ท่ามกลางแสงจันทร์กระจ่างสีเหลืองนวล
ร่างบอบบางหลับใหลอยู่บนเตียงนอนสีขาวสะอาด
แสงจันทร์ที่สาดส่องกระทบต้องผิวกายขับให้ร่างนั้นดูน่าทะนุถนอม
ลำคอระหง...แขนเล็กขาวนวล...
ต้นขาเรียบเนียน...ที่เผยให้เห็นผ่านพ้นชุดที่สวมใส่
ปรารถนาเพียงเอื้อมมือลูบไล้...

และลิ้มรสเลือดที่ไหลเวียนในกาย...ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง...

หลายคืนมาแล้วที่อากิระรู้สึกราวกับว่ามีใครกำลังจ้องมองเขาอยู่ยามหลับใหลแม้จะรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝัน ร่างสูงสมส่วนยืนอยู่ตรงระเบียงห้อง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของชายคนนั้น คืนใดแสงจันทร์สาดส่องเพียงเสี้ยวร่างบางก็จะเห็นเพียงแค่เงาเลือนราง แต่หากคืนใดแสงจันทร์ส่องกระจ่างร่างนั้นก็ดูเหมือนจะขยับเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ ตัวเขา...มือแกร่งที่ลูบไล้ตามต้นแขน เอวคอด...ขา และหยุดนิ่งอยู่ที่ลำคอระหงเนิ่นนาน แม้อยากจะขืนตัวหนี แต่กลับขยับไม่ได้

แม้ยามตื่น อากิระก็ยังคงรู้สึกได้ถึงสัมผัสนั้น

ร่างบางนั่งรออาจารย์โฮมรูมภายในห้องเรียนด้วยอาการเหม่อลอย เสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมชั้นไม่ได้ผ่านเข้ามาในโสตประสาทเลยสักนิด เผลอไล้แขนตัวเองเมื่อสมองคิดย้อนถึงคนนั้น แม้จะรู้ว่าผู้ชายในความฝันแฝงความอันตรายไว้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้โหยหาสัมผัสจากฝ่ามือแกร่งถึงเพียงนี้

“วันนี้จะมีนักเรียนใหม่มาร่วมชั้นเรียนกับพวกเธอนะ...” เสียงอาจารย์ที่ปรึกษาดังขึ้น เรียกสติอากิระให้กลับมาจดจ่ออยู่กับเรื่องในห้องเรียนอีกครั้ง อาจารย์เรียกให้นักเรียนใหม่คนที่เอ่ยถึงเดินเข้ามาในห้อง ทำให้เสียงอื้ออึงในตอนแรกเงียบหายไปในทันที เหล่านักเรียนหญิงต่างยกมือขึ้นมาปิดปาก...ไม่ต่างอะไรกับอากิระที่เขาลืมหายใจไปชั่วขณะเช่นกัน

ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนที่เหมือนกับที่ทุกคนใส่อาจจะไม่ได้ดูแปลกแตกต่างจากคนอื่น แต่เพราะความคมเข้มของใบหน้า สายตากร้าวที่มองตรงไปข้างหน้าไม่ไหวติง จมูกโด่งได้รูปรับกับโครงหน้า ริมฝีปากที่ยิ้มกริ่มเพียงนิด...แน่นอนว่าลักษณะภายนอกเหล่านี้แหละ ที่ทำให้นักเรียนหญิงในห้องต่างหลงใหลในรูปโฉม..และทำให้อากิระหวนนึกถึงร่างสูงที่มาพร้อมกับแสงจันทร์คนนั้น

“ทานิอุจิ ชินยะ...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ” คำพูดเรียบง่ายดังขึ้นในห้องที่เงียบกริบ ชินยะเริ่มกวาดสายตาที่คิดว่าเป็นมิตรที่สุดไปให้ทุกคนในห้อง ก่อนที่จะหยุดชะงักให้ใครคนหนึ่งที่ยังคงจ้องมองตาค้างอยู่อย่างนั้น ชินยะเหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างเบื้องหลังอากิระตามที่อาจารย์สั่ง

ไอเย็นที่แผ่ซ่านอยู่เบื้องหลัง อากิระไม่กล้าหันกลับไปเพื่อทักทายกับเพื่อนใหม่คนนี้อย่างที่ทุกคนทำกัน...เป็นแค่เขาคนเดียวหรือเปล่าที่รู้สึกไปเองแบบนี้ แต่ทุกคนก็ยังคุยกับชินยะได้เหมือนปกตินี่

