[SF]ANYONE BUT YOU…1
( SHINXAKI/YUSU/KEI.T )


Author… Jdi




“ รุ่นพี่ทานิอุจิน่ะหรอ... กรี๊ดดดดดด หล่อสุดๆไปเลย... เวลารุ่นพี่เดินผ่านนะ ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเลย
เรียวคางของรุ่นพี่ได้รูปสุดๆ ... จมูกโด่งนั่น เสริมความคมเข้มบนใบหน้ามาก แล้วหุ่นที่สมชายชาตรีนั่น ยิ่ง... กรี๊ดดดด ........




“ รุ่นพี่ชินยะน่ะหรอ ชาตินี้ อยากไปเดทกับรุ่นพี่สักครั้ง ... อย่างรุ่นพี่ ต้องเป็นผู้ชายที่สามารถสร้างเดทในฝันที่ผู้หญิงหลายคนจะไม่มีวันลืมได้แน่ๆเลย... ยิ่งถ้า ได้ใกล้ชิดรุ่นพี่ ... อิงแอบแนกอกสักครั้ง อ๋อยยยย... “





“ อยากซบอกรุ่นพี่ทานิอุจิมากค่ะ อยากไปตะกายบ้านพี่เค้า... อยากเอาพี่เค้ามาหมก มา กกด้วยกันสักคืน..  อยากอยู่บนเตียงกับรุ่นพี่ โฮ่ๆๆ ...”



.
.
.



“ โพลห่าไรวะ คนที่มีเสน่ห์ ยอดชายที่สุดในโรงเรียน ... อันดับของไอ้ชิน วิ่งฉิวเรย -*- เด็กโรงเรียนนี้ไร้สมรรถภาพทางความคิดรึไงวะ.. ถามใครๆ ก็... รุ่นพี่ทานิอุจิค่ะ กรี๊ดดด รุ่นพี่ชินยะเซ่... กูแมร่นอยากลาออกจากชมรมหนังสือพิมพ์ เอียนชื่อ ไอ้ชินจะแย่... ” น้ำเสียงกระแนะกระแหนของเพื่อนซี้ อิซากิ ยูสุเกะ ที่ฮึดฮัดทิ้งปึกกระดาษลงตรงหน้า ... ไม่ได้ทำให้ ชินยะ ทานิอุจิ อารมณ์เสียกับกิริยาที่น่าถีบของเพื่อนเลย เขากลับยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ


“ ไอ้เคะ แกรั้งที่สองอยู่นะเว้ยยย ทำคะแนนหน่อย ... หนุ่มผู้อ่อนโยนและ น่าปรารถนาอย่างแกน่ะ เอ้าท์แล้วรึไงวะ ... “ ยูสุยังโวยวายไม่เลิก เขาหันมาหา เคตะ ทาจิบาน่า คนสุขุมที่กางตำราดูอย่างนิ่งๆ อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่า คุณชายมีมาด... ต่างกับไอ้ชิน ... ที่เป็นคุณชายเหมือนกัน แต่ไร้มาด... ไม่ใช่สิ มี... มีแต่มาดคุณชายนักรักไง

“ เดี๋ยวนี้ สาวๆมักชอบหนุ่มที่เลวๆหน่อย... ไม่รู้รึไง ” เสียงนุ่มกับถ้อยคำไม่ได้กระทบกระเทียบอะไร ฟังดูเหมือนคำหยอกล้อมากกว่า หลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่ขยับได้รูป ทาจิบาน่าไม่มีทางพ่นคำพูดแบบยูสุ ... ชินยะเหล่ตามอง เพื่อนมาดกวนอย่างยูสุ ... ดูกิริยาท่าทางของแกสิ.. สาวๆคงจะชอบ ...

