Runnin’ :: The seventh step


..............................................................................

บรรยายกาศโดยรอบสนามแข่ง คลาคล่ำไปด้วยเหล่าบรรดานักเรียนชายหญิงที่มาเชียร์นักกีฬาจากโรงเรียนของตน เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องต่างก็เป็นเพลงประจำโรงเรียนที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ค่อยมีใครคิดจะร้องสักเท่าไหร่ ยกเว้นแต่เป็นโอกาสพิเศษเท่านั้น นักกีฬาวิ่ง 100 เมตรจากแต่ละโรงเรียนยืนอยู่ในตำแหน่งลู่วิ่งของตน พลางอบอุ่นร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับรอบสุดท้ายที่จะตัดสินว่าใครจะได้ไปแข่งในระดับประเทศต่อไป
“นักกีฬาทุกคนเข้าประจำที่....” เสียงประกาศที่ดังไปทั่วทั้งสนาม นักเรียนทุกคนหยุดร้องเพลง เสียงที่เข้ามาแทนที่กลายเป็นเสียงแห่งความเงียบที่กำลังกดดันนักกีฬาทั้ง 8 คนที่ตอนนี้เดินเข้าไปประจำลู่วิ่งของตนแล้ว

อากิระอยู่ในลู่วิ่งที่ 4 นั่งลงยันเท้าทั้งสองข้างไว้กับ Block Start สองมือวางขนานเส้น สายตามุ่งตรงไปข้างหน้าเช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่นๆ....ทุกคนมองตรงไปที่เส้นชัย

.............แต่เค้ากำลังมองไปที่คนรัก..........

ฮิโรกิยืนอยู่ในกลุ่มโค้ชและอาจารย์คนอื่นๆ ไกลออกไปจากเส้นชัยประมาณ 20 เมตร เค้ามองเห็นทุกการกระทำของร่างสูง และรู้ด้วยว่าร่างสูงกำลังมองมาเช่นกัน

“ระวัง........”
~~ ปัง!!! ~~

สัญญาณดังขึ้นพร้อมกับนักกีฬาทั้ง 8 คนที่กำลังวิ่งเข้าสู่เส้นชัย ระยะทางสั้นๆ ที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีด้วยซ้ำ แต่บีบหัวใจทั้งคนวิ่งและคนดู นักเรียนบนอัฒจันทร์ต่างส่งเสียงเชียร์ โห่ร้อง ปรบมือ.....นักกีฬาทุกคนวิ่งตีคู่สูสีกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ออกจากจุดสตาร์ท อากิระก็เช่นเดียวกัน เค้ารู้สึกได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่านตัวเค้าไป เหมือนทุกๆ ครั้งที่เค้าได้วิ่งไปข้างหน้า แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ตรงที่ว่า.....เค้าจะต้องวิ่งเพื่อให้ได้มากกว่าชัยชนะ

“เย้.........!!!!!!!!”

<><><><><><><><><><>

ภายในห้องพักนักกีฬา ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้วนอกจากคน 2 คนที่นั่งอยู่ข้างกัน คนหนึ่งนั่งก้มหน้า...ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าตอนนี้เค้ากำลังรู้สึกอย่างไร อีกคนนั่งมองตรงไปข้างหน้า...แต่ถึงแม้ว่าจะมองเห็น ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเค้ากำลังรู้สึกอย่างไรเช่นกัน

“นายวิ่งแพ้...” ฮิโรกิพูดออกมาเพียงแค่นั้น ไม่ได้มีน้ำเสียงตัดพ้อหรือกลั้วหัวเราะให้ดูเป็นเรื่องตลกแต่อย่างใด ร่างบางยังคงมองไปข้างหน้า และพูดต่อไป

