[SF]ANYONE BUT YOU…5
( SHINXAKI/YUSU/KEI.T )


Author… Jdi







เคยคิดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เลวร้ายแค่ไหน จะอดทนให้ถึงที่สุด
จะต้องก้าวเดินต่อไป.. และบรรเทาความเสียใจของตนเองให้หมดไปให้ได้ด้วยตัวเอง

แต่ครั้งนี้ กลับทำไม่ได้เลยสักนิด .. ทั้งๆที่ตั้งใจจะก้าวเดินออกมาจากเขาแล้ว
ทุกเวลาก็ยังนึกถึงใบหน้าคมคายที่วาดรอยยิ้มละมุนนั้น อ้อมกอดอุ่นที่เคยโอบกอดกระชับร่างกายของเราไว้... ยังไขว่คว้าหามันอย่างห้ามใจไม่ได้...
ยังปวดร้าวในทุกก้าว.. ที่เดินจาก...

เจ็บปวดยิ่งนัก เมื่อรู้ว่า รอยยิ้มบางบนใบหน้านั้นฉาบไว้เพราะจุดประสงค์ที่ไม่ใช่ความหวังดีที่บริสุทธิ์จากใจ อ้อมกอดที่จำต้องกอดเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายของเขา
“ พนัน ”
คำพูดที่ได้ยินบางเบาในวันนั้น แต่ตอกย้ำภายในใจทุกวัน
ตีกระหน่ำ ซ้ำๆให้รวดร้าวลงทุกที..

‘ อีกครั้งที่กลายเป็นคนที่ไม่มีค่าอะไรในชีวิตจริง
เป็นแค่คนที่มีค่าในความฝันที่วาดไว้ของตัวเองเท่านั้น ’

ที่เจ็บช้ำมากมายถึงเพียงนี้...
ที่บอกกับตัวเองด้วยคำพูดที่อ่อนแอว่า ไม่ไหวแล้วชีวิตนี้..


เป็นเพราะ... ฝากหัวใจไว้ที่เขาแล้วใช่มั๊ย







“ เดี๋ยว อากิระ...” แค่เห็นหน้าชินยะที่ยืนพิงรถสีดำสนิทรออยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ของตน สบสายตาเพียงชั่วแวบ อากิระก็หันกลับแล้วรีบเดินหนีในทันที
เดินหนีคนที่เคยเห็นหน้าแล้วอุ่นใจ เห็นแล้วรู้สึกปลอดภัยราวกับมีที่พักพิงใจ...
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างนั้นตรงกันข้าม การได้เห็นชินยะมันสร้างแต่ความเจ็บปวด เจ็บจนล้นใจ..

