# Part 8
/ / ในห้างชื่อดัง / /
วันนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวัน มาเลือกซื้อของมากมายที่จำเป็นต้องใช้ไปเรียน ไม่ว่าจะ เสื้อผ้า กระเป๋า ปากกา สมุดต่างๆ
จะว่าไปแล้วตอนนี้ยูสุเกะเหมือนกับเป็นพ่อ เป็นผู้ปกครองของอากิระเลยทีเดียว
“ทำไม...เอ่อ....ทำไมจู่ๆ....ถึงให้ผมไปเรียนได้ล่ะฮะ?” ระหว่างที่เดินดูนาฬิกาข้อมือรุ่นต่างๆอยู่ อากิระก็ถามขึ้นมา
“ถามอีกแล้ว...ชั้นเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าถามอีก” หันมาถลึงตาใส่อย่างดุดัน จนคนตรงหน้าต้องก้มหน้าเงียบไป
ไม่กล้าที่จะพูด จะถามอะไรออกมาอีก
“ไหน....ยื่นมือมาซิ” และแล้วแค่เพียงไม่นานจู่ๆยูสุเกะก็หันมาสั่ง และก็ไม่รอให้เจ้าตัวยื่นมือ แต่ว่าเค้าเป็นคนถือวิสาสะดึงแขนของอากิระมาเองซะเลย
“ดูซิ...แบบนี้ชอบมั้ย?” ร่างสูงจัดการใส่นาฬิกาให้อากิระ แล้วก็เงยหน้าขึ้นถาม เด็กหนุ่มพยักหน้า
“ชั้นว่าเหมาะกับเธอดีนะ ผิวเธอขาวใส่สีนี้แล้วดูดี งั้นตกลงเอาเรือนนี้นะ” ยูสุเกะหันไปเรียกพนักงานเพื่อจะ
ชำระเงิน แต่อากิระรีบปฏิเสธทันที
“อย่าเลยฮะ....แค่นี้ผมก็ว่ามันมากไปแล้ว ไม่ต้องซื้อให้ผมหรอกฮะ” ดึงแขนของยูสุเกะเอาไว้ แต่ก็ต้องปล่อย
เมื่อเห็นว่าสายตาของยูสุเกะมองอย่างไม่พอใจ
“อย่ามาทำตัวเรื่องมากได้มั้ย....ไม่ต้องมาทำเป็นเกรงใจหรอกเพราะว่าชั้นไม่ได้ให้เธอฟรีๆอยู่แล้ว ทั้งหมดนี่
คืนนี้เธอจะต้องตอบแทนชั้นด้วยการบริการชั้นให้ถึงใจไง......อากิระ” ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ มือยื่นเข้าไป
โอบเอวบางเข้าหาตัว
“ไม่นึกเลยนะฮะ....ว่าร่างกายผมจะมีราคาแพงได้ถึงขนาดนี้ด้วย” อากิระยิ้มออกมา แต่นั่นมันก็เป็นยิ้มที่ดู
ฝืนแต่งขึ้นมา
“รู้อย่างนี้ก็ทำงานให้คุ้มกะที่ชั้นเสียไปละกัน” พูดพลางยื่นหน้าเข้าจูบแก้มใสเบาๆ อากิระได้แต่พยายาม
เบี่ยงหน้าหนีออกห่างแต่ก็ไม่พ้นไปได้ จมูกโด่งได้รูปสูดกลิ่นหอมหวานจากแก้มนวลนั้นอย่างเพลินใจ
“ของที่ซื้อได้แล้วค่ะ...คุณอิซากิ” พนักงานสาวที่เดินถือถุงมาขัดจังหวะ อากิระจึงได้ทีสะบัดตัวหนีออก
จากยูสุเกะออกไปยืนก้มหน้าอย่างอายๆ ยูสุเกะยื่นมือไปหยิบถุงมาแล้วก็เดินโอบไหล่อากิระเดินออกจากร้าน
“ไม่ต้องโอบไหล่ผมได้มั้ย...คนมองกันหมดแล้ว....” อากิระบ่นพึมพำๆอายสายตาของคนรอบข้างที่พากันมอง
ยูสุเกะจึงยิ่งกระชับตัวเข้าแน่นมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก อากิระจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆพูดอะไรกับคนๆนี้ไป มันก็
ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลยสักนิดแฮะ
**พลั่กก**
แต่แล้วจู่ๆก็มีชาย2คน เดินเข้ามากะแทกไหล่ของยูสุเกะ แถมยังยืนทำหน้าหาเรื่องเต็มที