“แพ้ไปแค่ 2 วินาทีเองน้า......” ฮิโรกิพูดคล้ายกับจะให้กำลังใจ และเมื่อเห็นว่าอากิระยังไม่พูด เค้าจึงหันหน้ามาหา จับใบหน้าที่ดูอ่อนล้าเหลือเกินให้หันมามอง ฮิโรกิส่งยิ้มกว้างให้ เค้าผิดเองที่ตั้งกฎบ้าๆ อะไรนั่นขึ้นมา เพียงแค่หวังจะได้เห็นชัยชนะบนสนามแข่งของอากิระอีกซักครั้ง แต่รอยยิ้มหวานที่ส่งไปต้องหุบลงเมื่ออากิระช้อนสายตาที่มีแต่ความผิดหวังขึ้นมองเค้า เมื่อตาจ้องตา ความรู้สึกที่ส่งผ่านไปจึงไม่ยากนักที่ฝ่ายตรงข้ามจะอ่านมันออก และเพื่อจะลบความรู้สึกนั้นออกไป ร่างบางจึงยื่นหน้าเข้าไปเพื่อแตะริมฝีปากเบาๆ กับคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ยกสองแขนเล็กของตนเองขึ้นโอบรอบคอ พลางฝังจมูกเล็กลงไปที่ซอกคอนั้น กลิ่นเหงื่อของอากิระ.....ไม่ได้อับเหม็นน่ารังเกียจแต่อย่างใด แต่กลับเป็นกลิ่นที่คล้ายจะเหมือนของร่างบางเข้าไปทุกที....กลิ่นของกันและกัน

อากิระกอดตอบแน่นจนรู้สึกได้ ความรู้สึกหลายๆ อย่างที่ยังรุมเร้า ทำให้เค้าพูดไม่ออกจึงได้แต่กอดตอบกลับไป อยากจะให้คนในอ้อมกอดรู้เหลือเกิน ว่าเค้าผิดหวังในตัวเองมากแค่ไหน

“กลับบ้านกันนะ...” เสียงอู้อี้ดังอยู่ที่ลำคอ ก่อนที่ร่างบางจะผละตัวเองออก ใช้ไม้เท้าค้ำยันให้ตัวเองลุกขึ้นยืนและยื่นมือขวาไปตรงหน้าอากิระ

“ลุกขึ้นสิอากิระ....” ร่างสูงได้แต่มองมือเล็กที่ยังแบอยู่ข้างหน้าตน พลางเงยหน้าขึ้นมอง คนตรงหน้ายังคงมีรอยยิ้มกว้างส่งมาให้เค้า เหมือนที่ทำทุกครั้งเวลาที่เค้าผิดหวัง

เราสองคนจะไม่มีคำพูดปลอบใจอะไรไปมากกว่านี้ เพราะเราสองคนรู้ดี ไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาสักเท่าไหร่ เธอจะท้อแท้สักเพียงไหน แต่ฉันก็จะยังยืนอยู่ข้างๆ เธอเสมอนะ

< > < > < > < > < > < > < > < > < > < >

เช้าวันนี้ฮิโรกิไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลตามปกติโดยที่ไม่มีอากิระมาด้วยเหมือนทุกครั้ง เค้าอยากจะให้ร่างสูงได้พักผ่อน หลังจากที่ผิดหวังกับการแข่งขันมา

“นาคาโดอิคุง วันนี้มาแต่เช้าเชียวนะจ้ะ” พยาบาลสาวที่คอยช่วยเหลือเค้าขณะทำกายภาพบำบัด เอ่ยขึ้นเมื่อฮิโรกิมาหยุดยืนอยู่หน้าบาร์จับที่สูงแค่ระดับเอว ฮิโรกิไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ ครั้งหนึ่ง เธอรับไม้ค้ำไปวางพิงไว้ข้างๆ เก้าอี้ ก่อนที่จะช่วยพยุงให้ร่างบางเดินไปเรื่อยๆ

“วันนี้คุณหมอนัดเอ็กซเรย์ข้อเท้านาคาโดอิคุงนะ....ถ้าทำกายภาพเสร็จแล้วจะลองให้นาคาโดอิคุงใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินไปหาคุณหมอดูนะ” นางพยาบาลหยิบชาร์ตขึ้นมาจด เมื่อเห็นว่าฮิโรกิพอที่จะเดินได้แล้ว เธอจึงเดินไปหยิบไม้เท้ามาวางแทนที่ไม้ค้ำที่เธอเพิ่งรับไปเมื่อครู่