ร่างบางเดินหนีคนที่กำลังวิ่งตามมาจนถึงหน้าห้อง มือเรียวจะปิดประตูหนีแต่ก็ถูกมือหนาดึงรั้งประตูเอาไว้
อากิระปล่อยมือลงเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนสะท้อนออกมาจากดวงตาคมคู่นั้น
“ พี่ชินย้า...” เจ้าหนูน้อยยูยะถลาจะวิ่งเข้ามาหาชินยะที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูอย่างร่าเริง แต่ก็ถูกพี่ชายคนรอง ยูโตะดึงไว้เมื่อเห็นว่า ไม่ควรเข้าไป ทั้งอากิระและชินยะนั้นต่างคนต่างมีสีหน้าไม่ปกติ ยิ่งพี่อากิระ.. ชินยะยิ้มบางให้ยูยะที่ทำหน้างงๆ เมื่อถูกยูโตะพาเลี่ยงออกไปนั่งดูทีวีอยู่ไกลๆ เด็กหนุ่มปรายสายตามองพี่ทั้งคู่ด้วยความเป็นห่วง
ในไม่ช้า พี่อากิระจะมีน้ำตา..
“ อากิระ.. มีอะไร รึเปล่า หลายวันนี้ นายหลบหน้าฉันตลอด คุณน้าเจ้าของร้านก็บอกว่า นายลาออกจากงานแล้ว ” ชินยะเอื้อมจะคว้ามือนุ่มนั้นแต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า เมื่ออากิระเลื่อนมือหนีไปข้างหลัง ชินยะมองหน้าอากิระอย่างประหลาดใจในกิริยาที่หมางเมินของอากิระวันนี้
“ ผมหางานใหม่ได้แล้วครับ..” ตอบรับเสียงเย็น ทั้งยังเลี่ยงสายตาไปทางอื่น
“ ทำไมล่ะ งานนี้เงินก็เยอะนี่ สบายดีกว่างานร้านราเม็งอีกนะ รึว่า ทำงานที่ร้านนั้นแล้วนายอึดอัดใจ ” ชินยะยังจับจ้องใบหน้าสวยที่เมินหนีไปทางอื่นอย่างคาดคั้น ท่าทางของอากิระในตอนนี้ ทำให้เขาค่อยๆ ปวดร้าวลงไปทุกที
“ ผมตั้งใจว่า จะออกน่ะครับ ผมไม่อยากทำให้พี่ลำบากใจอีกแล้ว “ อากิระหันมาสบตาของชินยะที่อึ้งไปเมื่อดวงตาคู่สวยนั้นฉายแววร้าวรานมากกว่า ...
“ ทำไม พี่ไม่...” ชินยะพยายามอธิบายสิ่งที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมอากิระคิดแบบนี้ แต่เสียงนุ่มของอากิระก็เอ่ยขัดขึ้นมา
“ พี่ต้องลำบากต้องมาทำงานพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องทำสักนิด ต้องมาคอยดูแลผม พาผมไปหาหมอ ทำดีกับน้องๆของผม... ฮึก ฮึก ” อากิระเริ่มสะอื้นตัวสั่นไหว มือเล็กกำแน่น พยายามระงับอารมณ์และควบคุมทุกสิ่ง ชินยะมองอากิระอย่างไม่เข้าใจ ก้าวเท้าเข้าหาอากิระด้วยหวังที่จะปลอบประโลม..
“ ฮึก ฮึก เพราะการพนันของพี่กับเพื่อน... ผมเป็นตัวพนันที่ทำให้พี่ลำบากใจ.. ขอโทษนะครับ ” เสียงนิ่งที่หยุดทุกสิ่ง รวมถึงก้าวเดินของชินยะที่ตอนนี้หยุดด้วยความนิ่งอึ้งในถ้อยคำที่ได้ยิน
“ อากิระ..” ราวกับก้อนอากาศจุกที่คอ.. ร่างสูงปล่อยคำพูดออกมาได้เพียงบางเบา แล้วทุกอย่างก็เกินอดกลั้นไหว ของเหลวใสค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาของอากิระ หยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มสะท้อนความปวดร้าวออกมา.. ออกมาเพียงน้อยนิด ไม่อาจเทียบได้เพียงเสี้ยวของความเสียใจที่ก่อตัวอัดแน่นภายในใจของอากิระ
“ เป็นเรื่องจริงสินะครับ.. ฮึก.. ” สายตาของอากิระไม่ได้คาดคั้น แต่ร้องขอความเมตตา... เรื่องจริงสินะ แค่พี่บอกผม... ชินยะยืนนิ่ง มือที่ทิ้งข้างลำตัวมันสั่น ... และท้ายที่สุด สิ่งที่กลัวมาตลอดมันก็เกิดขึ้น..
ความจริงของเรื่องตลกร้ายได้เปิดเผยในที่สุด..
“ จริง...” ชินยะตอบเสียงสั่นเครือ ... ทุกอย่างเป็นความจริงทั้งหมด ความจริงที่กำลังทำร้ายของคนที่เขารัก ทำได้แค่ยืนนิ่งแล้วปล่อยให้ภายในใจของตัวเองร้าวลงทุกที แล้วภายในใจของอากิระล่ะ เหลืออะไรบ้าง.. เป็นเขาเองสินะที่ทำลายมันจนไม่มีชิ้นดี
“ แม้ว่าทุกอย่างจะเป็นเรื่องหลอก เรื่องเล่นๆของพี่... ฮึก ฮึก
แต่ผมขอบคุณรุ่นพี่มาก ฮึก ที่เข้ามาสร้างความสุขในชีวิตของผม.. แม้ว่าจะชั่วคราว แต่ผม ฮึก ฮึก ก็ดีใจมาก... ขอบคุณมากเลยนะครับ ฮึก ฮืออ.. แต่ถ้าจะยังเมตตาผมอีกสักนิด ขอร้อง อย่ามาพบเจอกันอีกเลยนะครับ... ผมขอร้อง ”
ยากเย็นเหลือเกินที่จะเอ่ยถ้อยคำจนจบในเมื่อน้ำตามันไหลไม่หยุด สะอื้นด้วยความเสียใจจนไม่เป็นคำ ถ้อยคำที่ไม่มีการตำหนิ ยังแสนดีเหมือนที่เคยของอากิระ ยิ่งทำให้ชินยะเสียใจ ละอายใจมากขึ้นไปอีก... คำขอบคุณที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของอากิระ ทำให้คนที่ได้ยินเจ็บลึกเข้าไปในใจ
แล้วคนที่เอื้อนเอ่ยล่ะ เจ็บปวดมากแค่ไหน..
“ ไปเถอะครับ กลับไปสู่ชีวิตของพี่.. ชีวิตที่ไม่ต้องมาเมตตา มาสมเพชคนอย่างผม
ไม่ต้องฝืนใจในทุกการกระทำ.. กลับไปเถอะนะครับ... กลับไป.. ผมขอร้อง.. ” สิ้นสุดคำนี้ เราจะสูญเสียพี่ชินยะไปสินะ.. คืนชีวิตของเขาไป น้ำตามันไหลไม่หยุดแล้ว ระบายมันออกมา ทั้งที่ไม่ช่วยบรรเทาความเสียใจได้เลยสักนิด.. ยิ่งรินไหลภายในใจกับเหมือนโดนบีบแน่นเข้าไปอีก ทรมานใจเหลือเกิน
ชินยะได้แต่นิ่งเงียบ เมื่อตอนนี้ไม่สามารถผลักดันคำพูดออกมาได้เลย..