“ หืมม ดูพูดเข้า เคตะ...” ไม่ได้บึ้งตึง แต่ชินยะ ทานิอุจิ กลับหัวเราะชอบใจ... รอยยิ้มกว้างที่ตอบรับคำว่าของยูสุ ทำเอาร่างสูงถอนหายใจแล้วทรุดตัวลงนั่ง สาวๆ เขาจะไม่ชอบแกได้ไงวะ ดูดิ่ กูพูดเหมือนด่ามึงนะเนี่ย เสือกยิ้มรับอีก นี่คงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของมันละมั้ง... รุ่นพี่ อารมณ์ดี ... รุ่นพี่ชินย้า กรี๊ดๆ -*-
“ แกตลกดีนะ ยูสุ... แกเบื่อฉัน ที่ฉันมีเสน่ห์น่ะหรอ ไม่เข้าท่าเลยนะ...” ชินยะยังคงหัวเราะต่อไป ... เคตะหัวเราะตามในคำพูดหลงตัวเองแบบตรงๆของชินยะเบาๆ
“ นิยามของมันหรอ... อืมม... หม้อ ก็ไม่เชิงหม้อนะ มันก็ไม่ใช่คนร่านไปทั่วเท่าไหร่... ( ทำเอาชินยะเริ่มขมวดคิ้ว ) ถามจริงเหอะ แกมีของดีไรรึเปล่าวะ... “ เคตะเริ่มหัวเราะเสียงดังเข้าไปอีกเมื่อเห็นสีหน้าที่คาดคั้นของยูสุ
“ อืมม อยากรู้เหมือนกัน... “ แต่สายตาของเคตะ ยังคงไล่ไปตามตัวหนังสืออยู่ดี
“ เออ ฉันตกใจมากเลย เดือนที่แล้ว แกบอกเลิกสาวสวยถึงสองคนเชียวนะ ... รุ่นพี่มาอิด้วย สุดเซ็กซี่ ก๊อดดดดด ... ไหนจะรุ่นน้องปีหนึ่ง คนงาม ชื่อไร..จำไม่ได้แระ ” ยูสุเกะยื่นหน้าไปหาอย่างอยากรู้
“ ไม่มีอะไรมาก แค่... ฉันไม่เคยจีบใครไม่ติด...” ชินยะวาดยิ้มที่มุมปากราวกับว่า ตัวเอง คือสุดยอด..
เคตะหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของชินยะ ที่ยิ้มอย่างเหนือชั้น กับยูสุที่หน้ายู่ในทันควัน ...
“ โหยยยยย กูเริ่มหมั่นไส้มึงอีกแระ... แมร่นนน หลงตัวเอง ... มึง คิดว่า มึงจีบติดหมดทุกคนรึไงวะ...”
“ ก็ไม่เชิง... แต่ทุกทีก็เป็นอย่างนั้นนี่นะ...” กวนตีนเพื่อนเข้าไปอีก..
“ อืมม ฉันก็เริ่มหมั่นไส้มันแล้วนะ...” เคตะเสริมเข้าไปอีก
“ ช่ายมะ... เอ๊ออออ ถ้ามึงคิดว่า มึงเจ๋ง มาเล่นเกมส์กับกรูมะ..”
” เกมส์รักรึเปล่า... กับมึงอ่ะ =ไม่เอา ... กูก็เลือกคนนะ อย่างมึงไม่ผ่าน..” ชินยะโบกไม้โบกมือ ยิ่งสร้างความหมั่นไส้ให้เพื่อนทั้งสองมาก
“ หือออ กูถีบมึงตรงนี้ไม่ผิดใช่มะ... ถ้ามึงคิดว่า มึงสามารถ กูเลือกคน... มึงเข้า ไปจีบ ถ้ามึงจีบติด ชนะพนัน... ถ้าไม่ติด... กรักๆๆ กูล่ะอยากเห็นจริงๆ...” ยูสุทุบโต๊ะผลัวะๆ..
“ ยากที่จะเห็นนะ ... อืมม น่าสนดี ใครล่ะ...”ชินยะพูดอย่างมีฟอร์ม