ระหว่างทางที่เดินไปที่ห้องตรวจ พยาบาลสาวคนนี้ก็ยังคอยเดินตามมาด้วยตลอด บ้างก็คอยพยุงเมื่อฮิโรกิสะดุด จนกระทั่งถึงห้องตรวจ คุณหมอในชุดกราวด์สีขาวกำลังนั่งอ่านเคสคนไข้อยู่

“สวัสดีฮิโรกิคุง...” คุณหมอเอ่ยสั้นๆ ปิดชาร์ตในมือลง แล้วหันกลับมาหาร่างบาง ที่ตอนนี้นั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ๆ เหงื่อผุดขึ้นมาตามไรผมน้อยๆ จากการพาตัวเองมาที่ห้องตรวจ แม้ว่าข้างในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ

“วันนี้หมอจะดูเส้นเอ็นนะว่าเริ่มเชื่อมกันแล้วหรือยัง...” ฮิโรกิพยักหน้าน้อย แล้วทำตามขั้นตอนการตรวจทุกอย่างตามที่คุณหมอสั่ง อีกทั้งยังเล่าถึงครั้งที่ตอนเกร็งข้อเท้าแล้วรู้สึกเจ็บให้คุณหมอฟังด้วย

“ถ้าเป็นอย่างนั้น หมอว่าผ่าตัดเชื่อมเส้นเอ็นดีกว่านะ” คุณหมอบอกสีหน้ายิ้มๆ พลางจดยุกยิกลงไปที่ชาร์ต ฮิโรกิยิ้มกว้างขึ้น เมื่อรู้ว่าตนมีโอกาสจะหาย

“แต่ว่า....เธอต้องไปผ่าตัดที่อเมริกานะ หมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้จะทำการผ่าตัดให้เธอได้ถ้าเธอยินยอม อีกอย่าง....ทางโรงพยาบาลของเราก็เป็นหุ้นส่วนกับโรงพยาบาลที่นั่นด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องการติดต่อขอเข้ารับการผ่าตัดแต่อย่างใด” ฮิโรกิหุบยิ้มลงทันที....อเมริกาเหรอ? ประเทศมหาอำนาจที่อยู่กันคนละซีกโลก เค้าต้องไปที่นั่นเหรอ

“ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย หมอว่าเธอสามารถหักได้จากเงินเดือนข้าราชการของคุณพ่อนะ” เค้าไม่ได้ห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายหรอกนะ....แต่ห่วงระยะทางระหว่างเค้ากับอากิระต่างหาก....ระยะทางระหว่างหัวใจ

“แล้ว....ระยะเวลา........”
“ถ้ารวมระยะเวลาทั้งระหว่างการผ่าตัดและพักฟื้นก็.....ประมาณ 4 เดือน”

< > < > < > < > < > < > < > < > < > < >

ถึงอากิระ
ถ้านายได้อ่านจดหมายนี้แล้ว ก็แสดงว่าฉันไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วนะ ฉันจะไปอเมริกาเพื่อผ่าตัดข้อเท้า ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกอะไรนายเลย ฉันไม่อยากให้นายรั้งไว้แล้วก็ไม่อยากร้องไห้ด้วยน่ะ
อากิระ...ฉันอยากกลับมายืนได้ด้วยตัวของฉันเอง ด้วย 2 ขาของฉันที่ครั้งหนึ่งมันเคยพาฉันเดินเคียงข้างนาย ฉันอยากจับมือเดินกับนายได้ โดยที่ไม่ต้องมีไม้ค้ำช่วย........ฉันจะพยายามนะ

อยากวิ่งแข่งกับนายอีกครั้งจัง
ฮิโรกิ
.........................................................................................