“ ยูยะ ยูโตะ มานี่.. โบกมือบ๊ายบายพี่ชินยะสิครับ... ขอบคุณพี่ชินยะด้วย...” ใบหน้าสวยที่ในตอนนี้แก้มใสนั้นอาบไปด้วยน้ำตา หันไปเรียกน้องทั้งสองคนที่ลุกขึ้นมาหาอย่างงุนงง ชินยะมองกิริยาของอากิระอย่างปวดร้าว ยูโตะได้แต่นิ่งเงียบ สายตาสงสัยจ้องมองไปยังอากิระที่ร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม และชินยะที่มีสีหน้าปวดร้าวอย่างถึงที่สุด
“ ทำไมคับ พี่ชินยะจะไม่มาอีกแล้วหรอ..” ยูยะเดินมาเกาะมืออากิระ แล้วเงยหน้ามองพี่ชินยะอย่างงงๆ
” ครับ.. พี่ชินยะเขาจะไม่มาอีกแล้ว...” อากิระฝืนยิ้มบางให้น้อง จะไม่มีพี่ชินยะอีกแล้ว
“ ทำไมครับ.. “ ยูโตะถามเสียงนิ่ง มองหน้าชินยะอย่างต้องการคำตอบ
“ ลาพี่ชินยะเขาซะสิ ยูโตะ ยูยะ เดี๋ยวนี้..” อากิระสั่งน้องด้วยเสียงที่อ่อนแรง ขาจะทรุดอยู่แล้วถ้าไม่พยายามเหนี่ยวรั้งยืนหยัดไว้
“ ไม่เอาๆ พี่ชินยะจะไปไหนคับ..” ยูยุะเดินไปเกาะขาของชินยะแน่น ชินยะย่อตัวลงแล้วลูบผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มของยูยะเบาๆ เด็กน้อยมองหน้าชินยะอย่างเว้าวอน
“ อย่าดื้อนะครับ...” ชินยะพูดด้วยเสียงแผ่วเบา... ดวงตาคู่ใสของเด็กน้อยเริ่มมีน้ำตาเมื่อรู้สึกว่า พี่ชินยะกำลังจะจากไป
“ พี่อากิระ พี่แน่ใจหรอ.. “ ยูโตะขมวดคิ้วแล้วมองหน้าพี่ชายอย่างคาดคั้น
“ ลาพี่ชินยะซะ...” อากิระสั่งเสียงนิ่ง ชินยะเงยหน้ามองอากิระนิ่ง เด็ดขาดแล้วสินะ การกระทำหลอกลวงของพี่ ควรได้รับการเกลียดชังจากนาย
“ โชคดีนะครับพี่ชินยะ ขอบคุณพี่มาก... ผมไม่เข้าใจอะไรนัก แต่ผมอยากเจอพี่อีก..เสมอ ” ยูโตะก้าวเท้าเข้าไปหาชินยะที่หยัดตัวขึ้น
“ ดูแลพี่อากิระ กับ ยูยะดีๆนะ ยูโตะ... ” คำพูดที่ได้ยินยิ่งทำให้ใบหน้าสวยหลั่งน้ำตามากเข้าไปอีก
ความหมายอบอุ่น ห่วงใยแต่ยิ่งทำให้เจ็บช้ำ
“ ไปสิ... ” อากิระมองหน้าชินยะนิ่ง สองสายตาประสานกันชั่วครู่ก่อนที่อากิระจะเลี่ยงสายตาหนี..
ต้องเป็นแบบนี้ใช่มั๊ย... ร่างสูงค่อยๆหันหลังกลับช้าๆ ยูยะถลาจะไปเกาะขาชินยะแต่ก็ต้องโดนยูโตะดึงไว้
อากิระได้แต่เฝ้ามองดูแผ่นหลังที่จากไป...
“ ฮือออ... “ เด็กน้อยตะเบ็งเสียงร้องลั่น.. เด็กน้อยที่คิดว่า ตอนนี้ เขาได้สูญเสียพี่ชายคนสำคัญ พี่ชายที่ใจดีที่สุดไปแล้ว ยูโตะดึงร่างเล็กของน้องไว้ ทอดสายตามองแผ่นหลังของชินยะที่ค่อยๆลับสายตาไป
ก้าวเดินของพี่ชินยะดูอ่อนแอ รวดร้าว..

