำลังงึมงำฮัมเพลงเบาๆ
“คุณเรียวเฮ....ผมว่าให้ผมเป็นคนขับจะดีกว่านะครับ” ชายหนุ่มที่นั่งข้างหน้า ชำเลืองตามองคนขับอย่างระแวง
ก็ดูสิ เล่นเมามันส์เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงซะมากมายเหลือเกิน
“อะไร.....ยูนายนั่งเฉยๆไปเลย นี่รถเรา เราต้องเป็นคนขับเท่านั้น!!” เจ้าของรถทำเป็นไม่สนใจคำพูดของยูเท่าไหร่
เค้าหันไปมองที่เบาะหลังที่อากิระและฮิซาโตะนั่งอยู่
“ อากิระ....นั่งตัวแข็งทื่อเชียว ไม่ต้องกลัวหรอก เราขอยูสุเกะแล้ว ไม่มีใครดุนายหรอกน่า”
“ครับ....ผมไม่ได้กลัวหรอกฮะ” อากิระค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา ในหัวกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่ เมื่อคืนนี้ยูสุเกะบอกว่าเค้าฆ่าคนรักของตัวเอง
เพราะถูกทรยศ สายตาคู่เรียวเล็กชำเลืองไปที่คนข้างๆที่กำลังมองวิวนอกหน้าต่างอยู่ ....ฮิซาโตะ....น้องชายฝาแฝดของ
ยูสุเกะเป็นคนแย่งคนรักของยูสุเกะไปอย่างนั้นหรือไม่น่าเชื่อเลย ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างครุ่นคิด
“มีอะไรหรือเปล่า?” จู่ๆคนที่ถูกจ้องก็หันหน้ามาพอดี อากิระจึงรีบหลบสายตา
“มะ...ไม่มีอะไรฮะ” ปฎิเสธพลางก้มหน้ามองมือบนตักของตัวเองที่บีบกันแน่น ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อ่อนโยน
อย่างฮิซาโตะจะแย่งแฟนพี่ชายตัวเองได้ลงคอ......ส่วนฮิซาโตะเองพอมองอาการของอากิระแล้วก็เริ่มขมวดคิ้วอย่างสงสัยแต่เค้าก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่หันกลับไปมองวิวนอกหน้าต่างเหมือนเดิม.....ท่าทางของคนทั้งคู่อยู่ในสายตาของยูอยู่ตลอดเวลา คงจะมีแต่เรียวเฮเท่านั้นที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรนัก.....การมาเที่ยวครั้งนี้ถึงยูสุเกะจะยอมให้มา
แต่ยูสุเกะก็สั่งให้เลขาคนสนิทตามมาคุมอากิระไว้......เพราะไม่ว่ายังไงยูสุเกะก็ไม่เคยไว้ใจใครทั้งนั้น......!!
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“นึกยังไง ถึงได้มาพาเข้าป่าแบบนี้เนี่ย” เสียงบ่นงึมงำๆเป็นของฮิซาโตะชายหนุ่มที่ดูจากรูปร่าง ท่าทางภายนอกแล้วไม่น่าจะเป็นคนที่เหนื่อยง่ายขนาดนี้
“อะไรกันฮิซาโตะ ทำบ่นยังกะผู้หญิงไปได้....นี่ยังไม่ไกลเท่าไหร่เลยนะบ่นแล้ว” เรียวเฮที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อแขนกุด
สีขาว กับกางเกงที่ดูทะมัดทะแมงสะพายเป้ใบใหญ่หันมาทำหน้าเอือมระอากับคนจอมบ่นอย่างฮิซาโตะ
“นายบอกว่าจะพามาเที่ยว ไอ้ชั้นก็ไม่คิดว่านายจะพามาปิคนิคลำบากลำบนแบบนี้” ฮิซาโตะยังคงบ่นไม่เลิก
“คือ ผมช่วยถือให้มั้ยฮะ?” อากิระที่เห็นฮิซาโตะทำท่าเหมือนจะเริ่มเหนื่อยๆ เค้าจึงอาสาจะช่วยถือของให้เอง
“อ๊ะ...ไม่ต้องหรอก...นายเองก็จะไม่ไหวแล้วไม่ใช่เหรอ?” ฮิซาโตะดึงมืออากิระออก มองเด็กตรงหน้าที่ใบหน้า
เริ่มแดงกล่ำเม็ดเหงื่อเล็กๆผุดขึ้นตามไรผม ทำให้ฮิซาโตะอมยิ้มขึ้นมา
“ดูๆแล้วชั้นว่าชั้นควรจะเป็นฝ่ายช่วยนายถือมากกว่านะ”
“อ่า...ไม่ต้องฮะ...ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้สบายมากครับ” อากิระยิ้มกว้าง รีบก้าวเท้าเดินอย่างมาดมั่น แสดงให้รู้ว่า
แข็งแรง และไม่เหนื่อยง่ายๆ ฮิซาโตะมองตามแล้วก็หัวเราะเบาๆ ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่เดินรั้งท้ายสุด เฝ้าสังเกต
ท่าทางของฮิซาโตะกับอากิระอยู่ตลอดเวลา จนแทบจะลืมคนรักของตัวเองที่เดินหน้างอไปแล้ว
“ อะไรกันครับ?” เลิกคิ้วอย่างสงสัย เมื่อจู่ๆเรียวเฮก็ถอดเป้ออกยื่นส่งให้เอาซะดื้อๆ
“เมื่อยแล้ว ช่วยถือให้หน่อยละกัน” พูดจบก็สะบัดตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ยูจำต้องรับเป้ของเรียวเฮมาถืออย่าง
จำยอม คุณหนูเรียวเฮจอมเอาแต่ใจเริ่มออกลายแล้วมั้ยล่ะ?