“เฮ้ย....ไม่มีตาดูเหรอวะ ทำกูเจ็บมึงต้องจ่ายค่าเสียหายมา” ชายหนุ่มที่ตัวใหญ่ ยืนมองหน้ายูสุเกะอย่างดุดัน
ทั้งยังตะคอกใส่เสียงดังลั่น แต่ยูสุเกะกลับมองเฉยๆไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
“มึงมานี่เลย.....มาเคลียร์ให้รู้เรื่อง” ชายหนุ่มร่างใหญ่กระชากเสื้อยูสุเกะให้ไปตรงทางหนีไฟที่ไม่มีใครเดินผ่าน
ส่วนอีกคนที่หัวโล้นก็ลากตัวอากิระไปเช่นกัน
“แต่งตัวดีนี่..ดูท่าเงินจะหนาไหนแบ่งๆกันใช้หน่อยซิ” ยื่นมือกระดิกเบาๆตรงหน้ายูสุเกะแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยูสุเกะยังคงมองแบบเดิม
“แม่ง....กูไม่เอาแค่เงินแล้ว เอาไอ้เด็กหน้าหวานนี่ไปด้วยเลยละกัน แม่งอยากกวนตีน” พอชายร่างใหญ่พูดอย่างนั้น
ชายหัวโล้นที่จับตัวอากิระอยู่ก็แสยะยิ้มทันที ทั้งยังเอามือลูบๆใบหน้าอากิระอีกด้วย
“คุณ....ยูสุเกะ...อือ....อย่านะ.....” ร้องเรียกเมื่อ ถูกสัมผัสไปตามเนื้อตัว ทั้งใบหน้า เอว และ สะโพก มองขอความช่วยเหลือจากยูสุเกะแต่ยูสุเกะก็แค่มองดูอยู่เฉยๆเท่านั้น
“ส่งเงินมาไงเล่า อยากตายนักเหรอวะ” ชายร่างใหญ่หยิบมีดขึ้นมา เพื่อที่จะขู่ให้เกรงกลัว
“ใครกันแน่....ที่จะตายน่ะ....ชั้นหรือแก?” กระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างเยือกเย็น
“ชั้นถามว่า....ชั้นหรือแกที่จะตายกันแน่--!!!!” ค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าหาชายคนนั้น ซึ่งพอเห็นยูสุเกะทำทีท่าแบบนี้จึง
พุ่งปลายมีดเข้าหาแต่ยูสุเกะกลับหลบทันแล้วก็จับข้อมือของเจ้านั่นไว้ ทั้งยังบิดข้อมือจนเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
ไม่หยุดแค่นั้นยูสุเกะทั้งต่อยทั้งเตะไปที่หน้าและตัวของเจ้านั่นอย่างไม่ยอมหยุด
“เฮ้ย......ไอ้บ้านี่--!!!” ชายที่จับตัวอากิระอยู่เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองกำลังแย่ จึงผลักตัวอากิระออกจนล้มลงไปกับพื้น
แล้วก็วิ่งเข้าจะซัดหน้าหล่อๆนั้น แต่ยูสุเกะกลับสวนได้ไวกว่า ต่อยเข้าที่ท้องเจ้านั่นจนหน้านิ่ว เพราะความจุก
ยูสุเกะยังไม่พอกระชากเสื้อขึ้นมาต่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า กำปั้นของเค้าในตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดแล้ว
“กล้ามากที่มาหาเรื่องชั้น” เมื่อซ้อมจนทั้ง2คนนอนกองอยู่กับพื้นแล้ว ยูสุเกะก็ล้วงปืนที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา
เล็งไปที่ทั้งคู่ สายตาที่มองผ่านเลนส์นั้นช่างดูน่ากลัวมากเหลือเกิน
“อย่าๆๆยิง....อย่ายิงนะ” ทั้ง2คนร้องขอชีวิตกันระนาว ยูสุเกะยิ้มออกมาอย่างสมเพช
“ชั้นถามแล้วไง...ว่าชั้นกับแกใครกันแน่ที่จะตาย....แต่แกก็ไม่ตอบ....คราวนี้คงจะรู้คำตอบที่ชัดเจนแล้วสินะ”
