[SF]ANYONE BUT YOU
3
( SHINXAKI/YUSU/KEI.T )
Author
Jdi
แผลที่โดนน้ำร้อนลวก ต้องมาลอกแผลทุกวันนะครับ จนกว่าแผลจะแห้ง ร่างสูงยืนรับฟังคำจากบุรุษพยาบาล
มืออีกข้างพยุงรุ่นน้องที่ได้รับบาดเจ็บที่หันหน้าเหม่อลอยไปทางอื่น
ครับ... ขอบคุณมากเลยนะครับ..
ทันทีที่บุรุษพยาบาลเดินออกไปหลังจากแนะนำคนไข้เรียบร้อยแล้ว
ชินยะหันกลับมาหารุ่นน้องที่ตอนนี้ไม่มีน้ำตาแล้ว
เหลือเพียงคราบน้ำตาและแผลที่เป็นร่องรอยของเหตุการณ์ร้ายนั่น... แผลที่น่ากลัวนัก ชินยะยังจำได้ติดตา ... ผิวเนื้อที่ถูกความร้อนแผดไหม้...
รอยแดงยาวที่ขาของอากิระ
รอยแดงจัดที่ตัดกับผิวขาวเนียน
น่ากลัวยิ่งนักที่มันเป็นรอยแดงทางยาวตามน้ำร้อนที่ราดไหลลงไปตามขาเกือบ
อากิระ...
ชินยะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ...
ตอนนี้เขารู้สึกว่าทุกอย่างเปราะบาง
ครับ.. อากิระหันมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย... ชินยะนิ่งอึ้ง
เดี๋ยวพี่ไปส่งบ้านนะ ...
ครับ... คำหนักที่ตอบรับ และใบหน้านั้น เด็กคนนี้เข้มแข็งกว่าที่เขาคิดนัก...
เพียงไม่กี่ชม.
ใบหน้าที่หวาดกลัวตอนนั้น ตัวที่สั่นฮึกฮัก ในตอนนี้ ไม่มีอีกแล้ว
.
.
.
ทันทีเปิดประตูรถให้อากิระลง
ชินยะเงยหน้าขึ้นไปมองอพาร์ทเม้นท์เก่าแก่นี้...
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า อากิระจะพักที่นี่...
อพาร์ทเม้นท์ที่ทุกคนในละแวกต่างรู้ว่าสภาพไม่ค่อยดีแล้ว
ไม่ค่อยมีใครมาเช่าอยู่
... ชินยะเอื้อมมือไปพยุงอากิระที่กำลังก้าวลงจากรถ
ขอบคุณรุ่นพี่มากๆเลยนะครับ ที่ช่วยผม... อากิระย่อตัวลงจะคุกเข่า...
เฮ้ยยยย... ไม่ๆ อากิระ
อย่าทำอย่างนี้...
ชินยะดึงแขนอากิระที่ค่อยๆยันตัวขึ้นมา เม้มปากแน่นเพราะความเจ็บปวดที่แผล...
ขอบคุณจริงๆ ... อากิระพูดเสียงเบา
ทิ้งสายตาลงพื้นอย่างล่องลอย
เดี๋ยวฉันไปส่งนายที่ห้องนะ...
ชินยะพยุงอากิระเดินไป
อย่าเลยครับ ... เท่านี้ก็รบกวนรุ่นพี่จะแย่
ค่ารักษาพยาบาลผมจะชดใช้คืนให้ทีหลังนะครับ
อากิระดึงแขนออกแล้วขยับตัวออกห่าง
ให้ฉันไปส่งเถอะ.. ชินยะเสียงแข็ง แล้วยื่นมือมาให้คนที่ยืนนิ่ง
อากิระเอื้อมมือมาจับมือหนาของรุ่นพี่ ชินยะยิ้มบาง... อากิระมองหน้ารุ่นพี่อย่างชั่งใจก่อนที่จะเอ่ยคำว่า
ขอบคุณครับ..
.
.
.
ชินยะสลดใจ
ในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นมันช่างแตกต่างกับที่อยู่ของเขาราวกับฟ้ากับเหว
ตึกนี้ มีรอยร้าวไปหมด หยากไย่เกาะผนังอย่างไม่มีการกำจัด..
บางห้องก็เปิดประตูกว้างเผยให้เห็นวงเหล้าที่กำลังเมาแอ๋เกลือกกลิ้งกันอยู่ภายในห้อง
ห้องของอากิระอยู่ชั้น
3 ลึกเข้าไปอีก... เป็นห้องริมสุด
สภาพหน้าห้องก็เก่าไม่แพ้ห้องอื่น ...
เขาไม่หันมามองหน้าชินยะเลย ...