เมื่อเดินเข้ามาเรื่อยๆจนถึงที่หมาย ทั้งสี่คนต่างช่วยกันกางเต็นท์กันอย่างขะมักเขม้น และในที่สุดเต็นท์ใหญ่2หลัง
จากการร่วมมือของทุกคนก็สำเร็จขึ้นมาได้
“งั้นคุณเรียวเฮกับคุณอากิระก็นอนหลังนี้ละกันนะครับ เดี๋ยวผมกับคุณฮิซาโตะนอนหลังนู้นเอง” ยู เลขาคนสนิทที่แสนจงรักภักดีของยูสุเกะ รีบจัดการแบ่งคู่นอนอย่างรวดเร็ว ทำเอาเรียวเฮหันมามองค้อนจนคอแทบเคล็ด
……………………………………
……………………………
……………………
……………
10นาทีต่อมา เมื่อเอาของเข้าไปไว้ในเต็นท์เรียบร้อย อากิระก็ออกมาเดินเล่น เรียวเฮกับยูไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว
เหลือก็แต่อิซาโตะที่เพิ่งออกมาเต๊นท์ด้วยเช่นกัน
“ไง...ไปเดินเล่นแถวนี้กันมั้ย?” ฮิซาโตะชวน อากิระพยักหน้าตอบรับ ระหว่างทางเดินนี้ ฮิซาโตะมักจะชวนคุย
เรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน ทั้งๆที่เป็นฝาแฝดกันแต่ทำไมนิสัยถึงได้ต่างกันลิบลับขนาดนี้นะ ยูสุเกะน่ะให้
ยิ้มแบบกันเองแบบนี้ไม่มีทางจะได้เห็นหรอก ส่วนมากรอยยิ้มของคนๆนั้นมักจะเป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและน่ากลัว
ถ้าให้เปรียบเทียบกันแล้วฮิซาโตะเหมือนกับพระอาทิตย์ที่อบอุ่น สว่างสดใส แต่ยูสุเกะกลับเป็นเหมือนพระจันทร์
ในยามค่ำคืนที่มืดมิดและลึกลับ น่าเกรงขามมากซะเหลือเกิน
“นายจ้องชั้นแบบนี้อีกแล้ว มีอะไรหรือเปล่า?” ฮิซาโตะหันมาถามอีกครั้งเมื่อเห็นอากิระเอาแต่จ้องหน้า
“เปล่าฮะ” รีบส่ายหน้าปฎิเสธออกมาอย่างเร็ว
“หรือว่านายคิดถึงยูสุเกะ จนถึงขนาดมาจ้องหน้าชั้นแทนน่ะ”
“โธ่ คุณฮิซาโตะมันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย”
“หรือว่าไม่จริงหล่ะ นายกับยูสุเกะเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอไง?” ฮิซาโตะค่อยๆหย่อนตัวนั่งลงข้างๆทะเลสาบ
พลางดึงแขนอากิระให้ลงนั่งตาม
“ผมไม่ใช่แฟนคุณยูสุเกะ....ผมน่ะ....ผมก็เป็นแค่ของเล่นของคุณยูสุเกะ.....เท่านั้นฮะ” อากิระนั่งกอดเข่า สายตาเหม่อมองไปที่ทะเลสาบกว้างอย่างซึมๆ ไม่เข้าใจยูสุเกะเลย ตอนที่เรียวเฮขออนุญาติพาไปเที่ยวด้วยทำไมยูสุเกะถึงกลับยอมปล่อยให้มาอย่างง่ายดาย.... แล้วมันไม่ดีเหรอไงอากิระ ได้ออกมาอยู่ในที่ๆไม่มีคนๆนั้น.....นายควรจะดีใจไม่ใช่เหรอ???......ทั้งๆที่พร่ำพูดกับตัวเองว่าควรจะดีใจแต่อากิระกลับถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆจนฮิซาโตะเหลือบหันมามองใบหน้าสวยนั้นอย่างเห็นใจ มือใหญ่เอื้อมมาลูบหัวอย่างอ่อนโยน
“อากิระ...นายน่ะไม่ใช่ของเล่นของใครนะ.....นายก็คืออากิระ.....คางิโมโตะ อากิระ เด็กหนุ่มหน้ากวน ที่มีนิสัย
น่ารักๆอย่างนี้ไงหละ” ฮิซาโตะยิ้มกว้าง น้ำเสียงที่พูดออกมา ทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจชะมัด
“คุณฮิซาโตะใจดีจังเลยนะ ขอบคุณครับ” อากิระส่งยิ้มหวาน มือจับมือของฮิซาโตะออก…..ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จะว่าเพราะบรรยากาศยามเย็นที่แสนโรแมนติคนี่รึเปล่านะ....... หรือว่าจะเป็นเพราะความน่ารักของคนตรงหน้าที่ทำให้สติของชายหนุ่มเริ่มไม่อยู่กับตัว...... ฮิซาโตะค่อยๆเอื้อมมือดึงหน้าอากิระเข้าหา สัมผัสอย่างนุ่มนวลที่กลีบปากแดงอิ่มนั้นอย่างไม่รู้ตัว
“อื้มม....หยะ...อย่าฮะ” อากิระผลักตัวฮิซาโตะออกอย่างตื่นตกใจ รีบลุกขึ้นยืนทันที
“อากิระ....ชั้น...ชั้นขอโทษ.....ชั้นไม่ได้ตั้งใจ” ฮิซาโตะก็เริ่มตกใจขึ้นมาเหมือนกัน เมื่อกี๊เค้าทำอะไรลงไป
ทั้งๆที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เค้ากลับเผลอตัวจูบอากิระเข้าจนได้
“มะ...ไม่เป็นไรฮะ....ผมรู้ว่าเพราะบรรยากาศมันพาไป....ไม่ต้องขอโทษหรอกฮะ....เอ่อ....ผม...ผมกลับก่อนนะ”
พูดจบก็รีบเดินงุดๆออกไปทันที ตกใจมากที่จู่ๆฮิซาโตะทำแบบนั้น ทั้งที่หน้าตาเหมือนกันแท้ๆ และทั้งๆที่จูบของ
ฮิซาโตะนุ่มนวล และอ่อนโยนกว่าแต่มันกลับทำให้อากิระนึกถึงสัมผัสของยูสุเกะซะได้ ฮิซาโตะยืนมองตามแผ่นหลัง
ของอากิระไปอย่างรู้สึกผิดขึ้นมามากมาย
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“ตกลงที่ลากผมมานี่ มีอะไรจะคุยกับผมรึครับ?” เมื่อแขนถูกปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว ยูก็กอดอกพิงต้นไม้ ถาม
คุณหนูเรียวเฮด้วยมาดนิ่งๆตามฟอร์ม
“นายไม่อยากนอนกับเราเหรอไง?” ยู กระตุกยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของเรียวเฮ นึกว่าโกรธเรื่องอะไร ที่แท้ก็
โมโหที่อดนอนด้วยกัน
“มันไม่เหมาะสมนะครับ....นี่เราไม่ได้มากัน2คนนะครับ นี่มีคุณฮิซาโตะและคุณอากิระอยู่ด้วย”
“อีกแล้ว เบื่อเหลือเกินที่ต้องมาฟังคำว่าไม่เหมาะๆของนายเนี่ย อุตส่าห์คิดว่ามาเที่ยวแบบนี้แล้วจะทำให้นาย
เลิกแข็งทื่อเป็นหุ่นยนตร์ ที่ไหนได้ถูกยูสุเกะตั้งโปรแกรมมายังไงก็อย่างงั้น ไม่ได้เปลี่ยนเลย”
“หึๆ” ไม่มีคำแก้ตัวอะไรออกมาจากคนที่ถูกต่อว่า มีเพียงแต่เสียงหัวเราะเบาๆของยูเท่านั้น
“หัวเราะอะไร?”
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่ ก็เพราะว่าคุณเรียวเฮอยากมีอะไรๆกับผมที่นี่เหรอครับ?” ถามออกมาด้วยใบหน้านิ่งๆแต่มุมปาก
มีรอยยิ้มอยู่นิดๆใครว่าหุ่นยนตร์กวนตีนไม่ได้ล่ะ ?