เพียงแค่สบตา ก็ขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับที่อากิระได้รับสัมผัสจากฝ่ามือนั้นในคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่างที่สุด...คนนี้อันตราย สมองบอกอย่างนั้น แต่ในใจกลับร่ำร้องบอกคำที่ขัดแย้งกับสมอง...อยากจะลองเสี่ยง อยากรู้ว่าความอันตรายนั้นมันมีอะไรแฝงอยู่ ถึงทำให้เขาสั่นคลอนได้ถึงเพียงนี้

“นายชื่ออะไร??” อากิระสะดุ้งจากแรงสะกิดแผ่วเบาที่แผ่นหลัง คำพูดที่ส่งผ่านมากับน้ำเสียงเย็นนิ่ง...ขยับตัวไม่ได้จริงๆ ด้วย

“นายชื่ออะไร...” เรียกอีกครั้ง

“คางิโมโตะ...อากิระ...นายชื่ออะไร...” แรงฉุดรั้งที่ดึงให้แผ่นหลังพิงไปกับพนังพิง...คำพูดกับน้ำเสียงที่ปนมากับเสียงหัวเราะต่ำๆ อยู่แค่ริมใบหู ทำเอาร่างบางเสียวสันหลังวูบ...ทำไม...ถึงรู้ชื่อเขาได้...
อากิระหันกลับไปมองทันที แต่ชินยะก็เบือนหน้าไปพูดคุยกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยอาการนิ่งเฉยเสียแล้ว การกระทำเมื่อครู่ทุกคนคงมองว่าเป็นความมีอัธยาศัยดีของชินยะ...แต่อากิระไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นไปด้วยเลย

.........
....
........

หลังเลิกเรียนวันนี้เป็นเวรยกถังขยะไปทิ้งของอากิระ ร่างบางหิ้วหูถังข้างหนึ่งเดินกลับขึ้นไปเก็บบนห้องพลางถูแขนตัวเองไปด้วย ตลอดวันนี้เขาไม่มีสมาธิจะเรียนหนังสือเอาเสียเลย เหมือนกับว่าได้ยินเสียงหัวเราะเย็นต่ำดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลา

เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ยกเว้นเสียก็แต่ร่างสูงที่นั่งไขว่ห้าง กอดอดอยู่บนโต๊ะนักเรียน ชินยะเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างที่เปิดออกรับลมจากภายนอก พระอาทิตย์วันนี้เหมือนจะอำลาขอบฟ้าเร็วกว่าปกติ

“ยังไม่กลับบ้านเหรอ...” อากิระเดินไปเก็บถังขยะที่หลังห้องแล้วส่งเสียงถามออกมาตามมารยาท

“ยัง...ฉันกำลังรอ...” ชินยะเหลือบตา ไม่ได้หันหน้ากลับมาตอบ ยังคงจ้องมองไปที่พระอาทิตย์สีส้มที่อีกไม่นานก็จะลับขอบฟ้าแล้ว

“รอใครล่ะ...เพื่อนเหรอ??” อากิระเดินตัดไปที่หน้าห้องเพื่อนลบกระดานดำแล้วถามออกมาอีกครั้ง พลางเบี่ยงหน้ากลับไปมองคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่เบื้องหลังเป็นระยะๆ เมื่อเห็นว่าร่างสูงยังไม่ตอบ อากิระจึงเช็ดมือแล้วเดินกลับไปเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋า แล้วเหลือบมองชินยะที่ยังคงนั่งนิ่งอีกครั้ง แต่เมื่อจะเดินละออกไปจากตรงนั้น ชินยะกลับลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่แล้วฉุดข้อมือเล็กไว้ ดึงรั้งให้ร่างบางเข้ามาประชิดอก แล้วดวงตาสีดำขลับก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด สะกดให้อากิระนิ่งเฉย แววตาประกายสดใสของอากิระเลือนหายไปแล้ว กระเป๋าที่มือเล็กถืออยู่หล่นลงกับพื้น

