[SF]ANYONE BUT YOU
4
( SHINXAKI/YUSU/KEI.T )
Author
Jdi
เป็นไงบ้างวะ ชินยะ.. คำพูดที่ได้รับจากยูสุเกะทุกวันเมื่อเพื่อนซี้ผู้รักสนุกเอ่ยถามความเป็นไปของเกมส์รักที่เขาเดิมพันไว้กับชินยะ..
ชินยะนิ่งเงียบ มันถามได้ทุกวัน -*-
ยูสุเกะกระตุกคิ้ววูบเมื่อชินยะเงียบ
-*- เก๊กหล่อทำเท่ห์อีกแล้ว
มือหนาฉวยที่ข้อเสื้อของชินยะเขย่าเล็กน้อย
อะไรหนักหนาวะ ยูสุ ชินยะมีน้ำเสียงหน่ายๆมากกว่าไม่พอใจ
.. เคตะปรายตามองเพื่อนรักอย่างพินิจ
เดี๋ยวนี้ชินยะมันไม่ใช่คนรื่นเริงที่พอมีอะไรก็ยิ้มรับเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
อาจเป็นเพราะ เขาจริงจังกับเรื่องเด็กนั้นมากไปจนรู้สึกหดหู่ไปด้วย
เด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ฉันถามถึงรอยแผลนั่น และสภาพความเป็นอยู่ เคตะ ทาจิบาน่า
ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เช่นเคย มาดเดิม หล่อเหมือนเดิม
แผลใกล้หายแล้ว แต่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้แน่ๆ
ตอนนี้ก็หางานพิเศษใหม่ได้แล้ว.. ขอบใจนายมากเลยนะเคตะที่ช่วยฉัน ยูสุเกะจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ ทีกรูถามไม่ตอบ ต้องถามมาดเจ้าชาย
น้ำเสียงนุ่มอย่างเคตะรึไงวะ ถึงจะได้รับเกียรติที่จะได้รับคำตอบ...
ชินยะถอนหายใจ ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ...
ไม่ต้องหรอก ถึงจะทำงานร้านของพี่สาวฉัน แต่นายเป็นคนจ่ายเงินเดือนนี่นา .. ชินยะ เครียดรึไง..
ท้ายประโยคเคตะถามเสียงนุ่ม
แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ชินยะรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเป็นกองเมื่อได้ยินน้ำเสียงอบอุ่นจากเพื่อนรัก
เข้าหายากรึไงวะ ยูสุเกะมีน้ำเสียงยียวนกวนตีน
แต่หน้าตายั่วไปแล้วถ้าชินยะจะหันมาสนใจสักนิด
อืมม ไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่..
ฉันกำลังสับสน.. ชินยะพึมพำเบาๆ
เคตะหันมามองเพื่อนที่ทอดสายตาเหม่อลอย ดูออกว่า ชินยะในตอนนึ้คงไม่รู้สึกสนุกกับเกมส์นี้แล้ว
อะไรนะ พูดอีกทีดิ๊ ไม่ได้ยิน...
ยูสุรบเร้า แต่ก็เท่านั้น ...
.
.
.
ทำไมพี่ต้องมาทำงานพิเศษหล่ะครับ ผมว่า พี่เองก็ไม่ลำบากอะไรเลยนี่นา อากิระถามเสียงเบา
ขณะที่กำลังทำความสะอาดจานเค้กอย่างเบามือ
เอ่อ... แพ้พนันน่ะ เลยต้องมาทำงานหนึ่งเดือน ชินยะพรวดคำพูดออกมาจากสมองทันที..
ชอบพนันหรอครับ อากิระถามต่อด้วยความสนใจ
ชินยะเฝ้ามองดูกิริยานุ่มนวลของอากิระอย่างไม่วางตา
กับบางเรื่องน่ะ ไม่ได้ชอบหรอก อากิระเลิกคิ้วสูง เมื่อรุ่นพี่มีน้ำเสียงสลดลง ชินยะยิ้มบางรับสายตาสงสัยของอากิระเล็กน้อย
เพล้งงงง... ใบที่สามแล้ว... อากิระหัวเราะเสียงใส
เมื่อรุ่นพี่ที่ทำท่างกๆเงิ่นๆ ดูท่าจะไม่เคยล้างจาน ทำจานแตกเพิ่มอีกใบแล้ว
มันลื่นอ่ะ อากิระ ชินยะยิ้มเก้อๆ หลุดมือทุกใบ
-*-
ไม่เคยล้างจานหรอครับ...
ไม่ยากหรอกนะ แค่ให้น้ำมันชะล้างสิ่งสกปรกออกไป...