อากิระวิ่งไปเรื่อยๆ ในยามเช้าที่แทบจะยังไม่มีใครตื่นนอนนอกจากพวกแม่บ้านที่ออกมาจ่ายตลาด ท้องฟ้าที่เริ่มทอแสงสีเหลืองส้มทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด

เกือบ 4 เดือนแล้วที่ฮิโรกิไปอเมริกา ตลอดเวลาที่ห่างกันร่างสูงก็หมั่นขยันฝึกซ้อม....อยากจะพยายามเพื่อฮิโรกิเหมือนที่ตอนนี้ร่างบางกำลังพยายามเพื่อเค้าอยู่ หลายครั้งที่คิดถึงและห่วงจนแทบทนไม่ไหวจนอยากจะละทิ้งทุกอย่างแล้วไปหาคนที่อยู่อีกฟากโลก แต่อากิระรู้....ว่าร่างบางห่วงความฝันของเค้าและอยากเห็นเค้าประสบความสำเร็จมากกว่าใครๆ บนโลกใบนี้....ดังนั้น...เค้าจึงต้องพยายามเหมือนกันสินะ

อากิระออกวิ่งไปเรื่อยๆ ทุกความพยายามและทุกหยาดเหงื่อที่เสียไป....วันนี้ เค้าจะได้พิสูจน์บนสนามแข่งรอบชิงระดับประเทศแล้ว ว่าเค้าสามารถวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ได้ทั้งบนลู่วิ่ง........และหัวใจของใครอีกคน

อยากรู้มั้ยว่ากำลังใจดีๆ น่ะมาจากไหน?? ก็ตอนนี้มันนอนแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋าเค้าแล้วน่ะสิ....จดหมายที่ส่งมาจากอเมริกาฉบับแรกและฉบับเดียว กับลายมือเป็นระเบียบที่เค้ายังจำได้ดีที่เขียนส่งมาเพียงข้อความสั้นๆ

.............จะกลับไปหาแล้วนะ...อากิระ...........

< > < > < > < > < > < > < > < > < > < >
การแข่งขันวิ่ง 100 เมตรรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ....แม้จะไม่ใช่จุดสูงสุด แต่อากิระก็ไม่เคยมาได้สูงขนาดนี้มาก่อน สนามที่ใหญ่กว่าทุกสนามที่เคยแข่งมา เสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องกว่าทุกที่ที่เคยไปแข่ง และลู่วิ่งที่เหมือนจะกว้างกว่าปกติด้วยซ้ำถ้าได้ยืนตรงจุดนี้และวันสำคัญแบบนี้

........ถ้าฮิโรกิอยู่ในสนามนี้ด้วยกัน จะรู้สึกตื่นเต้นเหมือนเรามั้ยนะ.......

“นักกีฬาทุกคนเข้าที่......” อากิระสูดลมหายใจเข้าลึก มองไปข้างหน้า ให้จิตใจจดจ่ออยู่กับเส้นชัย
“ระวัง......”
~~ ปัง!!! ~~

อากิระวิ่งไปข้างหน้า สายลมที่ปะทะเข้ามาทำให้ร่างสูงรู้สึกราวกับว่ากำลังบินอยู่ ร่างกายเบาหวิวเหมือนนุ่นลอยในอากาศ........อีกไม่กี่วินาที.....อีกไม่นานหรอก

เส้นชัยข้างหน้าจะเป็นของเค้า

< > < > < > < > < > < > < > < > < > < >

การแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว พระอาทิตย์ดวงสีส้มกำลังจะแตะขอบฟ้า อากิระยังคงนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ที่สูงจนมองเห็นได้ทั่วสนาม ผู้คนมากมายต่างทยอยกลับจนเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงแต่บรรดาสต๊าฟที่ยังเคลียร์พื้นที่อยู่

ร่างสูงนั่งคิดอะไรไปเพลินๆ พลางหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่าจดหมายที่ส่งมามันช่างยาวเสียจนเล่าเรื่องราวตลอด 4 เดือนที่อเมริกาของร่างบางได้ไม่หมด รอยยิ้มผุดขึ้นมาทุกครั้งเมื่อได้ย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องราวดีๆ ตลอดระยะเวลาที่คบกัน.......4 เดือนที่ห่างหาย ถ้านายกลับมาแล้ว เรามาช่วยกันเติมมันให้เต็มนะ

~~ ตึ้ด ตึ้ด ตึ้ด ~~
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบอกเจ้าของเครื่องว่ามีข้อความใหม่เข้ามา อากิระล้วงมือเข้าไปพลางเปิดดูข้อความที่ส่งมาด้วยความสงสัย......จะใช่ฮิโรกิหรือเปล่า?