“ฉันกำลังรอ..ให้พระจันทร์เต็มดวงในคืนนี้...แล้ว...” ชินยะจับมือเล็กขึ้นมาคล้องคอ กระดิกนิ้วชี้เพียงนิดสั่งให้ใบหน้าสวยหวานเลื่อนเข้าหาริมฝีปากตน ตอนนี้อากิระกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่ชินยะเป็นผู้ควบคุม ร่างบางจึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย มือข้างที่ตกอยู่ข้างตัวยกขึ้นมาแนบแก้มชินยะแผ่วเบา อากิระแตะปลายลิ้นเรียวสีแดงสดละเลียดไปกับริมฝีปากสีซากุระของตนเองที่เผยอออกราวกับโดนฤทธิ์จากยากกล่อมประสาท แล้วรั้งให้ชินยะก้มลงมาหา ก่อนที่จะเป็นฝ่ายสอดปลายลิ้นเข้าไปลิ้มลองรสชาติของอีกฝ่าย

เมื่อชินยะปล่อยให้อากิระสอดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาได้ไม่นาน ร่างสูงจึงสนองกลับไปบ้าง ปลายลิ้นของทั้งสองคนเกี่ยวกระหวัดกันไปมา ดูดเม้ม เคล้นคลึงริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างโหยหา...มือแกร่งของชินยะข้างหนึ่งเลื่อนต่ำลงไปที่กางเกงของอากิระ ปลดตะขอและรูดซิปลง ก่อนที่...

~ ติ๊งงงงง ต่องงงงง ~

เสียงนาฬิกาบนผนังห้องเรียนร้องบอกว่าหกโมงแล้ว ชินยะผละออกด้วยความตกใจ เผลอไผลราวกับควบคุมตัวเองไม่ได้กับรสสัมผัสเช่นกัน...ยังไม่ใช่เวลานี้...ยังไม่ถึงเวลา...

เมื่อชินยะละออกไปแล้ว อากิระเองก็ได้สติเช่นกัน แววตาสุกใสส่องประกายในดวงตาอีกครั้ง แต่ร่างบางกลับทำสีหน้าลอกแลก จำสิ่งที่เพิ่งเกิดเมื่อครู่ไม่ได้เลย...อากิระเหลือบมองใบหน้าชินยะที่อยู่ไม่ไกลนัก ริมฝีปากบวมแดงฉ่ำน้ำเผยอนิดๆ ทำให้ใบหน้าขาวใสซับสีเลือดในทันที ร่างบางหลบตาพลันก้มลงเก็บกระเป๋าที่พื้น แล้ววิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที

.......ฉันกำลังรอ...ให้พระจันทร์เต็มดวงในคืนนี้...แล้วฉันจะได้ลิ้มรสเลือดบริสุทธิ์ของนายเสียที......

...คางิโมโตะ อากิระ...

...................
.........
..................

อากิระนั่งนิ่งอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดหลังใหญ่ในห้องของตนเอง มือเล็กข้างหนึ่งยกขึ้นมาแตะค้างไว้ที่ริมฝีปากเป็นเวลาเนิ่นนาน พลางคิดไปถึงสารรูปตัวเองตอนที่วิ่งกลับมาถึงบ้านแล้ว...ริมฝีปากบวมแดงไม่ต่างจากของชินยะ ชายเสื้อที่หลุดออกมานอกกางเกงนักเรียน...และหัวใจที่เต้นไม่เป็นระส่ำ เมื่อครั้งที่ได้สติ

เขาก็ไม่ใช่คนอ่อนต่อโลก ที่จะไม่รู้สักหน่อยว่าสภาพอย่างนี้...ตัวเองไปทำอะไรมา...

แต่ทำไมเขาถึงจำอะไรไมได้เลยล่ะ...พยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ร่างบางขยี้เรือนผมสีดำขลับไปมาแรงๆ เพื่อกระตุ้นสมอง...แต่สุดท้าย...สิ่งที่สมองให้กลับมาเป็นคำตอบ ก็คือ ความว่างเปล่า

ในเมื่อยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ไม่ได้คำตอบ ร่างบางทิ้งตัวลงนอนกับผืนเตียงเพื่อจะเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ก็กระสับกระส่ายเกินกว่าที่จะข่มตาได้...อากิระเบี่ยงหันใบหน้าสวยหวานไปทางระเบียงห้อง เหม่อมองอยู่นาน จนแสงจันทร์สว่างจ้าส่องผ่านก้อนเมฆและตกกระทบระเบียงจนเกิดแสงและเงาสีเหลืองนวล ร่างบางจ้องมอง...จนเผลอหลับไปในที่สุด