การล้างจานครั้งแรกของผมเป็นชามราเมงกองโตมาก... ล้างจนมือเปื่อยเลย หลังๆก็ชินน่ะครับ.. รุ่นพี่ไม่ต้องล้างหรอก
เดี๋ยวผมล้างที่เหลือเอง มือนุ่มของอากิระดึงมือรุ่นพี่มาล้างน้ำสะอาดในทันที
มีความหมายว่า ให้เลิกทำ และออกไปดูเฉยๆดีกว่า
ได้ไง ... ชินยะดึงมือกลับ
ยิ่งเห็นดวงตาคู่สวยของอากิระจ้องกลับอย่างดุๆ ยิ่งอยากแกล้ง
อากิระดึงมือรุ่นพี่เพื่อกลับมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาดอีกครั้ง
อย่าดื้อสิครับ อากิระเริ่มมีน้ำเสียงจริงจัง
แล้วพยายามคว้ามือชินยะที่ไม่ยอมเชื่อฟัง ชินยะผละมือออกแล้วดึงมือรุ่นน้องเข้าหา
สวมกอดในทันที ใบหน้าสวยฉายรอยแดงจางๆให้เห็นอย่างไม่สามารถปกปิดได้
เมื่อร่างนุ่มถูกโอบกอดโดยไม่ได้ตั้งตัว
อากิระ น่ารักมากเลยรู้มั๊ย
เสียงนุ่มกระซิบที่ข้างหู อ้อมกอดที่โอบกอดแน่น ทำให้ร่างบางหยุดนิ่ง...
อ้อมกอดนี้ทำไมอุ่นจังเลย...
อกของพี่ชินยะก็อุ่น.. อุ่นไปถึงในใจ ...
ความอบอุ่นแบบนี้
ไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว หลังจากสัมผัสอุ่นสุดท้ายของแม่ ที่โอบกอดเรา
ก่อนที่จะจากไป...
รู้สึกถึงของเหลวอุ่นที่ไหลคลอตา
... เพราะเหงา เพราะท้อใช่มั๊ย
เราถึงต้องการ ไขว่คว้า ความอบอุ่นมากขนาดนี้ มากจริงๆ
มากแบบที่ไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดนี้ไป..
ชินยะชะงักเล็กน้อยเมื่อมือนุ่มของอากิระกุมเข้าที่สาบเสื้อที่อกของเขาเบาๆ
ฮึก ฮึก แล้วร่างบางในอ้อมกอดก็ตัวสั่นไหวฮึกฮัก
ชินยะตกใจเตรียมผละออก
อย่านะครับ
อย่าเพิ่งปล่อย... ฮึก
ฮึก ได้โปรด กอดผมไว้ก่อน.. ได้โปรด
เสียงสั่นเครือของอากิระอ้อนวอน ชินยะกระชับอ้อมกอดแน่นเข้าไปอีก...
ณ ที่นี้ทุกสิ่งเงียบงัน ราวกับว่า
กำลังรับฟังความปวดร้าวของเด็กคนหนึ่งกำลังร่ำไห้.. ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นออกมา
จนทุกอย่างดูเหมือนร้าวไปด้วย หดหู่ไปหมด
ถ้าเพียงอากิระเงยหน้า
จะพบว่า มีคนคนหนึ่งกำลังเจ็บปวดไปกับเขา..
จะเห็นน้ำใสที่ไหลคลอดวงตาดำขลับคู่นั้น... ดวงตาของชินยะ
...............................
.....................
..............
.......
ชินยะ วันนี้แกไปเป็นเพื่อนฉันซื้อของขวัญให้เอมิหน่อยสิ เสียงยูสุระรื่นแล่นมาตามปลายสาย
เอมิไหน ชินยะเลิกคิ้วสูง ร้อยวันพันปี ไม่เคยคิดซื้อของให้ผู้หญิง
เอมิน้องสาวนายนั่นแหละ
แฮ่ๆ นะ นะ ยูสุเกะพยายามออดอ้อน
ซึ่งเป็นคำพูดที่ฟังดูไม่ออดอ้อนเลย ดูกวนรูหูมากกว่า นั่นมันน้องกูนะ -*-
เฮ่ยยย
เรื่องอะไร !! ไม่ได้ ฉันต้องไปรับอากิระไปทำงานพิเศษ
ขอโทษด้วยนะ ไม่ว่างหวะ ไม่ฟังเสียงโวยวาย
ชินยะกดวางหูโทรศัพท์ในทันที... -*- เอมิ .. ยูสุ..