“มะ.....ไม่ใช่อย่างนั้น...โธ่....นี่นายจะพูดออกมาทำไมกันเนี่ย?” เรียวเฮหน้าแดงขึ้นมาเมื่อยูพูดแทงใจดำเข้าไปเต็มๆ
“อ้อ ถ้าไม่ใช่งั้นผมว่า เรากลับไปเตรียมของกินดีกว่านะครับ” ยู ทำนิ่งพูดแล้วก็ทำท่าจะเดินหนี แต่แล้วมือของเรียวเฮ
ก็คว้าแขนเอาไว้ซะก่อน ยูอมยิ้มนิดๆค่อยๆหันไปเหล่มองคนข้างหลังที่ก้มหน้าแทบติดพื้นซะแล้ว
....................................................................................
.............................................................
....................................
เมื่อเดินมาถึงตรงที่ตั้งเต๊นท์เอาไว้ อากิระก็หันมองรอบๆ ยูกับเรียวเฮยังไม่กลับมาเลย หายไปไหนกันนะ
อากิระเดินเล่นเข้าไปตามทางเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงแปลกๆที่ดังออกมาจากข้างในมุมหนึ่ง เสียงครางกระเส่า
ของใครบางคนทำเอาอากิระยืนอึ้งไปเลย เมื่อครั้งนี้เค้าเป็นฝ่ายได้มาเห็นหนังสดเองบ้างแล้ว
“อะ...อา.....แรงอีกสิ.....ขยับเข้าอีก....อือ....ยู....เข้ามาให้สุดเลยสิ..อ๊า....” หา....คุณเรียวเฮที่น่ารัก และใจดี
ร้อนแรงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย อากิระที่ยังคงยืนแอบดูอยู่ห่างๆอย่างตกใจไม่เลิก ไม่คิดมาก่อนว่ายูจังกับคุณเรียวเฮ
จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแนบแน่นกันแบบนี้......ร่างของคนทั้งคู่ที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันแนบแน่น ปลายขาทั้งสองข้างของเรียวเฮโอบรัดร่างของยูไว้แน่น ส่วนยูก็กะแทกกายเข้าออกร่างของเรียวเฮอย่างเร็ว ทำให้เสียงครางของเรียวเฮดังมากขึ้นๆ ไม่ไหวแล้ว อากิระ ยืนดูต่อไปไม่ไหว รีบเดินออกห่างจากตรงนั้นทันที
“อะ.....คุณฮิซาโตะ??” เมื่อเดินกลับมาก็เจอฮิซาโตะเดินกลับมาถึงที่เต๊นท์แล้ว ชายหนุ่มร่างสูง
ชะงัก ยืนงกๆเงิ่นๆเมื่อได้เห็นหน้าของอากิระ
“คือ.....เอ่อ.....แล้ว....แล้วยูกับเรียวจังล่ะ?” ฮิซาโตะอ้ำอึ้งๆพูดออกมาอย่างติดๆขัดๆ
“ไม่...ไม่ทราบฮะ” อากิระก้มหน้า รู้ตัวว่าแก้มตอนนี้แดงแป๊ดจากการที่เห็นภาพหวาดเสียวนั้น
ทำให้ฮิซาโตะหลงนึกว่าอากิระเกิดอาการอายเรื่องจูบเมื่อครู่นี้
“งั้น.....งั้นชั้นไปดูทางโน้นดีกว่า” ฮิซาโตะพูดพร้อมจะเดินเข้าไปตรงทางที่อากิระเพิ่งเดินมา พอเห็นอย่างนั้น
อากิระจึงรีบร้องห้ามไว้ก่อนที่ฮิซาโตะจะได้เห็นของดีอีกคน
“อย่าเลยฮะ....ไม่มีอะไรหรอก......เดี๋ยวพวกเค้าก็กลับมาเองล่ะ.....ระ....เราเตรียมของกินกันดีกว่าฮะ”
อากิระดึงแขนเสื้อของฮิซาโตะไว้ ร่างสูงยืนอึ้งๆแต่ก็พยักหน้าหันมาช่วยอากิระเตรียมของอย่างเคอะๆเขินๆ
/ / / / ในโตเกียว / / / /
เป็นเวลาเย็นมากแล้ว แต่ยูสุเกะในตอนนี้ก็ยังคงทำงานง่วนอยู่ในบริษัท เพราะให้ยูไปสังเกตการณ์พวกอากิระ
ทำให้ยูสุเกะลำบากกับงานมากขึ้น คนที่มาทำงานแทนยูก็ไม่ได้เรื่องออกอาการกลัวเค้าจนทำงานงกเงิ่นๆ
“โธ่เว่ย......ทำไมไม่บอกชั้นว่าคนของพวกนั้นจะเข้ามายึดตลาดแถบนี้.....ไม่ได้เรื่อง!!!” ยูสุเกะฟาดฝ่ามือ
ลงที่ใบหน้าของเลขาสำรองอย่างแรงจนใบหน้าขาวเป็นรอยนิ้วมือแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน
“ขะ...ขอโทษค่ะ....คุณยูสุเกะยกโทษให้ด้วย” เลขาสาวน้ำตาอาบใบหน้า แววตาแสดงออกถึงความหวาดกลัว
มากมาย มือใหญ่ที่กระชากขยุ้มเส้นผมของผู้หญิงคนนั้นสะบัดออกอย่างแรง
“อย่าให้มีเรื่องที่ทำให้ชั้นต้องปวดหัวอีก ไม่งั้นชั้นเอาเธอตายแน่” ยูสุเกะพูดเสียงเหี้ยมๆ สายตาที่จ้องทำเอาเลขาตัวสั่นหงึกหงักไปหมด ผู้ชายอะไรอายุก็แค่นี้แต่ทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้นะ
ระหว่างทางกลับคฤหาสน์ ยูสุเกะนั่งหน้าเครียดอยู่ในรถ หงุดหงิดไปซะทุกเรื่อง คิดว่าการที่ให้อากิระไปให้ไกลหูไกลตาตอนนี้มันจะทำให้เค้ารู้สึกสงบสติอารมณ์ขึ้นมาบ้าง ที่ไหนได้มันกลับยิ่งทำให้จิตใจฟุ้งซ่านมากยิ่งขึ้นอีก ทั้งๆที่เป็นของเล่น แต่ของเล่นชิ้นนี้กลับชักจะมีอิทธิพลกับตัวเค้ามากขึ้นซะแล้ว
“คุณยูสุเกะครับ......ข้างหลังมีรถตามมาครับ” เสียงของคนขับรถทำให้สติของยูสุเกะกลับมาอีกครั้ง เค้าหันไปมองข้างหลังก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับตามมาอย่างน่าสงสัย เค้าจัดการหยิบปืนออกมาเมื่อเห็นมอเตอร์ไซค์ลึกลับนั้น
เข้ามาใกล้ก็ยิ่งแน่ชัดว่าพวกนี้เป็นมือปืนที่ถูกส่งมา การยิงสวนกันอย่างดุเดือดกลางถนนเริ่มขึ้น แต่แล้วในที่สุดกระสุนที่ยิงกราดของมือปืนที่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ก็โดนเข้าที่ยางหลังของรถยูสุเกะเข้าจนทำให้รถส่ายไปมาก่อนที่จะ
พลิกคว่ำลงข้างทาง คนบนมอเตอร์ไซค์จอดรถหยุดมองสักพัก เมื่อไม่เห็นว่าคนในรถที่คว่ำมีการเคลื่อนไหวอีกแล้ว
ก็ทำให้มั่นใจ ว่าไม่มีคนรอดชีวิต พวกนั้นจึงได้ขับจากไป
To be con
“ยูสุเกะ.......!!!” เสียงร้องเรียกชื่อดังมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้อง ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มคนนึงที่รีบพุ่งตัวมาที่เตียงนอนใหญ่ในห้องนอนของยูสุเกะอย่างรวดเร็ว
“พวกเราเพิ่งได้ข่าวเมื่อเช้า ก็รีบกลับมาทันทีเลย ยูสุเกะไม่เป็นไรมากใช่มั้ย?” เรียวเฮที่หน้าตื่นตกใจรีบ
ปล่อยคำถามออกมาไม่ได้หยุด ยูสุเกะที่นอนนิ่งอยู่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆ
“ชั้นยังไม่ตายง่ายๆหรอก ไม่ต้องห่วง” พอได้ยินคำตอบของยูสุเกะเรียวก็ทำหน้าหมั่นไส้ๆ ขนาดเจ็บ
ยังจะทำอวดดีอีกนะ คนอะไร ?