อากิระเลี่ยงที่จะเห็นสีหน้าที่สงสารของรุ่นพี่
ก๊อก ก๊อก... อากิระเคาะประตูสองครั้ง
แอดดด ประตูค่อยๆแง้มออก
ส่วนหนึ่งของศีรษะที่มีผมเงาดำชะโงกออกมา
ตามด้วยดวงตาหนึ่งคู่ของเด็กตัวเล็กที่ซ่อนอยู่หลังประตู
พี่... พี่อากิมาแล้ว ยูโตะ ...
เสียงเล็กเจื้อยแจ๊ว กับดวงตาเล็กๆ
จ้องมองคนแปลกหน้าที่ยืนข้างพี่ที่รักตาแป๋ว
ใครอ่ะ...
ไอ้หนูตัวเล็กจ้องมองชินยะอย่างงงๆ... เกาหัวแกรกๆ ชินยะหัวเราะเบาๆ หน้าตาเหมือนอากิระ น่ารักมากๆด้วยสิ
สวัสดีครับพี่ชินยะสิ
ยูยะ ... อากิระยิ้มบางเมื่อเห็นน้อง
ชินยะมองอากิระด้วยความประหลาดใจกับรอยยิ้มนั่น
ยูยะกระโดดออกมาจากหลังประตู
สวัสดีครับ ! ยูยะยิ้มแป้น
ถอยออกมาสิ ยูยะ เราขวางทางพี่เขาอยู่นะ...
หนุ่มน้อยหน้าตาหล่อแต่เด็กที่เดาว่าน่าจะอยู่ชั้นประถมดึงร่างเจ้าหนูถอยออกไปเบาๆ
แต่ก็ต้องค้างมองหน้าชินยะอย่างสงสัย... หันไปมองมือหนาที่เกาะเกี่ยวแขนพี่เขาอยู่
พลันเปลี่ยนเป็นจ้องหน้าเขม็ง
ยูโตะ นี่พี่ชินยะ ...
เขามีพระคุณกับพี่ ... อากิระมองยูโตะอย่างดุๆเมื่อเห็นว่า
น้องชายแสดงออกว่าไม่ชอบแขกคนนี้อย่างเห็นได้ชัด
สวัสดีครับ...
ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือพี่ผมนะครับ... ยูโตะโค้งศีรษะลง ชินยะกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว...
เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนี้
มีเชื้อลูกผู้ดีเต็มเปี่ยม เหมือนเจ้าเคตะไม่มีผิด แถมหน้าตายังดูฉลาดปราดเปรื่องเหมือนกันด้วย..
แล้วยูโตะก็สอดมือเข้าไปที่แขนอีกข้างของอากิระแล้วดึงพี่ชายออกมาจากแขนที่เกาะของชินยะ
ลากพี่ชายที่เซเล็กน้อยเข้าหาตัว
ชินยะปล่อยมือออกจากแขนอากิระ ดูท่าจะหวงพี่แหะ...
ยูโตะ...
อากิระปรามน้องขณะที่กะเผลกเท้าเพราะเซเล็กน้อย
พี่เป็นอะไร.. ไปทำอะไรมา .. ยูโตะซักเสียงดัง
พี่อากิ เจ็บขาหรอ...เจ้าตัวน้อยยูยะเดินเข้าไปเกาะขาพี่ชาย
ชินยะมองดูใบหน้าใสของอากิระที่เริ่มมีน้ำใสคลอตา เขาย่อตัวลงกอดน้องชายตัวเล็ก
เม้มปากแน่นเพราะอดทนต่อความเจ็บปวด แล้วดูเหมือนพยายามจะกลั้นน้ำตาไว้
เมื่อชินยะเห็นว่าอากิระเงยหน้าขึ้น
ไม่มีอะไรหรอกนะ... ไม่ต้องห่วงพี่.. อากิระลูบหัวน้องชายเบาๆ
พี่ไปโดนอะไร ใครทำอะไรพี่รึเปล่า... ทำไมวันนี้พี่กลับดึก
กึก !
ชินยะสังเกตเห็นว่า อากิระสะดุ้งตัวเล็กน้อย เขาเองก็สะดุดกึกในความคิดเช่นกัน
ยูโตะดึงแขนพี่ชายขึ้นมองหน้าอย่างคาดคั้น...