คิดแล้วปวดหัว
ชินยะขับรถด้วยจุดมุ่งหมายที่จะไปรับอากิระไปทำงานพิเศษทุกเย็น
แม้อากิระจะปฏิเสธในตอนแรก แต่ชินยะก็ดื้อรั้นจนตอนนี้อากิระไม่พูดขัดขืนอะไรแล้ว...
บางครั้งตอนไปส่ง
ยังปล่อยให้ชินยะได้นั่งเล่นกับยูยะน้องชายคนสุดท้องของอากิระที่ดูท่าจะเข้ากันได้ดีและชอบชินยะเสียด้วย...
ส่วนยูโตะนั้น แทบไม่เฉียดเข้าใกล้ชินยะเลย ... ไม่ได้ทำท่ารังเกียจ ไม่พอใจ
แต่ไม่สนใจมากกว่า คงกำลังเฝ้ามองอยู่ห่างๆ
ชินยะถอนหายใจเล็กน้อยขณะที่กำลังครุ่นคิด
ตอนนี้
ดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น แผลหายแล้ว
ได้งานใหม่แล้ว อากิระเองก็มีสีหน้าปกติดี
แต่..
ถึงอย่างนั้น เขาเองก็ไม่สามารถสังเกตอะไรได้จากสีหน้าที่นิ่งเรียบของอากิระเลย
สีหน้าที่ยอมรับ..
หรือว่า กำลังอดทนกันแน่...
เอี๊ยดดด
ชินยะเบรกรถในทันทีขณะที่กำลังจะขับผ่านสะพาน ( ผ่าน แต่ไม่ได้ข้ามสะพานนะคะ )
เมื่อปลายสายตาหันไปเห็นคนที่คุ้นเคย
เสียงเด็กสามถึงสี่คนหัวเราะกลางสะพานขณะที่กำลังเหวี่ยงหมัดใส่เด็กคนหนึ่งที่กำลังพยายามป้องกันตัวอย่างเต็มที่ด้วยความสนุกสนาน
ยูโตะ !!!~
ชินยะอุทานออกมาทันที
ยูโตะกำลังอยู่ในวงล้อมของเด็กผู้ชายที่มีสีหน้าคะนอง กำลังรังแกเขา
ใบหน้าของเด็กหน้าตาดีคนนี้เริ่มมีรอยช้ำเพราะหมัด
ชินยะก้าวเท้าลงจากรถทันที
กำลังจะก้าวเท้าไปช่วยแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและต่อสู้เต็มที่..
ฮ่า ฮ่า ไอ้เด็กขี้โกง...
ขี้โกงเหมือนพ่อแม่
เด็กชายคนหนึ่งหยิบหนังสือที่ร่วงหล่นกระจายบนพื้นเหวี่ยงลงแม่น้ำไปทีละเล่ม
ทีละเล่ม ใบหน้ายิ้มระรื่นหัวเราะเสียงที่ฟังแล้วน่ารังเกียจเหลือเกิน
หยุดนะ...
ยูโตะคว้าเข้าที่เอวของเด็กคนนั้นแล้วดึงรั้งจนหงายกันไปทั้งคู่
เพื่อนคนอื่นเข้ามาเตะตามร่างกายของยูโตะ จนร่างเล็กงอตัวลงด้วยความจุก ยังรุมอัดอย่างไม่ปรานี
พี่ชินยะ... ยูโตะอุทานเสียงเบาเมื่อเห็นร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ต้นสะพาน...
อย่าเข้ามา...
อย่ามายุ่งกับเรื่องที่ผมต้องต่อสู้เอง... ยูโตะหยัดตัวขึ้นแล้วเข้าชนคนที่รังแกอย่างบ้าคลั่ง..
แต่ก็ต้องโดนล็อคแขนไว้
แล้วเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เมื่อร่างของยูโตะถูกยกขึ้น... แล้วถูกแรงของสามสี่คนที่รวมกันโยนลงสะพานไป
ตายตามพ่อแม่ขี้โกงของแกไป๊ ฮ่า ฮ่า...
ชินยะวิ่งสุดชีวิตแต่ก็ช้าเกินไป... เมื่อร่างของยูโตะร่วงลงสะพานกระแทกลงสู่ผืนน้ำข้างล่าง
ดำดิ่งลงไป...
พี่อากิระ
ขอโทษที่ผมอ่อนแอ...
.
.
.