นิ้วที่เหนี่ยวไกพร้อมที่จะยิงได้ทุกเมื่อ อากิระที่เห็นใบหน้าเย็นชา เหมือนกับว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องที่ทำง่ายๆ
ของยูสุเกะ ขนแขนก็เริ่มลุกซู่ขึ้นมา ยูสุเกะน่ากลัวมากเหลือเกิน
“คุณยูสุเกะ.....อย่านะฮะ....อย่ายิง....คุณยูสุเกะ” วิ่งเข้าไปดึงแขนของยูสุเกะเอาไว้ พยายามร้องห้ามอย่างเต็มที่
“ปล่อยชั้น.....อย่ามายุ่งน่ะ” ร่างสูงหันมาตวาดใส่อย่างไม่พอใจ
“ได้โปรดเถอะฮะ...อย่าฆ่าคนเลย....คุณยูสุเกะ” อากิระไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เค้ากอดตัวยูสุเกะเอาไว้แน่น
“ฮึ้ย.....ยุ่งจริงๆเลย...” ยูสุเกะจิ๊ปากอย่างอารมณ์เสีย ลดปืนลงเก็บไว้ที่เดิม ไอ้2คนนั้นก็เลยใช้โอกาสนี้รีบวิ่งหนีไป
“ปล่อยได้แล้ว.....มันไปกันแล้วไม่เห็นเหรอ” ยูสุเกะดึงแขนของอากิระที่เกาะแน่นออก ตอนนี้เค้าออกจะขำๆ
กับท่าทีของคนตรงหน้าที่หลับตาปี๋ แต่มือนี้ก็ยังคงเกาะแน่นไม่ยอมปล่อย
“ถ้ายังไม่ปล่อย ชั้นจะยิงเธอทิ้งที่นี่แน่” พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมๆ ทำเอาอากิระหน้าซีดรีบปล่อยมือทันที
“กลับกันได้แล้ว มานี่” เอื้อมมือจะจับแขน แต่อากิระกลับผวาหนี เค้าจึงต้องกระชากแขนนั้นอย่างแรง
ระหว่างทางที่เดินไปทีรถ เค้าก็ฉวยโอกาสตอนที่อากิระขอไปเข้าห้องน้ำโทรไปหาลูกน้องทันที
“จัดการเก็บผู้ชายตัวใหญ่ที่ใส่เสื้อสีดำลาย.....กับคนหัวโล้นๆเสื้อแขนยาวสีส้ม หาไม่ยากหรอกตอนนี้หน้ามัน
เละหมดแล้วล่ะ มันคงยังอยู่ในห้างนี้แหละ....เก็บมันทั้งคู่ซะ!!!!” พูดจบก็วางสายทันที พรุ่งนี้คงได้มีข่าวแน่
แต่จะเป็นไรไปก็แค่ขยะสังคมกระจอกๆ2คน ไม่มีทางทำอะไรเค้าได้อยู่แล้ว
“ทำไม....เข้าห้องน้ำนานจังนะ” ยูสุเกะเริ่มหงุดหงิด ยืนกอดอกหน้าตาเคร่งเครียด นี่เค้ารออยู่นานแล้วนะ
ยูสุเกะเริ่มเอะใจขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่า...........หนีไปแล้วนะ--!!!!!
“อากิระ......อากิระ” เมื่อคิดได้อย่างนั้น เค้าจึงรีบเข้าไปในห้องน้ำ ตะโกนเรียกเสียงดัง แต่ก็ไม่มีวี่แวว
ของอากิระเลย เค้าจึงเดินเปิดประตูหาทีละห้องๆ ก่อนจะใช้กำปั้นทุบกำแพงอย่างแรง
“โธ่เว้ย---!!!ไอ้เด็กบ้านี่....คิดว่าจะหนีชั้นพ้นรึไง??” คิ้วขมวดพันกันจนยุ่งไปหมดแล้ว มือกำไว้แน่นอย่างเจ็บใจ
ไม่คิดว่าอากิระจะกล้าหนีไปได้จริงๆนี่เค้าประมาทเด็กนั่นมากเกินไปซะแล้ว
…………………………………..
………………………….
……………..
“อากิจัง....อะ..ดื่มนมอุ่นๆก่อนสิ” ชินยะเดินถือแก้วนมยื่นส่งให้เด็กหนุ่มอีกคนที่นั่งหอบอยู่บนโซฟา
หลังจากที่ฉวยโอกาสตอนที่ยูสุเกะเผลอเค้าจึงรีบวิ่งออกมาอย่างเร็วที่สุด......ตอนแรกกะว่าจะไปที่บ้านแต่ว่า
ถ้ากลับไปพ่อของเค้าต้องจับมาขายอีกแน่ๆ.....และถ้าไปบ้านของเคตะยูสุเกะก็ต้องรู้อย่างแน่นอน......