ไม่มีอะไรมาก เรื่องเล็กน้อยของพี่น่ะ... เรื่องของพวกเราสำคัญกว่า.. กินอะไรรึยัง อากิระยิ้มเล็กน้อย
ชินยะสะเทือนใจ เมื่อเห็นยิ้มละมุนละไมที่อากิระมีให้น้อง
พี่น้องร่วมสายเลือดที่ไม่มีวันทำร้ายเขานอกจากมีความรักให้ต่อกันอย่างแท้จริง
... เขารู้สึกได้ว่า อากิระ
กินแล้วครับ
กินข้าวกล่องของพี่ยูโตะ วันนี้พี่มีกลับมาบ้านตั้งสองกล่อง... ยูยะดึงแขนพี่ชายเขย่าเบาๆ
หืมมม... อากิระหันไปมองหน้ายูโตะอย่างสงสัย
เพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียนทำมาให้น่ะ ... ผมไม่ได้กินหรอก เอากลับมาบ้าน ... ก็วันนี้สังหรณ์ใจแปลกๆ
แล้วก็จริง เพราะวันนี้พี่ไม่มีอาหารเย็นมาบ้านนี่นา.. ยูโตะมองสำรวจไปทั่วร่างกายของพี่ชายอย่างสงสัยไม่เลิก
พี่ขอโทษนะ ทำตกแตกน่ะ... ชินยะมองหน้าอากิระที่พยายามพูดทุกอย่างให้ดูเหมือนปกติ
ทั้งที่น้ำร้อนที่ลวกขาเขาก็มาจากถุงอาหารที่เขาใช้มันช่วยชีวิตตัวเอง
อิ่มแล้วล่ะครับ
พี่อากิไม่ต้องห่วง.. แต่พี่ยูโตะเขาไม่กินนี่นา เหลืออีกกล่องให้พี่อากิ ... เจ้าน้อยเจื้อยแจ๊วออย่างไร้เดียงสา
ชินยะมองความน่ารักนั่นอย่างเอ็นดู
ทำไม.. อากิระละสายตาจากเจ้าตัวเล็กหันไปมองหน้ายูโตะ
พี่กินเถอะน่า
พี่เหนื่อยนี่นา
ผมกินขนมปังไปบ้างแล้ว... ชินยะสังเกตเห็นว่า
ยูโตะหันไปมองน้องแบบดุๆ
ยูยะหน้าจ๋อยเล็กน้อย
ยูโตะ... อากิระเสียงอ่อยด้วยความสะเทือนใจ ที่เขาเองทำให้น้องไม่ได้กินอาหารเย็น
เพราะห่วงพี่
งั้นก็มากินด้วยกัน
พี่พอใจรึยัง... แล้วพี่คนนี้ เขากินอะไรมารึยัง... ยูโตะหันมามองหน้าชินยะ
ทั้งที่คำพูดดูห่วงใย แต่ใบหน้านั้นดูไว้ตัว และหวงพี่อยู่ ... ชินยะขำในใจ ยิ่งดูยิ่งเหมือนเคตะแหะ
ตึ๊ดตือดื่อดึ๊ดด...
ชินยะไม่ทันได้เอ่ยตอบกับยูโตะที่มีสีหน้าเคร่งขรึม ( เหมือนเคตะ )
พี่ชินยะ
ทำไมยังไม่กลับบ้านอีกล่ะคะ...
เสียงสาวน้อยบ้านทานิอุจิแว่วมาจากปลายสาย
ครับๆ
กำลังจะกลับครับ... ชินยะพึมพำเบาๆ
ค่า มาไวๆนะ... รอทานอาหารค่ำกับพี่เนี่ย คุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่... เอมิน้องสาวที่รักตอบรับอย่างร่าเริง
อากิระ พี่กลับก่อนนะ..
ชินยะจะเอื้อมมือไปจับไหล่อากิระแต่ก็ชะงัก... เมื่อสายตาของยูโตะที่จ้องมองเขม็งมา
และยูยะที่มองตาแป๋วอยู่
ครับ ขอบ...
ก่อนที่อากิระจะเอ่ยจบ รุ่นพี่สุดหล่อก็ยกมือห้ามเป็นเชิงไม่ต้อง...
แล้วเจอกันนะ ไปก่อนนะ
ยูโตะ .... ยูยะ... ดูแลพี่อากิระดีๆนะ... ชินยะก้มลงไปจับตัวยูยะเบาๆ แล้วยิ้มให้
ตัวเล็กยิ้มกว้างรับ...
ครับ! ยูยะตอบรับเสียงดัง
น้องนายน่ารักจัง
ขอหอมหน่อยได้มั๊ย..
ชินยะหันไปมองหน้าอากิระที่ยืนยิ้มอยู่ แล้วพยักเพยิดประมาณว่า ตามใจสิครับ
...