ท่ามกลางแสงจันทร์สีเหลืองนวล
ร่างหนึ่งปรากฏ ประจักษ์แก่สายตาผู้พบเห็น
มีเพียงแต่ผู้ที่หลับใหลเท่านั้นที่ปรารถนา
ย่างเท้า ก้าวเข้ามา...ไล้ผิวกายต้องแสงจันทร์

อากิระหลับใหลสบายตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มอุ่นผืนหนา รู้สึกถึงมือของใครคนหนึ่งที่แตะต้องตัวเขาเหมือนอย่างทุกคืนที่ผ่านมา อยากจะลืมตาขึ้นมามองว่าเป็นใคร แต่เปลือกตาก็หนักอึ้งเกินกว่าจะทนไหว จึงต้องปล่อยให้ชายหนุ่มในฝันคนนั้นยลผิวกายขาวสะอาดที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้าที่สวมใส่...สัมผัสจากมือแกร่งค่อยๆ ไล้ไปตามวงหน้า ไล่ลงมาที่ต้นแขน พาดผ่านหน้าอก ต่ำลงไปที่หน้าท้อง ก่อนที่จะแทรกมือผ่านเข้าไปในกางเกงขาสั้นผ้าร่มตัวบาง...

อากิระกระตุกวูบ ลืมตาตื่นขึ้นทันที...ความรู้สึกแปลกประหลาดจากสัมผัสที่ถูกมอบให้ทำให้ต้องกระถดตัวถอยหนี ก่อนที่จะหันไปมองคนที่ถูกเงาจันทร์บดบังไว้ตลอด แต่วันนี้...แสงจันทร์ช่างเป็นใจ สาดแสงสีเหลืองนวลกระทบใบหน้าคมเข้ม และดวงตาดำขลับของใครคนหนึ่งที่เพิ่งวิ่งหนีมา

...ทานิอุจิ ชินยะ...

“ชินยะ...ทานิอุจิ...” เมื่อได้ประจักษ์แก่สายตาว่าเป็นใครที่มายุ่มย่ามกับร่างกายของเขาตอนกลางคืน อากิระกลับขยับตัวไม่ได้อีกครั้ง ร่างสูงเขยิบเข้ามาใกล้แล้วไล้ปลายนิ้วผ่านต้นคอเนียนขาวเบาๆ พลางเลียริมฝีปากตัวเองด้วยความกระหาย...อีกไม่นาน...เลือดบริสุทธิ์นี้จะเป็นของเขา...อีกไม่นานหรอก...

“ถอยออกไปนะ...” อากิระร้องออกมาอย่างยากลำบาก ร่างสูงเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ต้นคอขาวเรื่อยๆ ราวกับถูกดึงดูด ยิ่งใกล้เวลาเที่ยงคืนเท่าใด ความกระหายต่อโลหิตแสนบริสุทธิ์ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ชินยะกำลังจะฝังริมฝีปากลงไปกับต้นคอแต่ก็นึกขึ้นมาได้ ร่างสูงจึงทำเหมือนเมื่อเย็นที่ผ่านมา เปลี่ยนแววตาตัวเองให้เป็นสีเหลืองซีด ก่อนที่จะจ้องมองดวงตาคู่สวยสะกดให้ตกอยู่ใต้อำนาจของเขาอีกครั้ง แววตาของอากิระหายไปแล้ว ชินยะเหยียดยิ้มบางๆ ขึ้นที่มุมปาก แล้วกดริมฝีปากตัวเองลงไปกับริมฝีปากได้รูป ที่เขาเพิ่งได้เล็มลิ้มเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา

“อืออ...” อากิระยกแขนขึ้นโอบรอบคอชินยะ รั้งให้ร่างสูงนอนตามลงมาบนเตียงนอนหลังใหญ่ ทั้งสองคนแลกสัมผัสจากปลายลิ้นกันเนิ่นนานจนแทบขาดใจ ขบเม้มที่ริมฝีปากของกันและกันอย่างไม่รู้จักพอ ร่างบางที่นอนอยู่เบื้องล่างตะแคงใบหน้าเบี่ยงไปมาเพื่อรับมุมกับริมฝีปากและลิ้นร้อนชื้นจากชินยะ สอดปลายนิ้วเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมเพื่อระบายอารมณ์ใคร่ที่กำลังก่อตัว