“นั่นสินะ...คนอย่างนายไม่ตายง่ายๆจริงน่ะแหละ โดนขนาดนี้ยังนอนหน้าเฉยได้”
ฮิซาโตะพูดขึ้นเบาๆ ยูสุเกะที่ได้ยินเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เหยียดยิ้มขึ้นมานิดๆ
“ผมว่าปล่อยให้คุณยูสุเกะได้นอนพักเถอะครับ พวกเราออกกันก่อนเถอะ” ยูพูดขึ้น พลางผายมือเชิญให้
เรียวเฮและฮิซาโตะ ออกจากห้องเพื่อให้คนเจ็บได้นอนพักผ่อน พอในห้องไม่มีใครอยู่แล้วยูสุเกะก็ค่อยๆยันตัว
ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ... อากิระไปไหน?... ทำไมถึงไม่ยอมเข้ามา บ้าชะมัด!!!!!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ทางด้านอากิระที่ออกมานั่งอยู่ข้างนอกคฤหาสน์ไม่กล้าที่จะเข้าไปดูอาการของยูสุเกะในห้องแม้จะเป็นห่วง
ก็เถอะ .....เป็นห่วงงั้นเหรอ....จะเป็นห่วงเค้าทำไมกัน คนอย่างนั้นถ้าตายไปได้ก็ดีแล้วนี่
“อากิระ....ยังนั่งอยู่ตรงนี้อีกเหรอ?นั่งด้วยคนได้มั้ย” ฮิซาโตะที่กลับจากการส่งเรียวเฮที่รถแล้ว ก็เดินมา
ตรงที่ๆอากิระนั่งอยู่ เด็กหนุ่มพยักหน้าร่างสูงจึงนั่งลงข้างๆ
“คือ...คุณยูสุเกะ เป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“อย่าไปสนเลย คนอย่างเจ้านั่นตายยากจะตาย เมื่อกี๊ยังทำหน้าเหี้ยมๆวางมาดอยู่เลย”
“เหรอฮะ นั่นสินะ ฮ่าๆ” อากิระเริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมา ใบหน้าเริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ทีอย่างนี้ล่ะ ยิ้มแป้นเชียวนะ หายห่วงแล้วล่ะสิ” คำพูดของฮิซาโตะทำเอาอากิระหยุดชะงัก
“เปล่าซะหน่อยฮะ...ผมแค่ตลกที่ฮิซาโตะว่าคุณยูสุเกะตายยากต่างหากล่ะ” อากิระรีบเถียงเป็นการใหญ่
“โอเคๆไม่ล้อแล้วก็ได้ ไม่เห็นต้องเถียงขนาดนั้นเลย” ฮิซาโตะหัวเราะพร้อมทั้งดึงตัวอากิระมายีผมนุ่มเล่นเบาๆ
ภาพทั้งหมดอยู่ในสายตาของยูสุเกะเป็นอย่างดี จากหน้าต่างห้องยูสุเกะสามารถมองลงมาเห็นข้างล่างได้
อย่างชัดเจนเลยทีเดียว มุมปากชายหนุ่มมองภาพข้างล่างแล้วแสยะยิ้มนิดๆ ก่อนที่ผ้าม่านถูกปิดลงพร้อมกับคำสั่ง
ที่ให้คนไปตามตัวอากิระขึ้นมา--!!
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“อะ....คุณยูสุเกะ.....อย่า.....อย่าฮะ” เสียงร้องของเด็กในห้องดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก เมื่อถูกชายหนุ่มร่างสูง
เข้ามากระชากแขนไว้อย่างรุนแรง สายตาก็ดูดุดันน่ากลัวอีกแล้ว
“ปล่อยผมเถอะฮะ....ได้โปรด” เสียงร้องอ้อนวอนยังดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ยูสุเกะไม่สนใจมือใหญ่ขยุ้มเส้นผม
ยาวที่อ่อนนุ่มขึ้นมา ก่อนที่มืออีกข้างที่ถือกรรไกรอยู่จะตัดเส้นผมสลวยนั้นออกอย่างไม่เสียดายสักนิด
“อะ....คุณยูสุเกะ??” อากิระพยายามดิ้นแต่ยูสุเกะที่ขนาดบาดเจ็บขนาดนี้แรงกลับไม่ได้มีท่าว่าจะลดลงเลย
มือกดใบหน้าของอากิระลงบนหมอน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มปลิวตกไปทั่วเตียง อากิระน้ำตาคลอ ส่ายหน้า
หนีสุดฤทธิ์ จนปลายแหลมของกรรไกรบาดเข้าที่ริมหู เลือดสีแดงค่อยๆรินไหลออกมาพร้อมกับความรู้สึก
เจ็บตรงบาดแผล .....นี่เค้าทำอะไรผิดไปอีกเหรอไง ทำไมยูสุเกะต้องทำแบบนี้ด้วย!!!
“เธอคงอยากให้ชั้นตายมากสินะ....การที่ชั้นยังมีชีวิตอยู่คงทำให้ผิดหวังมากเลยใช่มั้ย?”