“ เอาจริงกันหรอเนี่ย... อืมม ถ้านายแพ้ ยก ลูน่าให้ฉัน...” เสียงนิ่งของเคตะที่ทำชินยะสะดุ้ง
“เฮ้ยยยย ... เกินไปๆ “ นั่นมันรถคันโปรดของเขาเลยนะ
“ แปลก... แกทำอย่างกับว่า ไม่มั่นใจในตัวเอง...” คำพูดเรียบๆแต่ฟังแล้วมันหยามมาก เคตะนี่ฉลาดไม่เปลี่ยนเลย เขารู้จักชินยะดี ... หนุ่มคนนี้รักสนุก น่าค้นหา ชอบเสี่ยง..
“ เหอะๆ ... ถ้าฉันชนะหล่ะ...” คำพูดที่แปลว่า ตกลง
“ ก็แล้วแต่แก...” เคตะตอบเสียงเรียบ ขณะที่สายตายังจดจ่อไปที่หนังสือเล่มหนา
“ ฉันอยากได้ที่ตรงนั้นล่ะ... ที่แกเคยพาไปอ่ะ ... ทุ่งดอกไม้เล็กๆ ที่ข้างหน้าเป็นทะเลอ่ะ...” ชินยะคิ้วมุ่นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสถานที่สวยงามที่เคยไปกับเคตะตอนเด็กๆ ถ้าพาคนรักไป.. คงจะโรแมนติกน่าดู
คนรักนะ ไม่ใช่สาวๆทั่วไปของเขา... ตั้งแต่ไปที่นั่น เขาก็หมายมั่นปั้นมือว่า ต้องเอามาให้ได้ ... เขาอยากให้สิ่งที่สวยงามกับคนรัก
” อ๋อ... ที่ของคุณปู่ มันอยู่ตีนเขา บรรยากาศดีมากๆ... เอาไปสิ่...” ยูสุเลิกคิ้ว นี่มันรวยจนยกทรัพย์สินให้กันง่ายๆเลยหรอวะ
“ ส่วนแก ... ยูสุ ฉันไม่เอาอะไรจากแก เพราะมันคือเกมส์ศักดิ์ศรี...” ชินยะหันมายิ้มอย่างเท่ห์ เออๆ เมิงเท่ห์ว่ะไอ้ชิน เลิกเก๊กได้แระ...
” เยี่ยมมมม... ที่จริง ถ้าแกจะเอา ฉันก็ไม่มีให้อ่ะนะ... งึมๆ ไปช่วยเลือกสาวหน่อยเด๊ เคตะ ตอนนี้เลย เฮ่อๆ “ ร่างสูงพรวดลุกไปที่หน้าต่าง กวาดสายตามองด้วยสายตาที่คึกมากกกก... เคตะลุกเดินตามไปช้าๆ ขณะที่ชินยะนั่งที่เดิมอย่างไม่สนใจ
“ แกเลือก เคตะ เอาแบบที่ชินยะมันไม่น่าทนได้...”
“ ชินยะมันสุภาพกับทุกคนนะ ถึงไม่ชอบ มันก็ไม่มีทางที่จะแสดงอาการเสียมารยาทไปหรอก เพราะงั้น... มันเลยไม่พลาดเวลาเข้าหาใคร...” เคตะหลี่ตาลงเพื่อเลี่ยงแสงที่สาดปะทะสายตา
“ มันแหล เปล่าวะ...”
“ คงเป็นกับบางคน แต่คนสำคัญ มันจริงใจนะ จริงๆ แล้วมันเป็นคนจิตใจดี...” เคตะตอบเสียงเรียบ
“ โหยย ดูท่าแกจะรักมันนะนี่...”
“ ชินยะมันเป็นเพื่อนที่ดี แต่ คนรักที่ดีนี่ ... ไม่ค่อยแน่ใจ... “ เหอเหอ ยูสุหัวเราะกร๊ากกก
” มาดูสิวะ ไอ้ชิน ทำเก๊กยั่วยวนสาวในห้องอยู่นั่นแหละ เขารู้สันดานแกหมดอยู่แล้ว...”
” แกนี่มันน่ารำคาญจริงๆ ยูสุ...” ชินยะลุกขึ้นไปอย่างเนือยๆ