ชินยะละริมฝีปากออกมา แล้วแตะปลายลิ้นของตัวเองเข้ากับริมฝีปากของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการยั่วเย้า สองมือแกร่งเลื่อนลงไปรั้งชายเสื้อกล้ามสีขาวขึ้นมาแล้วถอดออกไป ก่อนที่จะก้มลงไปโลมเลียติ่งไตสีชมพูที่ตั้งชันขึ้น

“...อะ...อื้ออ...” อากิระครางเสียงกระเส่าเมื่อชินยะขบเม้มไปที่ยอดอก สองมือของคนที่ทาบทับอยู่ข้างบนเลื่อนต่ำลงไป เพื่อรั้งกางเกงผ้าร่มลงไปที่ปลายเท้า และเลื่อนหลุดไปในที่สุด...ชินยะโน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากกับร่างบางส่งปลายลิ้นเข้าไปควานหาความหอมหวานไม่มีที่สิ้นสุดอีกครั้ง อากิระที่ตกอยู่ในภวังค์คนนี้เต็มใจที่จะให้คนที่กำลังจูบเขาอยู่ทำอะไรกับตัวเขาก็ได้ เพื่อที่จะพาตัวเองไปให้ถึงอีกฟากฝั่งของความปรารถนา

“อืมม...อา....” ชินยะลากปลายลิ้นร้อนต่ำลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่น เขากำลังถอนตัวไม่ขึ้นเหมือนคนติดยา...ไม่ว่าจะลองลิ้มสักเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ ร่างสูงกดริมฝีปากขบเม้มจนเกิดรอยแดงประปรายบนผิวเนียนขาว มือข้างหนึ่งคลึงติ่งไตที่ชูชันหยอกล้อกลับปลายนิ้ว แล้วต่ำลงไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...จนถึงจุดกึ่งกลางลำตัว ชินยะกำมันไว้แล้วรูดขึ้นลงเบาๆ จนร่างบางเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว เขาใช้ปลายนิ้วชี้นวดเฟ้นส่วนที่อยู่ปลายสุด จนส่วนนั้นเริ่มแข็งตัว ความเสียวซ่านที่ก่อตัวขึ้นทำให้อากิระเผลอหนีบขาเข้าหากันอยู่บ่อยครั้ง จนชินยะต้องจับต้นขาเรียวยาวนั้นแยกออกจากกัน

ชินยะไล่ปลายลิ้นลงไปที่เอว วนไล้รอบสะดือแล้วกดริมฝีปากต่ำลงมาจนถึงแกนกลางลำตัว ร่างสูงจับมันไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกมือยังคงบีบเคล้นทำหน้าที่อยู่ที่ยอดอกได้เป็นอย่างดี ชินยะอมท่อนเนื้อนั้นแล้วรูดริมฝีปากขึ้นลงเป็นจังหวะช้าเร็วสลับกันไป และเมื่อลิ้นชื้นโลมเลียไปที่กลางลำตัว อากิระก็ครางออกมาด้วยความกระสันจนเผลอเลียริมฝีปากอยู่บ่อยครั้ง ดวงตาไร้แววกระพริบปริบปรือ ลมหายใจหอบถี่

“อา...า....า....” ชินยะถอนริมฝีปากออก แล้วโอบร่างอากิระขึ้นมาจากเตียง ร่างสูงจับร่างบอบบางนั้นให้มานั่งอยู่บนตักของตน หลังพิงอยู่กับหัวเตียง...มือแกร่งโน้มให้ร่างข้างบนก้มลงมาประกบริมฝีปากกันอีกครั้ง อากิระปลดกระดุมเสื้อชินยะออกทีละเม็ดแล้วทำเหมือนกับที่ชินยะทำให้ตน ร่างบางกดจูบลงไปที่ซอกคอสร้างรอยแห่งอารมณ์ปรารถนา แลบลิ้นเลียใบหูสร้างอารมณ์ใคร่ให้กับคนที่ตนนั่งทับอยู่ ชินยะเลียริมฝีปากตัวเองแล้วเหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความพอใจ มือแกร่งสองข้างคลึงเบาๆ ที่สะโพกกลมกลึง ก่อนที่จะค่อยๆ สอดแทรกนิ้วมือเข้าไปที่ช่องทางคับแคบด้านหลัง