ยูสุเกะที่พอได้เห็นเลือดค่อยๆไหลออกมาจากใบหน้าหวานนั้นจึงเขวี้ยงกรรไกรทิ้งไป แต่มือยังคงบีบใบหน้า
ของอากิระไม่ยอมผ่อนแรงเลยสักนิด
“สนิทกับน้องชายชั้นมากงั้นเหรอ มันจับผมเธอด้วยสินะ........ นอกจากจับผมแล้วมันทำอะไรอีก!!!!!”
อยู่ๆจากที่พูดเสียงนิ่งๆก็กลายเป็นเปลี่ยนมาตะคอกเสียงดังทำเอาอากิระตัวสั่นไปหมด
“ร้องไห้ทำไม?....กลัวชั้นงั้นเหรอ ใช่สิ!!ชั้นมันก็แบบนี้แหละ รุนแรง ป่าเถื่อน ชอบใช้กำลัง เลว
ไม่เหมือนฮิซาโตะใจดี นุ่มนวล แบบที่เธอชอบใช่มั้ย?แต่ขอให้จำเอาไว้นะ ของสิ่งไหนที่ชั้นได้เป็นเจ้าของแล้ว
คนอื่นไม่มีทางที่จะแตะต้องมันได้ แม้กระทั่งคนอย่างเธอ ห้ามไปข้องเกี่ยวกับใครหน้าไหนทั้งนั้น!!!! ”
ใบหน้าเข้มที่สายตาดูเกรี้ยวกราดจ้องหน้าคนหน้าหวานที่ละเลงไปด้วยน้ำตา ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้า
เลียรอยแผลบนใบหน้าของอากิระเบาๆ ปลายลิ้นที่สัมผัสทำเอาอากิระเม้มปากแน่นเพราะความเจ็บแสบ
แต่ก็ต้องพยายามกลั้นเอาไว้ ริมฝีปากของยูสุเกะยิ่งกดทับแรงมากขึ้นจนน้ำตาไหลพลากทีเดียว
“ถอดเสื้อออก” เมื่อละริมฝีปากออกจากใบหน้าหวานแล้วก็ออกคำสั่งทันที
“แต่.......แต่คุณยูสุเกะยังเจ็บ................”
“บอกว่าให้ถอดเสื้อออก....หรืออยากจะให้ชั้นฉีกกระชากมันออกเอง!!!” เจอคำพูดแบบนั้นของยูสุเกะ
ก็ทำให้อากิระจำยอมถอดเสื้อผ้าออกจากตัว ปล่อยให้ยูสุเกะเล่นสนุกกับร่างกายของเค้าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
...............................................................
..........................................
.............................
“ฮ้าา.....อา...อ.....” เหมือนกับทุกครั้ง..... ยูสุเกะรุนแรงทุกๆครั้งกับร่างกายของอากิระ ร่างกายที่เป็นของเล่น
ถึงแม้ว่าตอนนี้ร่างสูงนี่จะต้องพักฟื้นเพราะอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อ่อนโยนขึ้นเลยสักนิด เห็นได้ชัดจากผ้าพันแผล
ที่แปะอยู่ที่หน้าท้องเริ่มมีเลือดซึมออกมาจากการออกแรงมากเกิน เนื้อตัวขาวนุ่มถูกบีบขยำไปทั่วทั้งตัว
เสียงเตียงขนาดใหญ่ที่สั่นเพราะการขยับของสองร่างที่ทาบทันกันแน่นสนิท
“เจ็บ....อือ......อย่า...อย่ากะแทก....ผมเจ็บ....อือ...อาา........คุณ...ยูสุเกะ.....เจ็บ” เสียงร้องครางที่แสดงถึงความเจ็บ
ก็ดังขึ้นเหมือนทุกครั้ง ถึงแม้จะรู้ว่าขอร้องไปก็ไม่มีผลอะไรนัก มือที่กอบกุมอยู่ตรงเนื้อนุ่มตรงสะโพกยิ่งออกแรง
บีบขยำมากขึ้น พร้อมกับการกะแทกแก่นกลางลำตัวเข้าอย่างไม่ยั้งจนคนข้างล่างสั่นครอนไปตามแรงกะแทกนั้น
“ชั้นเป็นเจ้าของเธอ....รู้มั้ย?”
“อา....อ๊าา...เจ็บ ปล่อยผม....” ร่างขาวพยายามขยับตัวหนีออกจากการกะแทกที่รุนแรง ตอนนี้อารมณ์ของ
ยูสุเกะก็รุนแรงไม่แพ้กัน ยิ่งเห็นว่าคนข้างใต้ดิ้นหนีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งออกแรงหนักมากขึ้น
“เธอเป็นของๆชั้น เป็นของชั้นเท่านั้น!!” ยูสุเกะพูดออกมาทั้งที่ใบหน้าตอนนี้เบ้ๆเนื่องจากเริ่มรู้สึกเจ็บแปร๊บๆ
ตรงหน้าท้องจากการออกแรงอย่างหนัก จังหวะการถาโถมเข้าใส่เริ่มอ่อนลง มือที่บีบเฟ้นร่างกายอากิระก็เริ่ม
เป็นลูบไล้อย่างแผ่วเบา
“อาา....อ....คุณยูสุเกะ....” การร่วมรักที่รุนแรงเริ่มอ่อนขึ้นจนน่าใจหาย ยูสุเกะที่แทรกตัวอยู่ในร่างกายอากิระ
ปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาจนหมด แล้วจึงค่อยๆฟุบนอนหมดแรงตรงที่ว่างข้างๆอากิระ
“คุณยูสุเกะ?” อากิระค่อยๆยันตัวขึ้นนั่งมองไปที่ยูสุเกะที่นอนหลับอย่างอ่อนเพลีย ขนาดเจ็บขนาดนี้ยังมีแรงเยอะเหลือเกิน อากิระขยับตัวสำรวจช่วงล่างของตัวเอง เลือดออกอีกแล้ว เจ็บชะมัดเลย เด็กหนุ่มลุกออกจากเตียงอย่างลำบากแสบไปหมดทั้งตัวเลย นี่ยูสุเกะแค่เห็นที่ฮิซาโตะลูบผมเท่านั้นยังเป็นได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ?