ขอบคุณพี่มากเลยนะครับที่ช่วยผม
ยูโตะหายใจอย่างไม่ถนัดนักเมื่อเพิ่งสำลักเอาน้ำสกปรกในแม่น้ำเข้าไป ชินยะเป็นคนช่วยเขาขึ้นมาจากน้ำ
ร่างสูงก็เปียกโชกไม่แพ้กัน ตามใบหน้าคมคายมีหยดน้ำเกาะ
เขาเลื่อนมือหนามาเช็ดตามใบหน้าเบาๆ
ยูโตะหันมามองชินยะนิ่งแต่ก็หันกลับเมื่อชินยะมองกลับมา
หนังสือจมน้ำไปหมดแล้ว... ชินยะเอ่ยขณะที่มองนิ่งไปยังผืนน้ำนั้น
ผืนน้ำที่เกือบคร่าชีวิตเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
แล้วกระเป๋านายไปไหน.. ฉันเห็นว่า เมื่อเช้า นายถือหนังสือมากมายในมือ ทำไมไม่เอาหนังสือใส่กระเป๋า ชินยะหันมาคาดคั้นยูโตะที่กำลังเหม่อมองไปยังผืนน้ำนั้นเช่นกัน
โดนกรีดขาดไปหมดแล้วครับ... ชินยะอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน
และอึ้งยิ่งกว่า เมื่อเห็นว่า เด็กคนนี้ยังสุภาพ และพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเป็นปกติ เหมือนที่อากิระเป็น.. คางิโมโต้สินะ..
ชินยะสะท้านในใจ
ทำไมไม่บอกอากิระ..
ผมไม่อยากให้พี่ต้องคิดมาก แค่นี้ พี่ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว อย่าบอกเรื่องนี้กับพี่อากิระนะ..
อย่าบอกเรื่องผม..
ยูโตะหันมาสบสายตาของชินยะอย่างอ้อนวอน ชินยะนิ่งอึ้งเมื่อนึกถึงอากิระ ถ้าอากิระผู้เป็นพี่รู้ว่า
น้องชายโดนกลั่นแกล้ง จะเสียใจมากแค่ไหน ...
คงเสียใจมากกว่าที่ตนเองโดนกลั่นแกล้งหลายเท่านัก
แล้วนายจะทำยังไง.. ชินยะหันไปมองยูโตะที่คว้าก้อนหินแล้วปาลงไปในแม่น้ำ
ความทุกข์และสิ่งที่ต้องอดทนไม่สามารถโยนทิ้งเหมือนหินก้อนนั้นได้สินะ ..
ทำได้แค่ต้องเผชิญ และอดทน...
ผมจะสู้ครับ... ผมจะซัดกับพวกมัน
จนกว่าผมจะชนะ ...แต่พี่ชินยะ อย่าบอกพี่อากิระนะ ..
อย่าบอกเรื่องผม.. ยูโตะยังมองหน้าชินยะอยู่เพื่อรอคำตอบ..
ชินยะยิ้มบางตอบรับแล้วเอื้อมมือนุ่มไปลูบศรีษะเด็กชายอย่างอ่อนโยน
รักพี่มากสินะ ชินยะยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่า
ยูโตะพยายามกลั้นน้ำตาที่มันจะไหลออกมา
ครับ ผมรักพี่อากิระมาก
รักมากที่สุด
พี่แทบจะไม่เคยมีน้ำตาให้เราเห็นเลย...
ทั้งๆที่ผมมั่นใจว่า
พี่กำลังร้องไห้ในใจ ...
พี่ไม่เคยโทษใคร
รึแม้แต่สวรรค์เลยที่ทำให้เราเป็นอย่างนี้
พี่พยายามไม่ให้เราอดอยาก พี่บอกว่า เราอยู่ในวัยเรียน แต่พี่ก็อยู่เหมือนกันนี่นา
อาหารเย็นวันหนึ่งของเราเป็นบะหมี่สำเร็จรูปถ้วยเดียว... พี่เติมน้ำร้อนให้เรากิน พี่ไม่กินด้วย
ผมกับยูยะกินทั้งน้ำตา.. แล้วพี่ก็ลุกพรวดออกไปข้างนอก...
พี่มีผักมาบ้านกับเนื้ออีกนิดหน่อย พี่ไปอาสาช่วยร้านผักเก็บของเข้าร้าน ... ทุกอย่างที่พี่ทำ.. มันทำให้เราต้องอดทน...
เป็นอย่างนั้นนะครับ...
แต่ก่อนยูยะ
เคยร้องอยากกินอมยิ้ม ซึ่งผมไม่มีเงิน... ยูยะยังเด็ก... เขาไม่รู้อะไร... แต่ตอนนี้ เขาไม่เรียกร้องอะไรอีกแล้ว... ผมไม่อายหรอกนะ
ที่ต้องมาเล่าเรื่องแย่ๆของเราให้พี่ชินยะฟัง ผมภูมิใจที่มีพี่แบบพี่อากิระ และภูมิใจที่เราอดทน.. ยูโตะยิ้มกว้างเมื่อเล่าเรื่องทุกอย่างจบ..