“นั่งซะสูงเชียวนะ กว่าจะขึ้นไปได้ไม่เหนื่อยแย่เหรอ?” เบอร์แปลกตากับข้อความแปลกประหลาด ยิ่งทำให้อากิระสงสัยเข้าไปอีก.......ใครกันนะ??

~~ ตึ้ด ตึ้ด ตึ้ด ~~
ข้อความที่สองถูกส่งเข้ามา อากิระกดดูอย่างรีบร้อน

“ลงมาหาหน่อยสิ เจ้าลมกรด ^_^” ร่างสูงกวาดสายตาไปทั่วทั้งอัฒจันทร์และสนามแต่ก็ไม่เห็นใครที่มีท่าทางว่ากำลังมีธุระกับโทรศัพท์เลยซักคน

~~ ตึ้ด ตึ้ด ตึ้ด ~~
“ยังนั่งเฉยอีกนะ คางิโมโต้ ^ v ^” อากิระลุกขึ้นยืน.......ใครกัน??....หรือว่าจะเป็นนาย แล้วถ้าใช่ ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนล่ะ ฮิโรกิ.......ร่างสูงวิ่งลงมาจากอัฒจันทร์ชั้นบนสุดด้วยความรีบร้อน เมื่อเท้าเหยียบพื้นยางที่เป็นลู่วิ่ง เค้าก็หันซ้ายขวาหาคนที่คิดว่าใช่....นายกลับมาแล้วใช่มั้ย? ฮิโรกิ.....ถ้ากลับมาแล้วก็เข้ามากอดฉันเหมือนที่นายชอบทำสิ ฉันจะได้กอดตอบแน่นๆ ให้หายคิดถึงเสียที

“ฮิโรกิ นายใช่มั้ย??? อยู่ไหนน่ะ....ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!” ตะโกนเรียกเสียจนสต๊าฟที่อยู่แถวนั้นหันมามอง คงนึกสงสัยว่าเด็กสมัยนี้โตจนป่านนี้แล้ว แต่ทำไมถึงยังเล่นซ่อนหาเป็นเด็กๆ อยู่ได้

~~ ตึ้ด ตึ้ด ตึ้ด ~~
“อย่าตะโกนสิ เค้าได้ยินกันหมดสนามแล้ว!!” ข้อความที่ส่งมา ทำให้อากิระยิ้มกว้าง....นี่นายอยู่ที่นี่สินะ อยู่ที่นี่ใช่มั้ย ฮิโรกิ อากิระเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ เพื่อจะให้วิสัยในการมองกว้างขึ้น เค้ากวาดสายตามองไปบนอัฒจันทร์อีกครั้ง ก่อนที่........

~~ หมับ ~~
แรงกอดรัดรอบเอวทำให้อากิระยืนนิ่ง สัมผัสอบอุ่นที่เค้าจำได้ดีทุกครั้งที่กอดถูกถ่ายทอดมายังร่างสูง.....นายกลับมาแล้วใช่มั้ย?? ฮิโรกิ

ร่างบางผละออก อากิระจึงได้โอกาสหันกลับไปมอง ร่างบางส่งยิ้มกว้างมาให้พร้อมกับชูเหรียญทองในมือที่หยิบออกมาจากกระเป๋าของอากิระตอนไหนก็ไม่รู้

“เห็นนะตอนขึ้นไปรับน่ะ...” ฮิโรกิหัวเราะขำกับอาการนิ่งไปของคนตรงหน้า เค้าจึงคล้องสายเหรียญทองรอบคออากิระแล้วดึงรั้งให้ใบหน้านั้นก้มต่ำลงมา ก่อนที่จะจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากบางของร่างสูงที่ยังคงนิ่งอยู่