“อ๊า...า...!!” สองมือเล็กจิกไปที่หัวไหล่กำยำ เมื่อสิ่งแปลกปลอมถูกสอดใส่เข้ามายังช่องทางที่ไม่เคยมีใครบุกรุกมาก่อน เสียงครางหวานหูสร้างความพอใจให้กับร่างสูงเป็นอย่างมาก ชินยะดุนดันนิ้วเข้าออกช้าๆ จนรู้สึกได้ถึงความลื่นไหล แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มนิ้วเข้าไปที่ช่องทางนั้น...

แรงจิกที่หัวไหล่ทำให้ชินยะต้องเงยหน้าขึ้นมาจูบปลอบ สอดแทรกปลายลิ้นร้อนที่ยังคงหาจุดสิ้นสุดของความหอมหวานนี้ไม่พบ เมื่ออากิระเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัส ชินยะจึงยกร่างบอบบางขึ้น แล้วสอดใส่ความเป็นชายของตัวเองเข้าไปแทนปลายนิ้วที่ช่องทางด้านหลัง

“อะ...อ๊า...!! อา....ฮะ....” ความเจ็บปวดจากสิ่งแปลกปลอมที่ใหญ่กว่าปลายนิ้ว ทำให้อากิระร้องครางออกมาเสียงดัง พยายามขืนตัวออกจากสิ่งนั้น แต่ชินยะก็ยังกดสะโพกกลมนั้นไว้ แล้วขบเม้มที่ซอกคอเบี่ยงเบนความสนใจของร่างบางไปกับความเคลิบเคลิ้ม และเมื่อเห็นว่าอากิระเริ่มคลายความเจ็บปวดแล้ว ร่างสูงจึงกดสะโพกของอากิระลงมารวดเดียว เสียงกรีดร้องที่หวานที่สุดจึงดังขึ้นอีกครั้ง

“อย่าเกร็ง...นะ...” ชินยะรั้งใบหน้าชื้นเหงื่อให้หันมาแล้วจูบปลอบประโลมที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ก่อนที่จะขยับตัวนำพลางโอบเอวคอดนั้นไว้ด้วย...อากิระเริ่มขยับสะโพกเป็นจังหวะตามที่ชินยะนำ ช้า...เร็ว...เสียงครางที่ดังระงมไม่หยุดปลุกสัญชาติญาณของทั้งสองคนออกมา ร่างบางเริ่มขยับเร็วขึ้น...เหงื่อเปียกชื้นโชกชุ่มไปทั้งร่าง เรียวเล็บที่กดจิกลงไปที่หัวไหล่กระตุ้นให้ชินยะขยับส่วนล่างของตัวเองตามไปด้วย มือข้างหนึ่งรูดส่วนกลางของอากิระขึ้นลง สอดประสานกันเป็นท่วงทำนองรักที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น...แต่เมื่อจังหวะแห่งการชักพาของชินยะถี่กระชั้น อากิระจึงเร่งขยับสะโพกตัวเองตามไปด้วย...จนร่างบางตะกายมาถึงฟากฝั่งของความปรารถนา

“อะ...อ๊า!!!....” ร่างบางปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาเปรอะทั่วฝ่ามือของชินยะ ร่างสูงยกมือนั้นขึ้นมาละเลียดชิมน้ำรักอย่างไม่คิดรังเกียจ...อากิระหอบถี่ เอนตัวลงซบกับอกกว้างของร่างสูง

ชินยะเหยียดยิ้มออกมาอีกครั้ง แล้วถอนแกนกายออกจากสะโพกกลมกลึง ตัวเขาเองยังไม่ได้ปลดปล่อยด้วยซ้ำ...ชินยะจับร่างที่อ่อนระทวยให้นอนคว่ำลงกับพื้นเตียง ยกสะโพกขาวเนียนนั้นขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่จะใช้ปลายลิ้นสอดเข้าไปลิ้มชิมรสช่องทางด้านหลังที่เขาเพิ่งถอนกายออกมา