ดังนั้นที่ๆเค้าคิดได้อีกก็มีแต่บ้านของชินยะ......รุ่นพี่ที่เค้าแอบหลงรักอยู่
“ขะ...ขอบคุณฮะ....” รับแก้วมาจากชินยะ ค่อยๆเงยหน้ามองชินยะอย่างเกรงๆ
“หายไปไหนมาล่ะ...ทำไมต้องหนีออกจากบ้านด้วย?” นั่งลงบนโซฟาใกล้ๆกัน มองอากิระด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง
ก็เคตะบอกว่าอากิระทะเลาะกับพ่อแล้วก็หนีออกจากบ้านไป แถมไม่ได้มาโรงเรียนเกือบอาทิตย์นึงแล้วด้วย
“ผม....ผมไม่ได้หนีฮะ” วางแก้วนมลงบนโต๊ะ หันมาตอบชินยะน้ำเสียงแผ่วๆ
“ถ้าไม่ได้หนี....แล้วทำไมพ่อนายถึงบอกอย่างนั้นล่ะ แล้วทำไมไม่มาโรงเรียน?”
“อย่าเพิ่งถามผมได้มั้ยฮะ.....ขอร้องล่ะ” อากิระก้มหน้าอย่างเศร้าๆ ต่อไปนี้เค้าจะทำยังไงต่อไปดี จะอยู่ที่นี่ไปตลอดก็ไม่ได้ จะให้กลับไปบ้านก็ไม่ได้อีกแล้ว ....เค้าทำอะไรผิดเหรอ ทำไมพระเจ้าถึงได้เล่นตลกกับเค้าแบบนี้ด้วย.....
“งั้น เดี๋ยวชั้นจะโทรไปบอกพ่อนายนะ พ่อนายคงดีใจมากเลยแน่ๆที่เจอนายแล้ว” ชินยะพูดพลางเดินไปหยิบ
โทรศัพท์มา แต่อากิระรีบวิ่งไปดึงออกทันที
“อย่า....อย่าโทรไปนะ--!!!ถ้าพี่โทรไปบอกผมจะไปจากที่นี่ทันที” ใบหน้าขาวใสจ้องมองชินยะด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว ชินยะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงที่เดิม
“เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่น่ะ?” เอื้อมมือออกไปลูบหัวของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้สะอื้นจนตัวสั่น อากิระคนที่เค้าเคย
รู้จัก เป็นเด็กที่ร่าเริง หัวเราะง่าย แต่ทำไมวันนี้กลับแตกต่างไปมากเหลือเกิน
/ / /ในคฤหาสน์อิซากิ / / /
“อะไรกัน---- มันหนีไปไหนของมัน น่าโมโหนัก!!!” ยูสุเกะตอนนี้เดือดจัดแล้ว นั่งบีบดินสออย่างแค้นใจ
“ไปที่บ้านคางิโมโตะแล้ว แต่ไม่มีครับ บ้านเพื่อนสนิทของอากิระก็ไม่มี” ยู รายงานอย่างกล้าๆกลัวๆ
คุณยูสุเกะในตอนนี้ ไม่ว่าใครมาเห็นก็คงต้องหวาดกลัวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
“ไปหาทุกบ้าน ที่รู้จักกับมัน--!!!!ทุกคนในโรงเรียน ทุกคนที่มันคุยด้วย ให้เวลาถึงพรุ่งนี้ถ้าไม่เจอตัว
ชั้นจะลงโทษนาย--!!!” กัดฟันสั่งอย่างโมโหสุดฤทธิ์ มือที่บีบดินสออยู่ยิ่งแรงขึ้นๆจนมันหักเป็น2ท่อน
“ครับ....คุณยูสุเกะวางใจเถอะครับ” ยู โค้งตัวให้แล้วก็เดินหันหลังออกจากห้องไป คิดสภาพไม่ออกเลย
ถ้าวันรุ่งขึ้น อากิระถูกจับมาได้อีกครั้ง จะต้องเจอกับอะไรบ้าง....ยูถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆอยู่หลังประตู
ห้องทำงานยูสุเกะ......นายทำตัวของนายเองนะ อากิระ---!!!