“ยินดีด้วยนะ แล้วก็.....กลับมาแล้วครับ....” ร่างบางพูดยิ้มๆ พลางสบตาร่างสูงนิ่ง ก่อนที่ตัวเองจะโดนโอบเข้าไปในอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่คุ้นเคยดี ฮิโรกิกอดตอบเช่นกัน ซุกใบหน้ากับอกกว้างที่แสนคิดถึง....ตลอด 4 เดือนที่อเมริกาเค้าต้องข่มใจตัวเองไม่ให้เขียนจดหมายหรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มาหา เพราะกลัวเหลือเกิน กลัวว่าตัวเองจะทนคิดถึงอ้อมกอดนี้ไม่ไหว

“อย่าทำแบบนี้อีกนะ....อย่าทิ้งกันไว้แบบนี้อีกนะ....” ร่างสูงพูดอู้อี้ผ่านกลุ่มผมนุ่มที่ตนเองซุกหน้าอยู่ เค้ายังคงกอดร่างบางไว้ ราวกับกลัวว่าคนรักจะหายไปถ้าเค้าคลายอ้อมกอดออก

“ไม่ไปไหนแล้วล่ะ ขอโทษนะที่ต้องทำแบบนี้...ไม่โกรธนะอากิระ” ร่างบางขืนตัวออกเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองมองหน้าคู่สนทนาได้ถนัด ให้ตายเถอะฮิโรกิ....อย่าส่งสายตาอ้อนๆ อย่างนั้นมาได้มั้ย......

“ฉันไม่ได้โกรธนายสักนิด ฉันโกรธนายไม่ลงเลยจริงๆ.....” ก็ในเมื่อนายทำเพื่อ -เรา- ขนาดนี้แล้ว จะให้ฉันโกรธเรื่องอะไรล่ะ...เรื่องที่ว่าสิ่งที่นายทำเพื่อเรามันน้อยเกินไปเหรอ.....ไม่ใช่หรอก

............ฉันว่ามันมากเกินไปด้วยซ้ำ...........

“ฮิโรกิ....”
“หืมม??...”
“รอตรงนี้นะ.....” ว่าแล้วร่างสูงก็ผละออกจากกัน ก่อนที่จะวิ่งตัดสนามไปที่ฝั่งตรงข้ามของลู่ก่อนที่จะตะโกนกลับมาว่า.....

“ฮิโรกิ!!! เป็นแฟนฉันนะ!!!!” อากิระป้องปากตะโกนข้ามฟากมา เสียงที่สะท้อนไปทั่วสนามเรียกร้องความสนใจจากคนที่เหลืออยู่น้อยนิดได้เป็นอย่างดี.......ฮิโรกิหน้าแดงก่ำ เหลือบมองซ้ายขวาแล้วก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นสายตาหลายคู่จ้องตนกับอากิระเหมือนจะลุ้นว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น

“นะ....นายยังวิ่งไม่ชนะฉันเลยนะ!!!!” ร่างบางป้องปากตะโกนตอบกลับไปให้เหมือนกับคำพูดในความทรงจำ นั่นก็ยิ่งทำให้ใครหลายๆ คนสนใจเข้าไปอีก

“ได้ไง!!! นายบอกว่าถ้าวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งนายจะยอมเป็นแฟนฉันไม่ใช่เหรอ !!!?????”

...................วิ่งมาหาฉันนะอากิระ วิ่งให้ชนะทุกคนบนสนาม....ฉันจะยืนรอที่เส้นชัย ถ้านายวิ่งเข้ามาเป็นคนแรก ฉันจะยอมเป็นแฟนนาย...................

ความทรงจำที่ย้อนกลับเข้ามา การแข่งขันรอบสุดท้ายของอากิระก่อนที่เค้าจะบินไปผ่าตัดที่อเมริกา ทำไมตอนนี้มันชัดอยู่ในหัวเหลือเกินนะ เหมือนว่าเค้าเพิ่งพูดประโยคนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง

“นะ.......ถ้าเป็นแฟนฉันแล้วฉันจะทำให้นายเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกเลย !!!”