“ฮะ...ฮ้า..า....มะ....ไม่!!!” อากิระพยายามขืนตัวหนีสัมผัส แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเสียวซ่านและสุขมากขนาดไหน ชินยะรั้งต้นขาด้านหน้าไว้ไม่ให้อากิระหนี ลิ้นหนาร้อนเกี่ยวกระหวัดซอกซอนเข้าไปราวกับมีชีวิต

“อา...ร้อนชะมัด...อากิระ....” ร่างสูงครางออกมา ช่องทางคับแคบนั้นร้อนจนปลายลิ้นสัมผัสได้ อากิระกดใบหน้าลงกับผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียง จิกเล็บลงกับผ้าปูเตียงระบายอารมณ์ออกมาอย่างห้ามไม่ได้...

ชินยะเปลี่ยนท่ามาคร่อมตัวอากิระไว้ จูบหนักไปที่ท้ายทอยชื้นเหงื่อ ยกมือข้างหนึ่งไปสอดประสานกับมือของอากิระที่กำผ้าปูเตียงเสียจนดูเหมือนว่าจะเจ็บ ก่อนที่จะสอดแกนกายของตัวเองเข้าไปที่ช่องทางด้านหลังอีกครั้ง...ขยับเข้าออกช้าๆ สร้างความเคยชิน...เมื่อเข้าไปได้หมดแล้วชินยะจึงขยับกายเป็นจังหวะอีกครั้ง มืออีกข้างคลำต่ำไปที่แกนกายของอากิระ รูดขึ้นลงเป็นทำนองสอดประสานไปด้วยกัน

“ฮ้าาา...าาา....อะ....อ๊า~~!!”
“อึก...อาา....”

ร่างทั้งสองกระตุกเกร็งพร้อมกัน เมื่อได้เร่งจังหวะจนมาถึงสวรรค์ ชินยะปลดปล่อยความกระสันซ่านทั้งหมดในตัวอากิระ ร่างบางเองก็ปลดปล่อยออกมาอีกครั้งซบใบหน้าลงกับเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน ลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ดังระงมไปทั่วห้อง ชินยะขมวดคิ้วนิดๆ พลางถอนกายออกมาอย่างเชื่องช้า แล้วยันตัวขึ้นนั่ง...หน้าอกแกร่งยังคงกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ ร่างสูงรั้งร่างของอากิระให้หันกลับมานอนบนหมอน แล้วจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากเพื่อปลอบประโลม...อากิระหลับตาพริ้มรับสัมผัสนั้น

“ลืมตาขึ้น...อากิระ...” ดวงตาสีเหลืองซีดบังคับสั่งให้อากิระเปิดเปลือกตาขึ้น ร่างบางก็ทำตามอย่างว่าง่าย...ดวงตาไร้แววมองมาที่ชินยะราวกับรอรับคำสั่ง

ร่างสูงเหลือบมองดูนาฬิกาที่หัวเตียง...อีกไม่กี่นาทีก็จะเที่ยงคืนแล้ว...ถ้าฉันได้ดื่มเลือดแสนบริสุทธิ์จากตัวนายยามที่เรือนร่างเปลือยเปล่าต้องแสงจันทร์...มันจะหวานล้ำขนาดไหนนะ

“รู้มั้ย...ทำไมฉันถึงปรารถนาเลือดนาย...” ชินยะถาม ร่างบางก็เพียงแค่ส่ายหน้าตอบเท่านั้น
“เพราะมัน...จะทำให้ฉันเป็นอมตะ...เลือดบริสุทธิ์ของบุคคลตามคำทำนาย ในที่สุด...ฉันก็หาเจอ” อากิระยกมือเล็กขึ้นลูบหน้าคมเข้มด้วยดวงตาเหม่อลอย

“จำไว้...ฉันเป็นเจ้าของนายทั้งหมด อากิระ...”