/ / /เช้าวันรุ่งขึ้น / / /
“เป็นไงนอนหลับสนิทรึเปล่า?” หลังจากที่อากิระเดินลงมาจากบันได ชินยะที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ถามขึ้น
ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้อากิระนั่งลงข้างๆ
“ฮะ....เป็นคืนที่หลับสนิทที่สุดเลยฮะ” หันมายิ้มให้ชินยะ ก่อนจะหันไปเห็นหนังสือพิมพ์ที่ชินยะอ่าน
เนื้อหาข่าวที่พาดหัวไว้ เป็นเรื่องการตายของแก๊งรีดเงิน2คน ที่เค้าจำหน้าได้เป็นอย่างดี ก็เมื่อวาน2คนนี้
ที่เข้ามาหาเรื่องยูสุเกะ.......ตอนนี้2คนนี้ถูกฆ่าตายแล้วเหรอ.......ยูสุเกะสินะ......อากิระเริ่มหน้าซีดลงๆ
แบบนี้ถ้ายูสุเกะ หาตัวเค้าเจอ เค้าก็คงไม่ต่างจาก2คนนี้แน่ๆ ที่จะต้องถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม---!!!
“อ้าว....ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ แล้ววันนี้จะไปเรียนมั้ย?” ชินยะวางหนังสือพิมพ์ลงมองหน้าอากิระ
อย่างเต็มไปด้วยความสงสัย
“ปะ...ไปไม่ได้ฮะ....ผมไปไม่ได้” ส่ายหัวอย่างกลัวๆ ที่โรงเรียนตอนนี้คนของยูสุเกะคงดักรอกันเต็ม
โรงเรียนแน่ๆ อากิระบีบมือตัวเองแน่น
“ไม่ไปก็ไม่ไป...งั้นเฝ้าบ้านชั้นดีๆนะ ของกินอยู่ในตู้เย็น หยิบได้ตามสบายนะ ชั้นไปเรียนก่อนล่ะ”
ชินยะลุกขึ้น คว้ากระเป๋าขึ้นมาจะเดินออกจากบ้านไป
.......................................
...................
.........
“พี่ชินยะ....อย่าบอกใครนะฮะ...ว่าผมอยู่ที่นี่น่ะ” หันไปทำสายตาอ้อนวอนเต็มที่ ชินยะยิ้มให้อย่างกันเอง
“รู้แล้วน่า....ไม่บอกใครหรอก เชื่อใจชั้นสิ” พูดจบก็โบกมือให้ก่อนจะเปิดประตูออกจากบ้านไป
..................................................
...............................
.............
----ก๊อก ...ก๊อก.....ก๊อก...------
เพียงเวลาไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทำเอาอากิระชะงักทันที ความรู้สึกมันบอกว่าไม่ใช่ชินยะแน่นอน
เพราะว่าชินยะมีกุญแจอยู่แล้ว........ตอนนี้มือของเค้าสั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกแล้ว.....หันซ้ายหันขวามองหา
ช่องทางที่จะหนีไปจากที่นี่ทันที
“คุณอากิระ....อย่าคิดที่จะหนีเลย พวกผมล้อมไว้หมดแล้วล่ะ ออกมาดีๆเถอะครับ” เสียงนุ่มๆของคนที่หน้าประตู
เสียงของคนที่คุ้นเคย....ยูจัง....เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย....นี่ เค้าจะไม่มีทางหนีออกไปได้เลยใช่มั้ย?
“ยูจัง...ปล่อยผมไปไม่ได้เหรอฮะ...ขอร้องล่ะ” น้ำเสียงที่พูดออกไปสั่นๆอย่างเห็นได้ขัด
“ผมขอโทษครับ....คุณอากิระ” พอได้ยินอย่างนั้นน้ำตาก็ไหลพรากออกมาทันที จบสิ้นแล้ว เค้าหนีไม่พ้นยูสุเกะ!!
..........................
............
......
หลังจากเลิกเรียนแล้ว ชินยะก็เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อเห็นสภาพประตูบ้านที่เปิดค้างไว้อยู่ ก็ขมวดคิ้ว
อย่างแปลกใจ รีบเดินเข้าไปในบ้านอย่างเร็วทันที
“อากิระทำไมเปิดประตูทิ้งไว้.....อากิระ????” ตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ร่างสูงเดินหาทั่วๆบ้านก็ไม่พบ.
อะไรกัน......จู่ๆจะไปไหนก็ไม่ยอมบอก โน้ตก็ไม่เขียนเอาไว้......แถมยังเปิดประตูทิ้งไว้อีก....อย่างนี้ถ้าโจรเข้าบ้าน
ก็แย่น่ะสิ.....ชินยะบ่นงึมงำๆ แต่ในใจก็อดเป็นห่วงอากิระไม่ได้....ไปไหนของเจ้านั่นนะ ???
to be continued. |