“จะเชื่อได้ไงล่ะ!!!??” ฮิโรกิตะโกนถามกลับไป อมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก.....มีความสุขที่สุดในโลกเหรอ....ตอนนี้ฉันก็กำลังมีความสุขที่สุดในโลกอยู่นี่ไง....

“งั้น.......นายอยากได้อะไรเป็นพิเศษล่ะ ฉันจะหามาให้!!!” อากิระตอบเหมือนคนตันความคิดไม่มีผิด แต่ตอนนี้เค้าคิดจริงๆ นั่นแหละว่าถ้าเค้าหาสิ่งที่ร่างบางอยากได้มาให้ได้ คนที่เค้ารักคงจะมีความสุขที่สุดในโลก

“เอ่อ......งั้นเอาดาวดวงนั้นมาให้ฉันสิ...แล้วฉันจะยอมเป็นแฟนนาย !!! ฉันจะได้มีความสุขที่สุดในโลกไง!!!” คนที่แอบยืนฟังอยู่คงจะขำไม่น้อยกับคำถามและตอบที่สมองตันกันทั้งคู่....ก็ทำไงได้ล่ะ....สายตามันเหลือบไปเห็นดาวบนฟ้าที่ตอนนี้เริ่มเห็นริบหรี่ๆ ก็เลยชี้ๆ ว่าจะเอาเท่านั้นแหละ

อากิระเงยหน้ามองตามก่อนที่จะทำหน้าลำบากใจ และถึงแม้ว่าจะอยู่กันคนละฟากสนามแต่ฮิโรกิก็ดูออก.....เค้าคงจะขออะไรยากไปจริงๆ นั่นแหละ......ไม่น่าเลยเรา........แต่สุดท้าย ร่างสูงก็ตะโกนตอบกลับมาเสียงดัง ที่ใครได้ฟังก็ต้องรู้ ว่าคนที่ถูกผู้ชายคนนี้รัก จะต้องเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกแน่ๆ

“ฉันเอาดาวมาให้ไม่ได้ฮิโรกิ!!! ฉันมีแต่รักทั้งหมดเท่าที่มี!!! ช่วยรับไปหน่อยได้มั้ย!!!???” ความตื้นตันที่ก่อตัวขึ้นในอกข้างซ้าย กำลังขับดันขึ้นมาในรูปของน้ำตาแห่งความสุข....สิ่งที่จะทำให้เค้ามีความสุขมากที่สุดในโลก มันต้องเป็นความรักจากนายคนเดียวเท่านั้น....อากิระ

ฮิโรกิยื่นมือไปข้างหน้า ทำท่าเหมือนรอรับของที่จะให้ อากิระเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งตัดสนามกลับมา แล้วทั้งสองคนก็โอบกอดกันไว้ในที่สุดท่ามกลางเสียงปรบมือของคนที่ยังเหลืออยู่ในสนาม

จะสุขแค่ไหนนะ ถ้าได้อยู่ในอ้อมกอดแน่นหนาคล้ายปราการที่ป้องกันเค้าทั้งสองคนจากอุปสรรคและความทุกข์
จะโชคดีแค่ไหนกัน หากมีคนที่รักเรายืนอยู่ตรงหน้าแล้วพร้อมที่จะหยิบยื่นความรักทั้งหมดที่ตัวเองมีมาให้
และมันคงจะอุ่นไปถึงขั้วหัวใจหากได้รับความรักล้นปรี่จากใครซักคน

...........และคนๆ นั้นก็คือ เธอ.........

แล้วคุณคิดเหมือนกันมั้ย?? ว่าถ้าคุณได้จูงมือคนรักแล้วเดินกลับบ้านด้วยกัน มันคงจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุดวันหนึ่ง.....

อากิระกับฮิโรกิก็คงคิดอย่างนั้น เพราะคืนนี้ เค้าทั้งสองคนได้เดินจูงมือกันกลับบ้าน......โดยที่ไม่ต้องพึ่งไม้ค้ำเลยสักนิด

~~FINALE~~

 

 

to be continued.

BACK

< FICTIONS :: HOME >

(C) 2007,Indy WFL Team, All Rights Reserved.

 
Free Web Hosting