“ คนนั้นเป็นไง...” ยูสุชี้ไปยังร่างของเด็กสาวที่เดินงกๆเงิ่นๆ ผ่านสนามบอลไป
“ ฉันไม่ชอบคนใส่แว่น... “ ยูสุจิ๊ปาก เออ กูรึมึงที่เลือกวะเนี่ย
“ งั้นสาวผมเปียนั่น...”
“ อืมมม คนนี้ ท่าจะจีบติดภายในหนึ่งอาทิตย์..” น่านนน น่าหมั่นไส้ว้อยยย กูจะหาคนแบบสุดทนเลยเฟ้ยย
” งั้นไม่เอา... คนนั้นล่ะ... “ โอย เลือกยากมากมาย การคัดสรรสาวห่วยยยย มันช่างยากมากมาย
คนนี้ คนนั้น ผ่านไปแล้ว ...



‘ สาวอ้วนนน ... ‘
‘ อืมมม แกไม่รู้หรอว่า สาวอวบมักจีบง่ายยย...’ -*-


‘ คนนั้นหล่ะ ... ‘
‘ ดูจากท่าทางคงเป็นเลสเบี้ยนนะ ‘
.
.




“ ฉันไปอ่านหนังสือต่อแล้วนะ...” สีหน้าของเคตะแสดงออกว่า เบื่ออย่างเห็นได้ชัด
“ เฮ้ยยย เดี๋ยวๆ คนนั้นเป็นไงวะ...” ยูสุรั้งแขนเคตะที่เริ่มไม่เอาด้วยแล้ว...
“ คนไหน คนนั้นน่ะ ... คนที่อยู่ในลานเกษตรน่ะ ...” ยูสุชี้ไม้ชี้มืออย่างตื่นเต้น
“ เจาะจงหน่อยสิ ยูสุเกะ มีหลายคน... “ เคตะคนสุขุมเริ่มขมวดคิ้วแล้ว...
“ คนนั้นไง... ที่อยู่ตรงที่มีกระถางเยอะๆ...” ยูสุยืดตัวชี้จนจะตกหน้าต่าง ชินยะเหล่ตามองแล้วก็ต้องชะงัก...
“ มีสองคน...นะ... ข้างต้นกุหลาบ กับคนที่ก้มอยู่.. ” เคตะเริ่มเสียงไม่ปกติ...
“ คนนั้น หรอ... ที่ยืนข้างต้นกุหลาบน่ะหรอ ได้... โอเค... “ ชินยะยื่นหน้ามองและแล้ว ใบหน้าคมคายก็พราวด้วยรอยยิ้มอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ... เขาหันหลังกลับ แล้วหัวเราะลั่น ทุกคนในห้องเรียนต่างมองด้วยความตกใจ

” งั้น รอดูผลงานฉันได้เลย ยูสุ... “ ทิ้งคำพูดเท่ห์ๆ และเสียงผิวปากกวนๆ ไว้ให้สองคนที่นิ่งอึ้ง...



“ ชินยะมันเข้าใจอะไรผิดรึเปล่าวะ... เด็กคนนั้นมันผู้ชายนะ... แถมใส่แว่นด้วย...” ยูสุเกาหัวแกรกๆ
“ อืมม.. รอดูกันต่อไป งานนี้ท่าจะสนุก...” เคตะเหยียดยิ้มอย่างน่ากลัว แล้วหันหลังกลับ
ปล่อยให้ยูสุยืนโดดเดี่ยวด้วยความอึ้ง ไหนบอกไม่เอาคนใส่แว่นไงวะ... ยูสุแปลกใจ ทั้งที่น่าจะแปลกใจที่ ชินยะจะต้องไปจีบผู้ชายมากกว่าไปจีบคนใส่แว่นแบบที่ชินยะไม่ชอบ นี่สิ คนแปลก ...


.
.
.