เขาเล่าด้วยน้ำเสียงไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตเลย
มีแต่ความภาคภูมิใจในพี่ชายสุดที่รัก
ฉันก็ภูมิใจแทนอากิระเหมือนกัน ที่มีน้องอย่างนาย..
ขอบคุณครับ... ที่ช่วยเหลือเรา ช่วยพี่อากิระ ขอบคุณมากๆ
ชินยะยิ้มรับ แล้วทั้งสองก็ทิ้งสายตาลงสู่ผืนน้ำนั่นอีกครั้ง
ดำดิ่งลงใปในห้วงความคิดของทั้งคู่ เงียบงัน..
.
.
.
อากิระเลิกคิ้วอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่า
ยูโตะกำลังคุยกับชินยะอย่างสนุกสนานในอ่างน้ำร้อนของร้านอาบน้ำสาธารณะใกล้อพาร์ทเม้นท์ ที่ห้องของอากิระ ไม่มีห้องน้ำ
เขาและน้องๆเลยต้องมาอาบน้ำที่ร้านทุกวัน ไม่เสียค่าบริการ
แต่อากิระจะอยู่ช่วยทำความสะอาดหลังร้านปิดทุกครั้ง..
วันนี้
ยูโตะกับยูยะ เรียกร้องไม่ให้ชินยะกลับ
ให้อยู่เล่นกันก่อนโดยไม่สนสายตาดุของอากิระเลย
เดี๋ยวนี้
น้องๆชักจะติดชินยะและรบกวนพี่ชินยะมากเกินไปแล้ว
ยิ่งยูโตะที่เคยมีสายตาจ้องจับผิดชินยะมาตลอด
ตอนนี้กลับเห็นดีเห็นงามกับชินยะไปซะหมด
มองอะไร ยูโตะ.. ชินยะเอ่ยถามในที่สุดเมื่อเห็นว่า ยูโตะจ้องมองเขานานแล้ว
พี่ชินยะชอบต่อยใครรึเปล่า.. ยังมองอยู่
มองไปทั่วร่างกายเลย ก็พี่ชินยะเขา...
55 ทำไมพี่ต้องชอบต่อยคนด้วยเล่า
พี่ไม่ชอบต่อยตี
แต่ถ้าจำเป็นก็...
วิถีชีวิตของลูกผู้ชายน่ะ... ชินยะหัวเราะเบาๆ
ต่อยตีบ่อยนั่นมันยูสุแล้วล่ะ..
แต่แบบ...
กล้ามพี่แน่นมากเลยนะ... คงไม่เคยแพ้ใคร.. ยูโตะพึมพำ (กร๊ากกก >///< แมนชิมิคะ น้องยูโตะ โฮะๆๆ)
ชินยะเลิกคิ้วสูงแล้วยิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจความหมายที่ยูโตะพูดมาทั้งหมด
อืมม
สอนให้มั๊ยหล่ะ...
ไม่ได้สอนให้ไปต่อยตีใครนะ
เป็นการป้องกันตัวเอง...
ครับ.. ยูโตะยิ้มกว้างมีสีหน้ามุ่งมั่นมาก
แล้วพี่เราไม่ว่าอะไรหรอ...
ชินยะเหลือบมองร่างสวยที่พันส่วนล่างด้วยผ้าขนหนูสีอ่อนที่กำลังขัดหลังให้น้องชายตัวเล็กอยู่ไกลๆ
อากิระผิวขาวเนียนดีจัง
เป็นความลับสิครับ...
ผมจะได้ปกป้องพี่อากิระเวลาพี่ชินยะไม่อยู่ .. ชินยะเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินคำพูดของยูโตะ ต้องการปกป้อง ดูแล พี่..
พี่อากิระไม่ทำร้ายจิตใจใครหรอกครับ ยิ่งร่างกายยิ่งไม่ต้องพูดถึง... ยูโตะกระซิบ ชินยะหัวเราะลั่น ก็จริง ... อย่างอากิระน่ะ
ไม่ทำร้ายใครหรอก
ตู้มมมม
... หลังจากที่ขัดตัวเสร็จ เจ้าตัวเล็กก็กระโจนลงอ่างในทันที
น้ำกระจายเป็นวงกว้างงงง...
อุ๊ อุ๊ น้ำกระเด็นใส่หน้าพี่ชินยะรึเปล่าคับ..