“เอ๋....คุณอากิระ....ผม......?” ระหว่างทางที่คิดอะไรฟุ้งซ่านระหว่างทางเดินกลับห้องตัวเอง ก็เจอกับยูเข้าซะก่อน
อากิระได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ โดยที่ยูก็ไม่ถามมากนักเพราะพอจะรู้ถึงสาเหตุดี
“ผมแหว่งหมดเลย ดูตลกใช่มั้ยฮะ?” เด็กหนุ่มยกมือขึ้นจับเส้นผมตัวเองที่ดูเหมือนจะไม่เป็นทรงแล้ว
“ตรงหูเป็นแผลด้วยนี่ เดี๋ยวผมทำแผลให้แล้วจะแก้ทรงผมให้ใหม่นะ” ยู ยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะพาตัว
อากิระไปทำแผลให้ ก่อนจะพามาตัดผมให้ใหม่อีกด้วย
“ยูจัง เก่งจัง เล่นบอลก็เก่ง นี่ยังจะตัดผมเก่งอีก” เมื่อเห็นตัวเองในกระจกก็ต้องตกใจ ผมที่ถูกตัดออกมาดูดี
เหมือนกับช่างมืออาชีพเลยทีเดียว
“ไม่หรอก คุณอากิระน่ารักอยู่แล้วก็เลยออกมาดี” ยูยิ้มบางๆพลางปัดเส้นผมออกจากตัวอากิระ
“ฮ่าๆขอบคุณนะฮะ ที่ช่วยทำแผลและก็ช่วยตัดผมให้”
“ไม่เป็นไรหรอก....ว่าแต่คุณอากิระอย่าใกล้ชิดคุณฮิซาโตะให้มากนักเลย ไม่งั้นคุณก็ต้องเจ็บตัวอีก
เข้าใจไหมครับ?” ยูเอ่ยเตือนอากิระจึงพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินแยกกลับเข้าห้องนอนไป
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หลายวันที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่ยูสุเกะพักฟื้นถึงจะพยายามห้ามเท่าไหร่แต่ยูสุเกะก็ไม่ฟังเลยสักนิด
ไม่สนว่าตัวเองจะเจ็บอยู่ ยังคงออกแรงกับเรือนร่างนี้แทบทุกวันๆ
**ก๊อกกๆๆ**
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อได้ยินคำอนุญาติของเจ้าของห้อง ฮิซาโตะจึงเปิดประตูเข้ามา ยูสุเกะนอนอยู่
บนเตียงโดยที่ในอ้อมกอดมีร่างของอากิระอยู่ด้วย
“มีอะไร?” เอ่ยถามผู้ที่พิ่งเข้ามาอย่างเฉยชา ฮิซาโตะจึงเริ่มอึกอัก
“ไม่...ไม่มีอะไรหรอก แค่จะบอกนายว่า อีก2อาทิตย์ชั้นจะกลับแล้ว” ฮิซาโตะพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองอากิระ
นั่นก็เพราะเค้ารู้สึกว่าช่วงนี้อากิระหลบหน้าฮิซาโตะอย่างเห็นได้ชัด
“อืม รู้แล้ว”
“ชั้นขอตัวก่อนล่ะ” ฮิซาโตะพูดจบก็รีบออกจากห้องไปทันที บ้าชะมัด ทำไมในหัวถึงได้คิดเรื่องทุเรศๆ
แบบนั้น ฮิซาโตะ นั่นคนของยูสุเกะ แถมยังเป็นผู้ชาย ทำไมนายถึงได้ไปคิดอะไรเลวๆแบบนั้นกับอากิระได้?
ฮิซาโตะตอนนี้กำลังปวดหัวอย่างหนัก แค่เห็นภาพนั้น ภาพของอากิระที่เนื้อตัวมีแต่รอยแดงเป็นจ้ำๆ
ดวงตากลมใสมีน้ำตาคลออยู่นิดๆ พวงแก้มที่แดงระเรื่อ ร่างกายที่น่าดึงดูดนั้น อยากจะทำให้แปดเปื้อนขึ้นมาเหลือเกิน
ฮิซาโตะส่ายหัวพยายามไล่ความคิดเลวๆออกจนหมด
---------------
อีกไม่กี่วันแล้วที่ฮิซาโตะจะเดินทางกลับ เค้าจึงใช้ช่วงเวลาที่มีอยู่ใกล้ชิดกับอากิระให้มากที่สุด
และนั่นก็เป็นการสร้างความไม่พอใจให้ยูสุเกะไม่น้อย ของเล่นต้องห้าม ที่ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง
หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ยูสุเกะมักจะแสดงออกกับอากิระต่อหน้าฮิซาโตะอยู่บ่อยๆ
“อยากได้เด็กนั่นหรือไง?” เสียงของผู้เป็นพี่จู่ๆก็ดังขึ้นมาในความเงียบ ปลุกให้ฮิซาโตะมีสติขึ้นมา
ก็ตอนนี้สายตาของเค้ากำลังจับจ้องอยู่แต่กับเด็กหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงานบ้าน
“พูดอะไรของนาย...ชั้นไม่ได้คิดอกุศลเหมือนนายหรอกนะ” ฮิซาโตะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ยูสุเกะก็ยังคงยิ้ม
ไม่เลิก เค้าจ้องมองใบหน้าน้องชายเหมือนกับมองทะลุปรุโปร่งไปหมด
“นายคิดอะไรมีเหรอที่ชั้นไม่รู้....เราเป็นแฝดกัน ตั้งแต่เด็กๆแล้วนี่ ชอบอะไรก็มักจะชอบอย่างเดียวกัน
ชั้นต้องการอะไร นายก็จะต้องการแบบเดียวกับชั้นเสมอ แม้กระทั่งคนรักไง จำไม่ได้เหรอ?แม้แต่คนรักของชั้น
นายก็ถือโอกาสทรยศแย่งไปอย่างหน้าด้านๆ” ยูสุเกะพูดออกมาหน้าตานิ่งเฉย แต่ก็ทำให้ฮิซาโตะฉุนขึ้นมาได้
“ชั้นไม่ได้แย่ง!!เพราะนายเองนั่นแหละ นายมันบ้า ทำร้ายคนรักของตัวเองอย่างเลือดเย็น คนไม่มีหัวใจ
อย่างนายใครจะทนอยู่ด้วยได้ นายมันเห็นแก่ตัว นายไม่ปล่อยให้คนที่เค้าหมดใจแล้วไปจากนาย
นายกักขังเค้า ทั้งๆที่เค้าไม่ได้มีใจให้นาย นายมันทุเรศ!!” ฮิซาโตะระเบิดอารมณ์ใส่ยูสุเกะอย่างเกรี้ยวกราด
เรื่องในอดีตที่ผ่านมา ความจริงแล้วคนรักของพี่ชายทนกับคนเย็นชาอย่างยูสุเกะไม่ได้ ความรักที่เคยมีให้
มันจึงไม่มีเหลือ ในเวลาที่ผ่านมาความรักของฮิซาโตะกับเธอคนนั้นก็เริ่มก่อตัวเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทั้งๆที่ยูสุเกะเองก็
รู้ดีอยู่แก่ใจแต่ไม่คิดที่จะปลดปล่อยเธอคนนั้นไปจากตัวเอง ยูสุเกะทำทุกวิถีทางที่จะขัดขวางคนทั้งคู่
จนกระทั่งเธอคนนั้นตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อปลดปล่อยตัวเองให้หลุดพ้นจากยูสุเกะ ..... ยูสุเกะเป็นคนฆ่า......
ยูสุเกะฆ่าเธอทางอ้อม...!!!!!!