“ ร่มหายไปไหน... “ นิ้วมือเรียวยาวขยับควานหาของสำคัญในตอนนี้ในแลคเกอร์ แต่ก็ไม่พบ... สายตาสิ้นหวังสาดมองไปยังลมฝนข้างนอกอาคารเรียนที่พัดกระหน่ำอย่างไม่มีวี่แววว่าจะซาลง ... โดนแกล้งอีกแล้วหรอเรา... จะใครก็ช่างเถอะ อย่าคิดมากเลย อากิระ .. คนเรามักมีเลือกที่รักมักที่ชังเสมอ... คนที่ไม่มีอะไรเลย แถมยังทำตัวให้ไม่น่าค้นหา ไม่น่าคบ... อย่างเรา จะมีคนไม่ชอบบ้างก็ไม่เห็นแปลก...


อากิระ คางิโมโต้... หยิบรองเท้ามาเปลี่ยน อารมณ์วิตกทำให้การใส่รองเท้าครั้งนี้ ใช้เวลานานกว่าปกติ...
ไม่มีร่มอย่างนี้แล้วจะไปรับยูยะยังไง ... ค่อยไปยืมร่มคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลก็ได้ หวังว่า คุณครูคงจะมีให้ยืมนะ...


อากิระ ยืนมองห่าฝนที่กระหน่ำลง แล้วกลั้นใจเดินฝ่าสายฝนออกไป
ความชื้นซึมลงที่ผิวนุ่ม จนเปียกไปหมด... เสื้อบางแนบเนื้อ ต้อนรับ ความหนาวเย็นที่เริ่มแผ่ไปทั่วร่างกาย...


วันนี้ ทำไมซวยอย่างนี้ ... ฝนก็ตกหนักมาก หนักแบบหนาวด้วย อย่างนี้ห้องเช่าที่ไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลย อย่างห้องเรา จะไม่หนาวเย็นเลยหรอ..


อากิระรีบเร่งเดินโดยไว ผ่านเพื่อนร่วมห้องหลายคนที่ทั้งๆที่ เดินคนเดียว แต่ไม่คิดที่จะชักชวนเขาเข้าไปอยู่ในร่มด้วย มีแต่สายตาที่เย็นชาส่งมาให้..


อากิระ รีบเดินให้พ้นๆ ... อย่าไปสนใจเลย จุดมุ่งหมายของเรา คือ ไปรับน้องชาย แล้วก็ไปทำงานพิเศษนะ ...




“ ไอ้ชิน แกเข้าใจตรงกันกับฉันป่าววะ... คนที่ฉันชี้น่ะ ผู้หญิงนะ...” เสียงห้าวพ่นคำพูดออกมาทางโทรศัพท์
“ แกชี้แล้ว ... ฉันเห็นแล้ว ... และที่เราเข้าใจตรงกัน คือ เป็นเด็กผู้ชายตัวขาวๆคนหนึ่ง....” ชินยะตอบอย่างอ่อนใจ คุยกับยูสุนี่...ปวดหัวจริงๆ
“ ไม่ใช่ว้อยยยย... “ วะ ทำไมไอ้ชินมันไม่ฟังไรเลยวะ
“ แล้วนี่แกจะเอาไง เลือกใหม่มั๊ย ฉันว่า แกควรจะดีใจนะ เพราะ ถ้าเป็นเด็กคนนั้น... บอกตามตรง ฉันว่า แกได้เปรียบนะ แล้วจะโวยวายไปทำไม เฮ้ยยย แค่นี้นะ สายซ้อนน้องฉัน...” ชินยะกดวางสายยูสุแล้วเปลี่ยนเป็นสายซ้อน
“ พี่ชิน ขับรถอยู่หรอ.. “ เสียงเจื้อยแจ้ว ลอดมาตามสาย
“ ครับ... ขับอยู่...” ตอบรับด้วยเสียงนุ่มที่คุยกับน้องสาวที่รักเป็นประจำ
“ แล้วคุยโทรศัพท์ทำไม อย่าประมาทสิคะ...” น้ำเสียงติเตียนแบบเด็กๆทำเอาพี่ชายสุดหล่ออมยิ้ม
“ อืมมม ก็เอมิโทรมาหาพี่เองนะ...”
“ ก็พี่กลับบ้านช้านี่นา... มัวไปเที่ยวกับสาวล่ะสิ..”
“ วันนี้ไม่มีครับ... วันนี้มีนัดกับสาวน้อยบ้านทานิอุจิ...”
” แหม ปากหวานซะจริง ... รีบกลับมานะ เค้าจะไปกินไอติม บอกจะเลี้ยงหลายครั้งแล้วนะ พี่อ่ะ ”
รถที่เคลื่อนไปช้าๆ เนื่องจากคุยโทรศัพท์ขณะขับรถเวลาฝนตกทำให้ชินยะรู้สึกว่า ต้องระมัดระวัง
รถเคลื่อนผ่านร่างของคนๆหนึ่งที่เดินดุ่มๆอย่างไม่มองอะไร ... คุ้นๆ ... ชินยะเลิกคิ้วสูง
“ แค่นี้ก่อนนะครับ น้องเอมิ...”
“ เอ๊ะ จะวางก็วาง ยังไงเนี่ย...” สาวน้อยขมวดคิ้วอย่างงุนงง