มืออูมเล็กลูบเช็ดที่ใบหน้าคมคายของชินยะอย่างสำนึกผิด
แต่ก็ถูกมือหนาของชินยะอุ้มสูงขึ้น แล้วโยนร่างของยูยะขึ้น
เจ้าตัวเล็กหน้าเหวอตกใจจนยูโตะหัวเราะไปด้วย
เหมือนบินได้เลยคับ ฮ่า ฮ่า เอาอีกๆ
สามเสียงหัวเราะกันอย่างครึกครื้น
เดี๋ยวลื่นหรอก ยูยะ อย่าวิ่งอีกนะ..อากิระที่เดินตามมามีสีหน้าดุยูยะเล็กน้อย
แล้วพี่อากิระ ไม่ขัดหลังให้พี่ชินยะหรอครับ..
ยูโตะเงยหน้ามองพี่ชาย ที่เปลี่ยนสีหน้าในทันที
เอ่อ ยูโตะก็ขัดให้พี่ชินยะสิ..
อากิระกระอักกระอ่วนในทันที
ผมเล่นกับยูยะอยู่
พี่ก็ขัดหลังให้พี่ชินยะไปสิครับ นะ
ยูโตะตอบแล้วหันไปเล่นกับยูยะอย่างไม่ใส่ใจ
ชินยะเงยหน้ามองอากิระที่ยืนเท้าเอว
อดยิ้มยั่วอากิระที่ปรายตามองชั่วแวบแล้วหันหลังกลับเดินนำไปไม่ได้
ยูโตะหันมาขยิบตาให้ชินยะเล็กน้อย..
ร่างสูงตอบรับด้วยเสียงหัวเราะเบาๆแล้วเดินตามอากิระไป
เจ้าเล่ห์นัก
อากิระพึมพำขณะที่มือนุ่มถูๆไถๆแผ่นหลังแกร่งของชินยะไม่ยั้ง
ทำไมถูให้คนอื่นไม่แรงแบบนี้ล่ะ..
มือหนาดึงรั้งมือนุ่มไว้ แล้วหันกลับมามองใบหน้าสวยไล่ลงไปที่ไหปลาร้าเพรียว
อกขาวเนียน ทั่วร่างกายนวลผ่อง วกกลับมาที่ใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำด้วยความเขินอาย
อากิระน่าดึงดูด และสวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอเลย
อย่ามองนะ.. อากิระเอามือปิดตาของชินยะ ปิดสายตาที่มองแล้วดูเหมือนโลมเลียนิดๆนั่น
>///<
อากิระ สบู่เต็มมือเลย พี่แสบตา
ชินยะไม่พยายามดึงมือของอากิระออก แต่ทำเสียงออดอ้อน
ตาบอดไปเลย
ถ้ายังไม่เลิกมองผมแบบนี้ ผมจะจิ้มตาพี่ซ้ำนะ...
อากิระไม่อาจห้ามสายตาตัวเองได้เหมือนกัน
เมื่อสายตาซุกซนของตนเองมองไปยังร่างกายกำยำ กล้ามเนื้อแข็งแรงแน่นได้รูป
อีกทั้งผ้าขนหนูผืนเล็กที่พันต่ำรอบเอว... >///<
ทำไมเราถึงใจสั่นอย่างนี้
ยูยะ พี่แสบตาอ่ะ.. พี่อากิเขากำลังทำร้ายพี่.. ชินยะตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออย่างสนุกๆ
ฮับๆ ยูยะแจ้นถลาวิ่งมา ในมือมีกระแป๋ง (
ถังน้ำเคอะ 55 )
ด้วยเท้าเล็กที่รีบร้อนทำให้เจ้าตัวเล็กลื่นไถล น้ำในถังเล็กที่จงใจจะให้ชินยะล้างตา
มันสาดกระเซ็นใส่ทั้งชินยะและอากิระ
ฮ่า ฮ่า ใบหน้าสวยหัวเราะอย่างหยุดไม่อยู่ ยูโตะเดินเข้ามาอุ้มน้องเล็กที่หกล้มเพียงเบาๆ
ชินยะจับจ้องที่ใบหน้าของอากิระแล้วค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้โดยที่อากิระไม่รู้ตัว
รู้มั๊ย เวลา นายหัวเราะ มีรอยยิ้มน่ะ น่ารักที่สุด สวย.. สวยเหมือนนางฟ้าเลย เสียงกระซิบข้างหู
ลมหายใจอุ่นของชินยะทำให้อากิระหันขวับ
ด้วยความที่ใกล้จนเกินไปทำให้แก้มใสชนเข้าที่จมูกโด่ง
เสียเปรียบปล่อยให้จมูกโด่งนั้นกดลงสูดความหอมไปโดยไม่รู้ตัว
เจ้าเล่ห์นัก.. อากิระพึมพำแล้วรีบลุกเดินไปหาน้อง...