“ชั้นมันก็คนแบบนี้แหละ เลือดเย็นอย่างที่นายว่า ....แต่ยังไง ชั้นกับนายก็เป็นพี่น้องกัน ถ้านายบอกมาตรงๆว่า
“อยากได้ของๆชั้น” ชั้นก็ให้นายได้ อย่างเด็กนั่นไง .... ถ้านายต้องการชั้นก็ให้นายได้ ของเหลือจากชั้นนาย
ชอบไม่ใช่เหรอไง ฮิซาโตะ?”
“ยูสุเกะ....นายหยุดพูดเดี๋ยวนี้!!!!”
“ตอนชั้นได้เด็กนั่นมา ชั้นก็ข่มขืนซะยับ ความบริสุทธ์ของเด็กนั่นมันหอมหวานมากรู้มั้ย? อากิระขาวน่าฟัด
เวลาที่ทำให้ร้องไห้บนเตียงมันยิ่งทำให้อารมณ์ชั้นพลุ่งพล่าน ทั้งที่ทำรุนแรงด้วยทุกครั้ง เมื่อก่อนเจ้านั่นก็ขัดขืน
แต่พอเดี๋ยวนี้กลับแทบจะเป็นฝ่ายเรียกร้องขอเองด้วยซ้ำ แถมตรงนั้นยังคับแน่นเหมือนเด็กบริสุทธิ์อยู่เสมอด้วยนะ”
“นายมันเลว....ยูสุเกะ!!!เลิกพูดถึงอากิระแบบนั้นได้แล้ว” ฮิซาโตะขบฟันแน่น มือกระชากดึงเสื้อยูสุเกะขึ้นมา
“อยากได้แล้วใช่มั้ยล่ะ....แค่ฟังสรรพคุณแค่นี้ยังอดใจไม่อยู่เหรอ ก็บอกแล้วถ้าต้องการชั้นก็เจียดให้นายได้”
คำพูดของยูสุเกะแต่ละคำมันทำให้ฮิซาโตะแทบคลั่ง คิ้วขมวดกันจนเป็นปมยุ่งไปหมด
“อากิระไม่ใช่ของเล่นของนาย...อย่าทำเหมือนเค้าเป็นของเล่น” พูดจบก็ปล่อยมือออกจากเสื้อของยูสุเกะ
แล้วเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว ทิ้งไว้ให้ยูสุเกะยืนนิ่งหันกลับไปมองอากิระที่ยังตั้งอกตั้งใจทำงานอีกครั้ง
ใบหน้าหล่อมีสีหน้าครุ่นคิดอะไรอยู่บางอย่างสักพัก แล้วจึงเดินตามฮิซาโตะออกไปบ้าง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ในตอนหัวค่ำหลังจากที่แยกย้ายกันออกจากโต๊ะอาหารแล้ว ฮิซาโตะก็มุ่งหน้าเดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง
อีกไม่นานก็จะกลับแล้ว จะไม่ได้เจออากิระอีกแล้วสินะ ไม่อยากจะเชื่อนี่เค้าเกิดหลงรักอากิระขึ้นมาแล้วเหรอเนี่ย
เป็นไปอย่างที่ยูสุเกะบอกเลยจริงๆ
**แอ๊ดดด**
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ฮิซาโตะเปิดไฟห้องนอนจนห้องที่มืดมิดสว่างจ้าขึ้นมา และสิ่งที่ทำให้ฮิซาโตะต้องตกใจ
ก็คือคนที่อยู่บนเตียง อากิระที่ถูกมัดมือเอาไว้กับหัวเตียง พร้อมทั้งมีผ้าสีดำปิดตาเอาไว้ ร่างกายเปลือยเปล่ามีเพียง
ผ้าห่มปกปิดช่วงล่างเอาไว้เฉยๆพอยั่วยวนสายตาคมได้ดีเป็นยิ่งนัก ฮิซาโตะกลืนน้ำลายลงคออย่างประหม่า
ตอนนี้ในใจมันเต้นแทบไม่เป็นจังหวะแล้ว
“อากิระ?”
“คุณ....คุณยูสุเกะ....ปล่อยผมเถอะฮะ....ที่นี่ที่ไหน....ปิดตาผมทำไม...?” อากิระที่รู้สึกว่ามีคนเข้ามาในห้อง
ก็ร้องถามขึ้นมาอย่างกลัวๆ ก็ยูสุเกะจับเค้าถอดเสื้อผ้าแล้วก็เอาผ้ามาปิดตาจากนั้นก็ถูกอุ้มพามาที่ไหนก็ไม่รู้
มันเลยทำให้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมามากมาย และในตอนนี้อากิระรู้สึกว่าเตียงยวบลงเหมือนกับมีคนมานั่งข้างๆ
ฮิซาโตะนั่งมองอากิระนิ่ง ใจนึงเค้าก็อยากจะแก้มัดออกให้เป็นอิสระ แต่อีกใจก็อยากจะทำให้ร่างนี้เป็นของเค้า
จะทำยังงั้นได้อย่างไรฮิซาโตะ ถ้าทำลงไปนายมันก็เลวมาก ที่รังแกอากิระในเวลาแบบนี้ ฮิซาโตะพยายามหักห้าม
ใจและอารมณ์ตัวเองอย่างเต็มที่ เค้าเม้มปาก ขบกรามจนแน่นสนิท เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าแล้ว
“คุณยูสุเกะ?” อากิระร้องเรียกเบาๆ หารู้ไม่ว่าน้ำเสียงแบบนั้นมันยิ่งทำให้ใจของฮิซาโตะสั่นมากเข้าไปใหญ่
เรือนร่างขาวๆที่น่าลิ้มลอง......ริมฝีปากนั้นสวยเหลือเกิน.....ฮิซาโตะตัดสินใจโน้มหน้าเข้าสัมผัสริมฝีปาก
นั้นเบาๆสัมผัสหอมหวานจากเด็กตรงหน้าที่ชิมเท่าไหร่ก็ไม่พอทำให้ฮิซาโตะตักตวงมันมากขึ้นอีก แลกลิ้น
เข้าตวัดพันกันอย่างแสนหวานอยู่ภายในปากเล็กแดงฉ่ำของอากิระ ฮิซาโตะมีความสุขมากเหลือเกิน
ความคิดที่จะช่วยเหลือถูกอารมณ์ใคร่กระหายนำพาไปไกล จนไม่มีสติซะแล้ว
“อือ.....คุณยูสุเกะฮะ....” อากิระร้องครางออกมาเบาๆ เมื่อซอกคอกำลังถูกรุกรานด้วยจมูกโด่งและริมฝีปากร้อน
แผ่นอกนุ่มถูกมือหนาลูบไล้ไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนต้องบิดตัวอย่างเกร็งๆถึงจะรู้สึกแปลกไปบ้าง แต่ก็อดดีใจลึกๆ
ขึ้นมาไม่ได้ เมื่อคิดว่าในเวลานี้ยูสุเกะเริ่มอ่อนโยนกับร่างกายเราขึ้นมาแล้ว
“อากิระ.....อา...” ฮิซาโตะค่อยๆดึงผ้าห่มออกจากร่างกายของอากิระ มือร้อนลูบเบาๆตรงต้นขาขาวเนียน
ก่อนจะย้ายไปลูบไล้ด้านในบ้าง
“เอาผ้าออกได้ไหม...อื้ออ....ได้โปรด” ฮิซาโตะชะงักไม่ตอบอะไร และไม่ยอมแก้ผ้าปิดตาออก
เค้าผละใบหน้าออกจากหน้าท้องแบนราบโน้มหน้าเข้าหอมแก้มนิ่มเบาๆ
“ชั้นรักเธอนะ อากิระ” เค้าโน้มหน้ากระซิบข้างหูอากิระ ทั้งยังจูบเบาๆที่เปลือกตาสวยผ่านผ้าสีดำ
ทำเอาใบหน้าขาวแดงขึ้นมาทันทีทันใด ไม่อยากจะเชื่อ ยูสุเกะบอกว่ารัก เป็นเรื่องจริงเหรอ
แล้วทำไมเราถึงต้องดีใจขึ้นมาขนาดนี้ ทั้งๆที่โดนคนเลวๆอย่างนี้ทำร้ายสารพัด ทำไมต้องไปดีใจกับ
คำบอกรักของยูสุเกะด้วย
“คุณยูสุเกะ...ผม.....” อากิระไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกมา ขาทั้งสองข้างก็ถูกอิซาโตะจับแยกออก
จากกัน ตรงส่วนนั้นถูกกอบกุมด้วยมือของฮิซาโตะที่จับอย่างทนุถนอมเค้าจับมันรูดเบาๆจนอากิระ
ร้องครางออกมาเสียงหวานมากมาย จากมือที่ควบคุมแก่นกายอากิระ ก็ถูกเปลี่ยนกลายเป็นปากของ
ฮิซาโตะเข้าแทนที่
“อะ....อา.....อาาา....”