~ กริ๊ก!! ~

เข็มยาวและเข็มสั้นชี้บอกเวลาเที่ยงคืน ชินยะผละออกจากร่างที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง ให้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาโลมไล้ผิวกายขาวสะอาดที่มีรอยรักประปรายไปทั่ว ไม่นานนัก....ร่างสูงก็เผยอริมฝีปากออกเล็กน้อย ให้เขี้ยวคมงอกเงย โผล่พ้นออกมา

ชินยะไล้มือแกร่งปัดผ่านริมผีปาก และหยุดอยู่ที่ต้นคอระหง จับใบหน้าขาวให้เบี่ยงไปอีกทางก่อนที่จะฝังคมเขี้ยวลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่นนั่น กดลงให้โลหิตสีแดงสดไหลเวียนออกมา ดูดกลืนมันเข้าไปให้หลอมรวมเข้ากับกระแสเลือดของตัวเอง

“อ๊าาาา!!!!!!!” อากิระกรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด กดจิกเล็บลงไปที่ข้อมือชินยะที่จับใบหน้าเขาไว้อยู่ ลมหายใจถี่กระชั้น ดวงตาเริ่มปริบปรือและพร่ามัวเมื่อเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายไม่เพียงพอ

ชินยะถอนใบหน้าออกมาจากซอกคอนั้น เลือดนายหวานจริงๆ ด้วยอากิระ...ร่างสูงแสยะยิ้มออกมา แล้วละเลียดเลียริมฝีปากตัวเองด้วยความอิ่มเอม ไม่นานนัก...แววตาสุกใสของอากิระก็กลับมา แต่ตอนนี้ไม่แม้แต่แรงที่จะลืมตาด้วยซ้ำ

“นายเป็นของฉันแล้ว...อากิระ...”

.........................
................
........................

เช้าวันรุ่งขึ้น อากิระมาเรียน...ทักทายและพูดคุยกับเพื่อนตามปกติ แต่ร่างสูงที่นั่งโต๊ะตัวหลังกลับมองเห็นถึงความไม่ปกตินั้น...อีกไม่นาน...นายก็จะออกลายมาเองนั่นแหละ

เมื่อถึงช่วงสาย อาการกระสับกระส่ายของอากิระก็เริ่มแสดงให้เห็น ร่างบางหอบถี่ กุมมือเล็กไว้ที่ต้นคอที่ตอนนี้มันปวดตุบๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเริ่มเปลี่ยนสลับกับดวงตาสีเหลืองซีดเหมือนของชินยะ...เหมือนของพวกแวมไพร์

“อึกก....” อากิระก้มหน้าลงต่ำ เขี้ยวคมงอกออกมาราวกับเตรียมพร้อมที่จะฝังมันลงไปได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ร่างบางสูญเสียการควบคุมแล้ว

“อาจารย์ครับ...คางิโมโตะท่าทางไม่สบาย ผมขอพาไปห้องพยาบาล” ไม่รอคำอนุญาต ชินยะก็ฉุดแขนอากิระให้ยืนขึ้น แล้วลากออกไปจากห้องก่อนที่จะมีใครต้องเป็นแวมไพร์ไปอีกคน

ชินยะพาอากิระมาที่ดาดฟ้าผลักให้ร่างบางยืนพิงรั้วเหล็กกั้น สองมือเล็กของอากิระกุมเสื้อแน่น...ก้มหน้าลงต่ำ
พร่ำเพ้อถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ....เลือด
“ดื่มซะ...” ร่างสูงเห็นดังนั้นจึงเปิดคอเสื้อนักเรียนของตัวเองออก แล้วโน้มให้ริมฝีปากมาจรดที่ต้นคอของตัวเอง สัญชาติญาณของแวมไพร์เมื่อกระหายเลือดจึงไม่รอช้าที่จะฝังเขี้ยวลงไปที่ต้นคอแกร่งนั้น ชินยะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ก็ยังให้ร่างบางดื่มเลือดอยู่อย่างนั้น ไม่นาน...อากิระก็ถอนริมฝีปากออกมา

“จำไว้...นายเป็นของฉัน อากิระ” ชินยะจรดปลายนิ้วเช็ดคราบเลือดที่เลอะอยู่ที่ริมฝีปากบางสีแดงสด ก่อนที่จะก้มลงไปละเลียดชิมรสเลือดของตัวเอง ปลายลิ้นควานหาความหวานล้ำอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

เหมือนกับชีวิตที่เป็นอมตะของเหล่าแวมไพร์....

+=+ THE END +=+

< BACK :: HOME>

(C) 2007,Indy WFL Team, All Rights Reserved.

 

 

 

Free Web Hosting