ช่วงเวลาที่อากิระมีรอยยิ้มแบบนี้ น่ารักจัง
ชินยะมองหน้าอากิระนานจนคนที่ถูกมองเริ่มงงๆ
พี่อากิระหอมทั้งสองแก้มเลย
หน้าผากด้วยคับ... เสียงเล็กทำให้ชินยะเบนความสนใจมาที่เจ้าตัวเล็กที่ชี้ที่แก้มทั้งสองข้าง
แล้วก็จิ้มหน้าผากตัวเองเบาๆ
งั้นซ้ำรอยพี่ชายเลยนะ... ชินยะกดจมูกโด่งลงที่พวงแก้มใสทั้งสองข้างเบาๆ
แล้วโน้มหน้าลงไปจูบที่หน้าผากหนูน้อยเบาๆ ...
ไม่รู้แก้มพี่ชายจะนุ่มและหอมแบบนี้รึเปล่า ... ชินยะพูดเบาๆ เมื่อลุกขึ้นยืน
เสียงกระซิบที่จงใจให้อากิระได้ยินเพียงคนเดียว
แล้วก็หัวเราะเบาๆเมื่อเห็นอากิระที่ทำหน้าเหวอไป... น่ารักดี
บ๊ายบายคับ.. ยูยะโบกมืออูมเล็กให้ชินยะที่กำลังจะเดินออกไป
บ๊ายบายครับ ชินยะโบกมือตอบและยิ้มรับอย่างเท่ห์
( เท่ห์จิงๆ ผู้แต่ง ( เหรอ ? ))
แต่ทันทีที่ปิดประตู
ถ้อยคำสุดท้ายที่ชินยะได้ยิน... รอยมือที่หน้า... ใครตบพี่ !
.
.
.
อิ่มแล้วหรอคะ เอมิเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพี่ชายวางช้อนลงทั้งๆที่กินไปสองสามคำเอง
พี่กินไม่ลง ... ชินยะหยิบแก้วน้ำมาดื่ม มีสีหน้าทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด
ไม่อร่อยหรอ..เอมิส่งสายตาห่วงใยไปให้พี่ชายที่นั่งอยู่ตรงข้าม
ทำไมอาหารมันเยอะเต็มโต๊ะอย่างนี้หล่ะ เราทานกันแค่สองคนไม่ใช่หรอ ชินยะกวาดสายตาไปยังอาหารที่เต็มโต๊ะ ทำไมต้องมากมายขนาดนี้...
ก็วันนี้หนูอยากกินหลายอย่างเลยอ่ะค่ะ
เลยสั่งให้แม่บ้านทำ.. แต่ทุกวันก็ไม่น้อยกว่านี้นะคะ พี่ไม่ค่อยอยู่ทานอาหารค่ำด้วยกันนี่นา
เลยไม่รู้น่ะสิ เอมิพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา .. ทุกวันก็เป็นปกติอย่างนี้นี่นา
แต่เอมิกินไม่หมดนี่... ชินยะแย้งและมีสีหน้าคาดคั้นน้องสาวที่ทำหน้างงๆ
ก็... เอมิอ้าปากค้าง .. วันนี้พี่ชายเป็นไรง่ะ
คราวหลังอย่าฟุ่มเฟือยอย่างนี้อีกนะ... กินไม่หมดแล้วก็ทิ้งงั้นหรอ เอมิต้องนึกถึงคนที่เขาไม่มีบ้างนะ
มื้อต่อไป
สั่งให้แม่บ้านทำแบบอาหารจานเดียวพอนะครับ.. สิ้นคำแม้จะเป็นเสียงนุ่มเหมือนเคย แต่เอมิก็ประหลาดใจนัก
ยิ่งเห็นชินยะกลับมาเริ่มกินอีกครั้งแล้วตักอาหารไปไว้ที่จานมากมาย
วันนี้พี่ชินยะแปลกจัง น่ากลัว... งงหนักไปใหญ่
ที่วันนี้พี่ดูท่าจะพยายามกินทุกอย่างบนโต๊ะให้หมด..
เอมิจะช่วยกินให้หมดด้วยค่ะ... แต่พอพยายามกินให้หมดจริงๆ มันก็...
ลำบากท้องเหลือเกิน TAT
.
.
.
โว้ยยย
เลิกถอนหายใจซะทีได้มะ
กูรำคาญจะแย่...
ยูสุเกะพับการ์ตูนที่อ่านแล้วเอาเท้าถีบเก้าอี้ของคนที่นั่งข้างหน้า
แต่ก็ต้องชะงักเมื่อชินยะหันกลับมามองตาขวางแล้วหันกลับไปในทันควัน
ทิ้งยูสุที่อ้าปากค้างอย่างงงๆ อะไรของมันฟร่ะ !?!
มันเป็นไรวะ..
นั่นคือไอ้ชินชิมิ... ยูสุหันไปหาเคตะที่นั่งนิ่งอยู่กับตัวเองข้างๆอย่างงงๆ เป็นไรง่ะ...