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ภายในห้องนอนของฮิซาโตะที่กำลังร้อนระอุขึ้นมากมาย ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี
ร่างกายของอากิระมันทำให้ฮิซาโตะแทบคลั่ง ในตอนนี้ร่างสูงกำลังปลดซิบกางเกงออกเพื่อ
จะหลอมรวมร่างกายเข้ากับเด็กคนนี้
“คุณยูสุเกะ...ใจดีกับผมแล้ว....คุณยูสุเกะรักผม...จริงๆเหรอฮะ?” เสียงหวานของเด็กหนุ่มที่นอน
หอบหน้าแดงกล่ำ ทำเอาฮิซาโตะชะงัก นี่เรากำลังจะทำบ้าอะไรลงไป ถูกคิดว่าเป็นยูสุเกะในขณะที่
ทำรักกับอากิระแบบนี้ มันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีนักเหรอ? อย่างนี้ก็เท่ากับหลอกลวงทั้งอากิระและ
ก็เป็นการหลอกลวงตัวเองด้วย
“หือ...คุณยูสุเกะ” อากิระเริ่มงง เมื่อข้อมือที่ถูกมัดถูกแก้ออกเป็นอิสระ รวมทั้งผ้าห่มถูกนำกลับมา
ปกปิดร่างกายอีกครั้ง เมื่อผ้าสีดำที่คาดตาถูกแก้ออกก็เห็นร่างกำยำของฮิซาโตะที่นั่งนิ่งสำนึกผิดอยู่
อากิระเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ เสื้อของฮิซาโตะตกอยู่ข้างเตียง เมื่อกี๊คนที่โลมเล้าร่างกายไม่ใช่ยูสุเกะ
แต่เป็นฮิซาโตะ??
“ขอโทษอากิระ....ชั้นขอโทษ” คำพูดของฮิซาโตะทำเอาหัวใจของเด็กหนุ่มหล่นวูบ คำว่ารักที่ได้ยิน
ไม่ใช่ของยูสุเกะ คิดได้อย่างนั้นน้ำตามากมายก็ไหลหลั่งพลั่งพลูออกมามากมาย ฮิซาโตะเห็นอย่างนั้น
ก็ยิ่งปวดใจทำอะไรแทบไม่ถูกเค้ารีบหาเสื้อผ้ามาให้อากิระใส่แล้วก็รีบออกจากห้องมุ่งหน้าไปหายูสุเกะทันที
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
“ยูสุเกะ....นายทำเกินไปแล้ว!!!” ฮิซาโตะเปิดประตูห้องทำงานยูสุเกะอย่างแรง จนยูที่ยืนรอเอกสารอยู่
ในห้องด้วยหันมามองอย่างตกใจ
“เป็นไงล่ะ ของที่ชั้นให้ ถูกใจรึเปล่าล่ะ?” ยูสุเกะไม่ได้มีอาการสะทกสะท้านเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ
ทั้งยังส่งยิ้มให้ฮิซาโตะอย่างเรียบเฉย
“เอ่อ...งั้นผมขอตัวก่อนครับ” ยู โค้งให้คนทั้งคู่แล้วก็ค่อยๆออกจากห้องไปปล่อยให้พี่น้องได้อยู่กัน
ตามลำพัง
“นายมันบ้ามาก ทำไมนายต้องทำกับพวกชั้นแบบนี้!!!!”
“ชั้นทำอะไร นายต่างหากล่ะที่เป็นคนทำ นายคิดที่จะข่มเหงอากิระ นายมันก็เลวเหมือนๆกับชั้นนี่แหละ
อะไรที่เป็นของเหลือจากชั้น นายอยากได้ทุกอย่างเลยสินะ แล้วเป็นไงพอชั้นยกให้ฟรีๆไม่พอใจอีกเหรอ?”
ยูสุเกะจากที่ยิ้มอยู่กลายเป็นหน้านิ่งอย่างรวดเร็ว สายตาคมมองบีบเค้นซะจนฮิซาโตะแทบคลั่ง
ไม่ว่ายังไงก็สู้คนๆนี้ไม่ได้เลยสักนิด
“นายทำอะไรอากิระลงไปรึยัง?” และสักพักยูสุเกะก็เสียงเข้มขึ้นมาในทันทีทันใด เค้าลุกขึ้นยืนประจันหน้า
กับฮิซาโตะจ้องตาเขม็ง
“ไม่....ชั้นทำไม่ได้”
“หึ...ดีแล้วที่นายไม่ได้ทำ...เพราะไม่งั้นชั้นก็ไม่รับรองว่านายจะได้มีชีวิตรอดต่อไปหรือเปล่า?”
พูดจบร่างสูงก็เดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งไว้ให้ฮิซาโตะหันไปมองตามอย่างเจ็บใจ เค้าถูกพี่ชายปั่นหัว
ถูกทำให้เหมือนเป็นคนบ้า คนโง่ ที่สำคัญทำให้เค้าเกือบกลายเป็นคนชั่วที่ทำร้ายอากิระอีกด้วย
to be continued. |