.
.
.


กระเป๋าที่กอดในอกแน่น... หวังว่า จะช่วยให้ตัวอุ่นขึ้น และหนังสือในนั้นจะไม่เปียก ...
อากิระรีบเดินด้วยความหวังว่า ข้างหน้าจะถึงที่หมาย...

“ คางิโมโต้...” เสียงทุ้มที่เรียกข้างหลัง ไม่ได้ทำให้อากิระชะงักเลย เขาในตอนนี้ จิตใจจดจ่อกับบางอย่างมากเกินไป
“ คางิโมโต้...” เสียงเรียกนั้นดังขึ้นอีก... แต่ก็ไม่สามารถแย่งพื้นที่ความคิดในตอนนี้ของอากิระได้

“ คนตัวเปียกคนนั้นน่ะ คนที่เดินตากฝนน่ะ ...” เสียงตะโกนอย่างดังทำให้ร่างบางชะงัก ...
“ เรียกผมหรอครับ.. “ อากิระหันขวับ น้ำฝนชะลงที่ร่างกายจนเปียกไปหมดแล้วตอนนี้ ไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องรีบเดิน เพราะตอนนี้ในร่างกายไม่มีส่วนไหนที่ไม่ชื้นฝนแล้ว
“ อืมมม นายนั่นแหละ “ ร่างสูงวิ่งมาด้วยความกระหืดกระหอบ...
” เห รุ่นพี่ทานิอุจิ... ” สายตาที่มองลอดแว่นหนามามีแววฉงนสงสัย... รุ่นพี่คนดังมาทำอะไรที่นี่
“ มีอะไรรึเปล่าครับ...” อากิระถามด้วยสีหน้าซื่อๆ
“ เข้ามายืนในร่มด้วยกันสิ...” คำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม มือหนาฉวยข้อมือเล็กดึงเข้ามาในร่มแล้วคว้ากระเป๋าที่แนบอกของอากิระมาถือ ... อากิระยืนมองการกระทำของรุ่นพี่อย่างงงๆ
“ เอ่อ อย่าเลยครับ...” อากิระถอยหลังไปหนึ่งก้าว..
“ ทำไมถึงพูดว่า อย่า ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ห่วงตัวเองรึไง...” ชินยะมองสภาพของเด็กหนุ่มที่เหมือนลูกหมาตกน้ำ แล้วถอนหายใจ
“ ตลกดีน่ะครับ ไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะได้ยินถ้อยคำแบบนี้จากรุ่นพี่คนดัง...” อากิระยืนในร่มอย่างเกร็ง ๆ
สายตาเหลือบขึ้นไปมองใบหน้าคมคายที่เสมองไปทางอื่นอยู่ ... อืม หล่อ จริงๆนั่นแหละ.. น้ำฝนที่เกาะตามไรผม.. ยิ่งทำให้รู้สึกว่า รุ่นพี่เท่ห์เข้าไปใหญ่... จมูกโด่งมาก หน้าตาดี เหมือนที่เพื่อนผู้หญิงในห้องกล่าวถึงเลย... นอกจากนี้ ที่ได้ยิน เขาว่า รุ่นพี่ก็ อัธยาศัยดีด้วย ซึ่งตอนนี้ เขาก็พอรับรู้ในส่วนนั้นได้ รุ่นพี่คุยกับเขาเหมือนเป็นเพื่อน หรือว่า คนรู้จักเลย
ถ้าเรามีเพื่อน หรือว่า คนรู้จักอย่างนี้ก็ดีสินะ...
.
.