มันไม่เคยถลึงตาใส่กรูอย่างนี้เลย..
อืมม แล้วแกว่าใคร... นั่นน่ะ ทานิอุจิ ตอนอารมณ์ไม่ดี...
เคตะก้มหน้าพูดกับหนังสือ ไม่เงยหน้ามามองหน้าคนที่คุยด้วย ...
ซึ่งยูสุก็ชินแล้ว
เคตะมันจะเงยหน้ามามองก็ต่อเมื่อไปกวนมันมากๆจริงๆ
ก็ไม่เคยเห็นมันทำหน้าตาดุดันเลยนี่หว่า ล่าสุดที่มันทำก็เมื่อสองปีก่อน
ตอนที่ต่อยกับเมิง กร๊ากกกก ขำวุ้ย
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เดือดในตอนนั้น
ยูสุเกะก็เกิดอารมณ์ขันรุนแรง... เอาการ์ตูนกระแทกลงกับโต๊ะซ้ำๆ ปั๊กๆๆ
รักษาหนังสือหน่อย ยูสุ สันยับแล้ว.. อืม เรื่องนั้นมันก็นานแล้วนะ...
เคตะหันกลับไปอ่านหนังสือเล่มหนาที่ช่างต่างประเภทกับหนังสือที่ยูสุเกะอ่านนัก
เขากลับสู่ความสงบต่ออย่างไม่สนใจเสียงหัวเราะดังที่ยูสุสร้าง
ยิ่งไอ้หน้าตาที่ขำกลิ้งน้ำตาเล็ดของยูสุนี่ เคตะยิ่งไม่มอง...
อยากรื้อฟื้นๆ ให้คุณผู้อ่านฟัง
กรักๆ ...
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่ออ่ะนะ
เคะหนุ่มมาดขรึมต่อยกับชินนี่หนุ่มอารมณ์ดี เพราะ... ยูสุทำน้ำเสียงครึกครื้นไปไกล
พูดพอรึยัง... ยูสุ...
ชินยะเสียงเข้มขัดประโยคของยูสุที่กำลังไหล
ยัง... ง่ะ พอก็ได้... ยูสุยิ้มกว้างยียวนเพื่อนรักที่ทำหน้าหงิก เคตะถอนหายใจเบาๆ วอนหาเรื่องอีกแล้ว ยูสุ...
คางิโมโต้เป็นไงบ้าง...
คราวนี้เคตะเงยหน้าขึ้นมาดูอาการเพื่อนแล้วเอ่ยถามถึงเด็กที่ต้องเจอเหตุการณ์ร้ายๆคนนั้น
ภาพของอากิระที่สร้างความสะเทือนใจในตอนนั้นผลุดขึ้นมาในสมอง...
ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว ...
เหมือนกำลังหลบหน้าฉัน... ชินยะเหม่อมองลงพื้น
คิ้วมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
อืมม แล้วร่างกาย สภาพจิตใจเป็นไงบ้าง... คิกๆ
ยูสุพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
ก็กรูบอกว่า ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว ... เมิงทำไมเข้าใจอะไรยากอย่างนี้
ชินยะเสียงแข็งขึ้นมา
เอ่า แมร่น
กรูอุตส่าห์พูดมาดนักวิชาการจริงจังแบบไอ้เคะ เพื่อจะได้ดูเป็นคนดี กลายเป็นน่าหมั่นไส้ในสายตาเมิงรึไงวะ !
ยูสุเกะทิ้งการ์ตูนลงบนโต๊ะแล้วพรวดลุกขึ้น
ก็ฉันไม่รู้ไง เลยตอบอะไรแกไม่ได้... ชินยะพรวดลุกอีกคน ทุกคนในห้องหันมามองอย่างตกใจ
ชินยะกับยูสุไม่เคยทะเลาะกัน ... ยูสุใจร้อน แต่ชินยะน่ะสิ ที่น่าแปลกใจ
เพราะไม่เคยวิวาทกับใครเท่าไหร่
แล้วนี่กับเพื่อนซี้...
นี่มองหน้ากูแบบไม่พอใจ
... เมิงเป็นไร.. ยูสุมองหน้าเพื่อนเขม็ง
กูไม่พอใจมึงตั้งแต่ถีบเก้าอี้กูแล้ว...ตอนนี้กูอารมณ์ไม่ดีอยู่ มึงไม่รู้สึกรึไงวะ ! ชินยะเสียงดัง แล้วจ้องหน้ากลับ บรรยากาศตึงเครียด
เพื่อนในห้องทุกคนต่างชะงักงัน ไม่ขยับตัวกันสักคน...