ชินยะอมยิ้มแล้วลูบที่จมูกเบาๆ
ขณะที่คนหน้าสวยเอง...
ก็มีรอยยิ้ม และมือนุ่มนั้นอดลูบเข้าที่แก้มของตนอย่างห้ามใจไม่ได้..
.
.
.
กร๊ากกกกก
เหมือนสอนไอ้เคะต่อยมวยเลยเมิง... ขำหวะ มาดก็เหมือนอีก เป็นน้องชายไอ้เคะที่หายสาบสูญไปป่าววะ ฮ๋าๆ ยูสุเกะหัวเราะไม่เลิก
ตั้งแต่เห็นหน้ายูโตะ
ยูสุเกะมันก็เอาแต่หัวเราะต่อหน้าน้องจนชินยะต้องลากยูสุออกมาตกลงไกลๆ
เออๆ ... กรูต้องรีบไปรับอากิระแล้ว
ชินยะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เลยเวลาไปสิบนาทีแล้วนะนี่
เหยย
แล้วทำไมกรูต้องช่วยเมิงวะนี่... ถ้าช่วยแล้วมันจะส่งผลดีกับแกต่อการพนันของแกป่าววะ ยูสุเกะฉุดเสื้อของเพื่อนที่กำลังจะถลาไปไว้..-*- มาโยนเด็กใส่กรูแล้วหนี
ไม่ๆ มึงนิ่ ...
สอนให้คนเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวเนี่ย... ยากรึไงวะ ฉันไม่ว่าง และอีกอย่าง เรื่องแบบนี้ ต้องเป็นแกคนเดียว
ช่วยหน่อยนะ.. ชินยะทำหน้าอ้อนวอนจนยูสุเกะสะอึก
สงสัยงานนี้ ชินยะมันจริงจังหวะ
อืมๆ
เดี๋ยวพี่แมนจะสอนน้องให้แมนเอง
แล้วกรูใช้น้องเขาช่วยขายหมูได้ป่าววะ... ยูสุเกะกอดอกขณะที่ปรายตามองไปยังเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนนิ่งอยู่ไกลๆ
ได้มั้ง ยูโตะมารยาทดี เขาคงอยากช่วยงานแกนะ.. ชินยะครุ่นคิดเล็กน้อย
เออ ไม่ต้องบอก
กรูก็รู้ว่า มารยาทดี ... ยืนเหมือนไอ้เคะเปี๊ยบ ให้น้องเขาร้อง
SHIKI กับสะบัดหัวนิดคงจะเหมือนไปใหญ่ ...
ไม่ฟังยูสุไร้สาระแล้ว
ชินยะรีบเดินออกไปทันที พอยูสุเกะหันมาก็ไม่เห็นหัวชินยะแล้ว -*- ฉลาดจริงนะเมิง เข้าทางน้อง..
...................................
...........................
...................
............
แง่มๆ ... เคตะ เคตะ เคตะ.. ไอ่เคะ ไอ่เคทาจิโว้ยยย
วันนี้ยูสุเอาแต่จิ๊ปากแล้วเรียกชื่อเคตะเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างระบายอารมณ์
ทำเสียงดังไม่พอใจอะไร ยูสุเกะ ชั้นรำคาญนะ...
เคตะเริ่มเอ่ยเสียงดังแล้ว ยูสุเกะตาลุก โหยยย วันนี้ดวงดีหวะ ทำเคตะหงุดหงิดได้
ก็ไอ่ชินน่ะเซ่ แกรู้มะ...
รู้สึกมะว่า
มันกำลังเดินเข้าเส้นชัยไปทุกที... มันนะ... ยูสุเกะเบ้ปาก
แถมมันยังดูเหมือนเข้ากับน้องชายของอากิระได้ดีเหลือเกิน ... ตกเย็นก็ไปรับไปส่ง..
TAT นี่คือลางบอกชิมิ..
เหมือนว่า การพนันครั้งนี้ ชินยะมันจะชนะ.. เคตะเอ่ยข้อสรุปขึ้นมา
เอ้ออ ใช่... ยูสุเกะลุกพรวดทุบโต๊ะลั่น แล้วก็ต้องทรุดตัวลงนั่ง
เมื่อชินยะเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีเดินเข้ามา
ยิ้มร่าเลยนะเมิง
ยูสุเกะมีสีหน้าหมั่นไส้สุดขีด
ยิ่งยิ้มแป๊ะ กรูยิ่งหมั่นไส้มัน -*-
อืมม.. ช่วงนี้มีความสุข..
ชินยะยักคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับเคตะที่พับหนังสือลงไปแล้ว
เพราะไร้สมาธิอย่างสิ้นเชิงแล้ว
โหยยย ถ้ารู้ว่า
พนันให้จีบเด็กคางิโมโต้นั่นแล้วมันจะมีวันที่ชั้นต้องมานั่งเห็นหน้าแกยิ้มระรื่นอย่างผู้มีชัยอย่างนี้ กวนประสาทอย่างนี้ ชั้นไม่พนันแน่ๆ
หมั่นไส้หวะ ยูสุเกะโวยวายเหมือนเด็ก
ก็ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากโวยวายนี่หว่า
แกเป็นคนพนันเองนะยูสุ
จะล้มเลิกหรอ นายไม่ได้เสียอะไรสักหน่อยนอกจากศักดิ์ศรี.. ชินยะยิ้มยั่วเมื่อเห็นว่า ยูสุเริ่มฮึดฮัดรุนแรง
วะ..แม่งง เออๆ ยอมรับก็ได้พ่อคนมีเสน่ห์ ใครจะไปรู้ว่า
ไม่ถึงเดือนแกจะสามารถรุกจนประชิดตัวน้องเขาได้ขนาดนั้น.. แง้
พนันในเรื่องที่เสียเปรียบจริงกรู ... ยูสุเกะหน้าสลด
คนนี้เข้ายากกว่าทุกคนมั๊ย
ชั้นว่า นานกว่าทุกคนที่นายเคยตามจีบนะ..
เคตะเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
ก็ยากนะ เพราะเป็นเรื่องพนันชั้นเลยเต็มที่กว่า ถ้าธรรมดาๆ คงเกินเดือนแน่ๆ... ชินยะเกาคางเล็กน้อย
งั้นแกจะมาเอารถวันไหน.. ถึงเกมส์ยังไม่จบ ชั้นแน่ใจว่า นายชนะ... เคตะหันหน้าที่เหม่อมองไปนอกหน้าต่างกลับมามองหน้าชินยะอย่างต้องการคำตอบ
ถ้าชินยะจีบเด็กคางิโมโต้ชนะ
จะได้รถของเคตะ ถ้าชินยะจีบเด็กคางิโมโต้ชนะ จะได้ศักดิ์ศรีกรูไปย่ำยี ยูสุเกะพูดซ้ำๆด้วยความช้ำใจ... ( พูดซ้ำทำไม )
ก็ทำนองนั้นนะ ชินยะตอบรับอย่างกวนตีน
คำพูดซ้ำๆที่เลือนหายไปจากสมองของเพื่อนสามคนที่สนทนากันอย่างครึกครื้น
แต่ดังก้องในสมองของผู้ที่ยืนนิ่งอยู่ภายนอกห้อง...
ดังซ้ำๆ ตีกระหน่ำ..
มือข้างหนึ่งกำลังจะเลื่อนประตูที่เปิดทิ้งลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
และมืออีกข้างที่ทิ้งกุญแจรถของที่ชินยะลืมไว้ร่วงหล่นลงพื้น
ไร้แรงที่จะกำมันไว้...
เจ็บปวดที่สุดในชีวิตแล้วสินะ
ปวดร้าวมากจนน้ำตาไม่อาจรินไหลออกมา
เกมส์ ... พนัน
สองคำนี้มันหนักมาก
หนักเหมือนค้อนยักษ์ที่กำลังทุบเข้าที่ใจ
อากิระ นายเป็นแค่ตัวพนันเท่านั้น...
อากิระบอกกับตัวเองอย่างรวดร้าว
อีกครั้งที่กลายเป็นคนที่ไม่มีค่าอะไรในชีวิตจริง
เป็นแค่คนที่มีค่าในความฝันที่วาดไว้ของตัวเองเท่านั้น
ร่างบางค่อยๆก้าวเท้าเดินจากมาอย่างยากลำบาก...
เดินหนีออกมาจากความเป็นจริงที่โหดร้าย
ความเป็นจริงของคนที่เป็นแค่ตัวพนัน...
..
เดินหนี ไม่ได้ยินแม้กระทั่งคำพูดที่ว่า...
ยูสุเกะ เคตะ...
ชั้นขอยกเลิกเกมส์นี้ เพราะฉัน..
รัก คนคนนี้ ฉันรักอากิระ...
To be
contined.