คิดอะไรน่ะอากิระ อย่าไปสนใจอะไรเลย วันนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ... รุ่นพี่เองก็คงสงสารและไม่ได้อยากเข้าใกล้เราเท่าไหร่... พรุ่งนี้เขาก็คงลืมเรื่องวันนี้ไปแล้ว... เรื่องเล็กน้อย... เรื่องของเรา...เล็กน้อยสำหรับทุกคน...
คนอย่างเรา ไม่มีความสำคัญอะไรกับใครทั้งนั้น


ชินยะหันไปมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่นิ่งเงียบ สายตาเศร้าสร้อยมองตรงไปข้างหน้า ...
ผมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนนั้น ลู่ไปตามแก้มใส... ให้ความรู้สึกที่บอบบางอย่างบอกไม่ถูก
จะว่าไป เด็กคนนี้ก็น่ารักดีนะ... ผิวเนียนมากด้วย แต่ตอนนี้.. ผิวที่ขาวใสนั่นกลับเริ่มซีด...
ริมฝีปากสั่นระริก เพราะความหนาว...
“ หนาวหรอ นายหน้าซีดมากเลย ขอโทษนะ“ ไม่ว่าเปล่า เอื้อมมือ ไปสัมผัสที่หน้าผากนุ่มเบาๆ
“ ตัวนายก็เย็นด้วย..” อากิระทำสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นสายตาห่วงใยที่รุ่นพี่มีให้... สายตาในแบบที่เขาไม่เคยได้รับ
” ตากฝนน่ะครับ... “ ประโยคเดียวที่ตอบกลับมา ทำให้บรรยากาศรอบๆอึดอัด...


อืมมม เข้าหายากจังเลยเด็กคนนี้ -*- ไม่เคยรับมือกับคนไม่ร่าเริง ไร้ความสุขขนาดนี้เลยเรา...
ชินยะมุ่นคิ้วเล็กน้อยยย...


“ ถึงแล้วครับ...” เสียงของอากิระ ทำลายความเงียบงัน
“ หืมมม ...” ชินยะเงยหน้าไปมอง โรงเรียนอนุบาลหรอ...
“ ขอบคุณมากๆเลยนะครับ...” อากิระโค้งตัวขอบคุณ แล้วคว้ากระเป๋ามาจากมือชินยะที่ยืนอึ้งๆอยู่...
” ทำไม ...” พูดไม่ทันจบประโยค อากิระหันขวับแล้ววิ่งตากฝนเข้าไปในอาคารเรียน
กะจะเดินไปส่งถึงที่สักหน่อย... ตามมารยาทต้องยอมให้เราไปส่งถึงตัวอาคาร แปลกจริงๆเด็กคนนี้...
ชินยะเหม่อมอง ร่างบางนั่นแล้วพลางนึกถึง สายตาหมองเศร้าของอากิระที่ทิ้งไว้ให้ก่อนหันหลังวิ่งออกไป ...
แปลก...
.
.




ร่างสูงหันหลังกลับพลางถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นเส้นทางที่เดินมาทอดยาว ... ไม่เห็นรถที่จอดอยู่เลย
ต้องเดินกลับสิเนี่ย...
ที่พอนึกได้ ระยะทางมันยาวไกลมาก...


ยูสุเกะ ตอนนี้ ฉันรู้สึกว่า แกได้เปรียบฉันไปหน่อยหนึ่งแล้วนะ...

 

 

 

 

 

 

Free Web Hosting