พักเที่ยงแล้วไปหาอะไรกินกันเถอะ... เผื่อจะหายบ้า
เคตะพับหนังสือเสียงดังซึ่งเป็นเสียงเดียวในห้องที่นิ่งเงียบในตอนนี้ เคตะเขย่าไหล่ชินยะเบาๆ ชินยะหันไปมองหน้าเคตะ แล้วพลันอารมณ์ขุ่นมัวทุกอย่างค่อยๆเบาลงเมื่อเห็นสีหน้านิ่งๆ
เย็นๆของเคตะ ยูสุก็รู้สึกเช่นกัน ชินยะคลายคิ้วที่ขมวดคิ้วออกช้าๆ
ไม่มีของที่ยูสุมันกินแล้วจะหายบ้าได้หรอก เคตะ 55 ชินยะหัวเราะลั่นแล้วเดินนำออกไป ยูสุหัวเราะตาม...
ของมึงก็ไม่มีเหมือนกัน.. ยูสุตะโกนไล่หลังไป
แล้วย่ำเท้าตามไป
.
.
.
ระหว่างทางที่เดินไป
ยูสุและชินยะเริ่มเดินกันอย่างผ่อนคลาย
พลันสายตาเหยี่ยวของยูสุก็เหลือบไปเห็นตัวร้าย ทาเคชิและผองเพื่อนเดินย่องๆอยู่ สงสัยกำลังหลบชินยะที่เดินมา... ใบหน้ากวนพราวด้วยรอยยิ้ม
หงุดหงิดอยู่หรอวะ
ซัดเลยไอ่ชิน... ยูสุกระซิบกระซาบใส่แล้วดันหลังชินยะเบาๆ สายตาเหลือบไปมองเคตะคนสุขุม
กลัวเคตะที่เดินนำไปด้วยท่าทางผึ่งผายจะได้ยิน เพราะมันคงไม่เห็นด้วย ซึ่งก็เป็นจริง ทันทีที่ชินยะเห็นทาเคชิ
อารมณ์เดือดที่เพิ่งลดไปมันทวีคูณขึ้นมาในทันที
ใบหน้าที่บอบช้ำและเปื้อนคราบน้ำตาของอากิระลอยขึ้นมา...
ยิ่งเมื่อนึกถึงความลำบากและความดิ้นรนที่อากิระต้องดูแลน้องอีกสองคน แม้เวลาเพียงชั่ววินาที
ความโกรธมันก็พรั่งพรูถึงขั้นขีดสุด
ผลัวะ!!
หมัดหนักของชินยะทิ่มดิ่งเข้าที่ใบหน้าตัวการสำคัญ..
ทาเคชิล้มลงแล้วถอยหนีด้วยความหวาดกลัว แก้มที่โดนแรงกระแทกปริแตกออกมา เลือดพรั่งออกมา..
เย้ยยย ไอ่ชินน่ากลัวหวะ... ยูสุยืนมองทั้งสงสาร ทั้งสะใจ ทำไงดี ฮี่ๆ
ยูสุกระชากแขนของเพื่อนของทาเคชิที่กำลังเตรียมโกยเท้าวิ่งหนี
มานี่เลย..
ยูสุล็อคของไอ้สองหนุ่มขี้ขลาดจับหน้ากระแทกเข้ากับผนัง ขณะที่ชินยะกระโดดคร่อมร่างทาเคชิเงื้อหมัดขึ้น
นักเรียนตามทางเดินวี๊ดว้ายด้วยความตกใจที่รุ่นพี่สุดเท่ห์ซัดเข้าที่หน้าของทาเคชิไม่ยั้ง...
เคตะหันกลับรีบวิ่งมาดึงรั้งชินยะไว้แล้วหันไปมองยูสุอย่างตำหนิ
ไอ้เคะ
ทำไมมันยังอยู่ที่นี่ !?!
ชินยะตวาดใส่หน้าเพื่อนรักอย่างดัง ใบหน้าแดงก่ำด้วยอารมณ์โกรธ
และดิ้นรนให้หลุดจากแรงดึงของเคตะ ถีบเท้าใส่ทาเคชิอย่างบ้าคลั่ง
ชินยะ ! แกมีสติหน่อยได้มั๊ย..
แกเป็นรุ่นพี่คนดังไม่ได้หมายความว่า แกจะเที่ยวไปทำร้ายใครก็ได้...
อย่างนี้แกก็ไม่ต่างกับพวกนี้ที่รังแกคนที่ไม่มีทางสู้..
เคตะเสียงดังกลับอย่างที่ไม่เคยเป็น
สายตาแข็งกร้าวที่มีให้เรียกสติเพื่อนรักที่กำลังบ้าคลั่งกลับมา..
ฉันไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องให้มันใหญ่โต
เพราะจะทำให้คนที่บอบช้ำอยู่แล้วเสียชื่อเสียง ... ถูกมองว่ามีราคี เพราะการกระทำชั่วๆ.. เคตะค่อยๆพูดช้าๆให้เพื่อนที่ยืนระงับอารมณ์เข้าใจ
อืมม เข้าใจละ...
ยูสุยืนมองร่างที่นอนกองอยู่อย่างเกลียดชัง
ฉันได้จัดการเรื่องนี้ยังไงบ้าง
เราต้องคุยกันทีหลัง ไม่ใช่ตอนนี้..
เคตะพูดเสียงนิ่งและมองหน้าชินยะที่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วชินยะก็ชะงัก เมื่อเห็นร่างของคนที่ตามหามานาน... อากิระยืนอยู่ท่ามกลางเหล่านักเรียนที่กรูกันมาดูเหตุการณ์อย่างตระหนก.. อยู่ไกล เห็นไม่ชัด แต่ชินยะแน่ใจว่าเป็นอากิระ
ทันทีที่อากิระรู้ว่า รุ่นพี่เห็นเขา
เขาก็หันหลังกลับแล้วรีบเดินหนี
ชินยะผละตัวออกจากเคตะอย่างแรงแล้ววิ่งตามในทันที ยูสุมองตามอย่างงงๆ
เหอเหอ มันเป็นอะไร ช่วงนี้ ชินยะมันบ้าๆเนอะ... ยูสุยิ้มแห้งเมื่อเจอเคตะที่มีสีหน้าติเตียนยูสุอย่างมาก
ก็บ้าเพราะใครยุหล่ะ
...
คนฉลาดและรู้ทันเพื่อนดีอย่างเคตะทำไมจะไม่รู้...ตัวการยืนยิ้มแหยๆอยู่นี่ไง..
ยูสุเสตามองไปทางอื่น
เลี่ยงสายตาเชิงด่าของท่านประธานนักเรียนเพื่อนรัก...ไอ่ชิน มึงทิ้งกู... TAT
ชินยะวิ่งตามร่างที่พยายามเดินกะเผลกๆหนี
อากิระหันกลับมามองรุ่นพี่ที่วิ่งตามเป็นระยะ... แล้วพยายามเร่งเดิน
แต่ใช้เวลาไม่นานเพราะร่างกายที่เดินอย่างยากลำบาก
ชินยะก็เข้าถึงตัวอากิระได้ไม่ยาก..
มือหนาฉวยเข้าที่แขนของคนที่หนีหน้าทันที..
ปล่อยผมเถอะครับ.. อากิระหันหน้าหนีไปทางอื่น พลางดันอกรุ่นพี่ออก
มาคุยกันก่อน...
ปล่อยเถอะครับ.. อากิระพยายามดึงมือที่เกาะแน่นออก
มานี่เลย...
ชินยะทำหน้าดุใส่รุ่นน้องที่พยายามดึงแขนของเขาออก
เขาบีบแน่นเข้าไปอีกแล้วดึงร่างของอากิระเข้าไปยังห้องน้ำข้างหน้า...
ทำไมไม่ไปหาหมอ.. หมอบอกพี่ว่า นายไม่เคยไปอีกเลยหลังจากวันนั้น ชินยะจับตัวอากิระเขย่าเบาๆ
ผม... อากิระอึกอักเมื่อเจอสีหน้าที่คาดคั้นของรุ่นพี่
ทำไม... ชินยะขมวดคิ้ว
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมต้องแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกไป
ผมยุ่ง
กำลังหางานใหม่ครับ..
อากิระหันหน้าไปทางอื่น
นั่นไม่เกี่ยวเลย ... มองหน้าพี่สิ ทำไม.. ชินยะเขย่าตัวอากิระที่ทำทีไม่สนใจ
ผม..
ตอบมาสิ... ทำไม... ชินยะยังคาดคั้น แม้ว่าอากิระจะยังหันหน้าหนี ...
รุ่นพี่เลิกยุ่งกับผมเถอะครับ อากิระหันหน้ามา
ตอนนี้ในดวงตาเริ่มมีน้ำใส
เขาเม้มปากแน่นเพื่ออดกลั้น
อากิระถอดกางเกงเดี๋ยวนี้... อากิระ ! ชินยะตวาดเสียงดัง
จ้องมองหน้าอากิระเขม็ง
ออกไป !
ชินยะเสียงดังจนอากิระสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อรุ่นพี่ที่มีรอยยิ้มเสมอ ในตอนนี้ขมวดคิ้วแน่นแล้วตวาดไล่คนที่เดินเข้ามาอย่างงงๆ
หนุ่มที่ต้องการปลดทุกข์ทำหน้าเหรอหราแล้วรีบแจ้นออกไป
อากิระ... ถอดกางเกง.. อากิระจำยอมถอดกางเกงออกช้า
หน้าเบี้ยวเมื่อเนื้อผ้าสากโดนแผลพุพองที่ยังไม่หายดี
ชินยะตกใจมากเมื่อเห็นแผลที่ซ่อนไว้ในกางเกง แผลพองที่แดงเหลืองคละเคล้าไปหมด เหมือนจะมีหนองในบางส่วนของแผล แผ่นหนังผิวหน้าแผลบางส่วนย่นขึ้นมา
เปิดเผยเนื้อแดงสดที่อยู่ข้างใต้... เป็นแผลที่ดูไม่ดีเลย
เหมือนอาการจะย่ำแย่ลงไปอีกถ้าไม่ไปหาหมอ...แผลที่เริ่มร้ายแรง
พอใจรึยังครับ
ที่ได้เห็นความย่ำแย่ของชีวิตผม...
แต่ผมไม่เสียใจหรอกนะ ที่ทุกอย่างแย่อย่างนี้
และที่ผมไม่ไปหาหมอ
เพราะไม่มีเงิน... ไม่มีสักนิด
แต่ถึงมี ผมก็ไม่ไป ผมเอามาดูแลน้อง
ดีกว่าที่จะใช้มันไปกับเรื่องของตัวเอง
นี่แหละครับเรื่องของผม ถึงอย่างนั้น
ผมจะดิ้นรนต่อไป แม้ว่าต้องอดทนกับอะไรหลายอย่าง
อากิระจ้องหน้ารุ่นพี่
ความเด็ดเดี่ยวฉายทางแววตา... ชินยะเอื้อมไปจับมือนุ่มเบาๆ
เย็นนี้ไปหาหมอกับฉัน
ขอร้อง อย่าปฏิเสธ ... ถ้านายห่วงน้องก็ต้องห่วงตัวเองด้วย ถ้าขาดนายไป น้องเล็กๆของนายเขาจะทำไง... ชินยะพูดเบาๆ แล้วเอื้อมไปจับมือนุ่มที่กำแน่น
ทำไมพี่ต้อง.. อากิระเริ่มมีเสียงที่สั่นเครือ มือที่กำแน่นค่อยๆคลายออกช้าๆ
เจ็บมากมั๊ย อากิระ... ชินยะบีบมือนุ่มเบาๆ แล้วมองลึกเข้าไปในดวงตาของอากิระ เสียงนุ่มนั่นราวกับปลอบประโลม...
เจ็บครับ... เจ็บมาก... อากิระก้มหน้า หยดน้ำใสร่วงหล่นลงพื้น..
เจ็บทั้งกายและใจ
พี่จะพาไปหาหมอนะ
ไม่ต้องกลัว.. ชินยะเอื้อมมืออีกข้างไปประคองใบหน้ารุ่นน้องที่มีน้ำตา
ครับ.. คำเดียวที่สั่นสะท้านนัก
ชินยะดึงร่างของรุ่นน้องที่ตัวสั่นไหวมากอด..
ขอบคุณครับ... อากิระซบลงที่บ่าอุ่นของรุ่นพี่...
ราวกับขอยึดอกนี้เป็นที่พึ่งพิงหัวใจที่อ่อนล้าชั่วคราว เพียงตอนนี้เท่านั้น
เพราะเราไม่สามารถยึดอ้อมกอดนี้ไว้ได้นาน...
เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปสวมกอดรุ่นพี่ช้าๆ
อ้อมกอดนี้เป็นอ้อมกอดแรกที่เคยได้รับใน
4 ปีที่อ่อนล้า สี่ปีที่สูญเสียทุกอย่างไป...
อ้อมกอดที่ไขว่คว้ามานาน...
พ่อแม่ครับ
.. ผมปวดร้าว... ผมเหนื่อยจนแทบจะไม่ไหวแล้ว...
แต่ผมจะอดทนครับ... ผมจะดูแลน้องเอง...ดูแลให้ดีที่สุด
ฮึก
ฮึก
อากิระสะอื้นไห้ในอ้อมอกของรุ่นพี่
เสียงร้องไห้ดังก้องในสมองของคนที่ได้ยิน ชินยะรู้สึกปวดร้าวไปอีกเมื่อร่างที่อยู่ในอ้อมกอดเริ่มสั่นไหวแรงขึ้น...
ตอนนี้เขาอยากกอดคนคนนี้มากที่สุด
ไม่อยากปล่อยอ้อมกอดนี้เลย
ฮึก ฮึก... ขอบคุณครับ.. ขอบคุณมากๆ...
To be continued.