สิ้นเสียงประตูที่ปิดลง ร่างบางทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง โอบกอดน้องน้อยแน่นราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยว ยูยะกอดพี่ชายแน่นแล้วประสานเสียงสะอื้นไห้ เสียงร้องไห้อื้ออึง.. ดังระงมไปทั่วห้อง
“ ฮือออ พี่อากิ... พี่ชินยะไปไหน ” ยูยะร้องไห้เสียงดัง อากิระยิ่งกอดน้องแน่นเข้าไปอีก
“ ไม่เป็นไรนะ.. ฮึก ฮึก เราจะอยู่ด้วยกันนะ..” อากิระกระซิบข้างหูยูยะที่กอดพี่ชายแน่น.. ยูโตะย่อตัวลงแล้วโอบกอดพี่ชายและน้องชายที่ร้องไห้ตัวสั่นไหว น้ำตาที่ไหลอาบแก้มของอากิระและยูยะเรียกน้ำตาไหลคลอดวงตาของยูโตะเช่นกัน อากิระซบใบหน้าลงที่บ่าของยูโตะ... ยูโตะลูบผมของพี่ชายเบาๆ ปลอบหัวใจที่กำลังบอบช้ำอย่างอ่อนโยน ... เสียงร้องไห้ของพี่อากิระและยูยะทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มร้าวไปด้วย
“ ฮึก ฮึก พี่ขอโทษนะ ยูยะ ยูโตะ..”

รักแล้วสินะ รักจนหมดหัวใจ จึงต้องเจ็บปวดแบบนี้...


.
.
.




“ เคตะ เคตะโว้ยยย.. ทางนี้... ” ร่างสูงกวาดสายตามองหาสองเพื่อนรัก... ในสถานีตำรวจ... ยูสุเกะโบกไม้โบกมือกวักเรียกเคตะ ปราดตามองชั่วแวบเดียว เคตะก็รู้ในทันทีว่า ไปมีเรื่องอีกแล้ว ยูสุเกะยังหน้าระรื่นทั้งที่มองเห็นรอยช้ำตามใบหน้าแต่ไกล ที่หนักกว่า คือ.. ชินยะ ที่มีคราบเลือดออกจากมุมปาก สีแดงฉาดป้ายตามแก้มนั่นเป็นทาง ที่คิ้วยังมีรอยแตกของเนื้อที่เลือดแห้งกรังติด ไม่ต้องพูดถึงรอยช้ำ ที่เป็นรอยช้ำสะสม.. มีเรื่องสามครั้งในหนึ่งสัปดาห์ เคตะเดินมาหาเพื่อนรักทั้งสองด้วยใบหน้าที่เครียดจริงจังจนยูสุเกะสะอึก
“ ชินยะ...” สิ้นเสียงของเคตะ ชินยะเงยหน้าสบสายตาเพื่อนรักนิ่ง สายตารวดร้าว เปราะบางอีกแล้ว..



.
.
.

“ มึงช่วยทำอะไรกับมันทีเถอะ อายุแค่นี้ แต่เสือกเมาทุกวัน... แถมมีเรื่องทุกวันอีกด้วย เดินไปชนเขาแท้ๆ ก็ไปหาเรื่องเขาอีก แค่มีเรื่องสองครั้ง เมื่อวานแม่กูก็ด่าจะแย่แล้ว วันนี้ดันมีอีก.. หัวกูคงหลุดเหมือนหมูที่แม่สับแน่ๆ ” ยูสุเกะแกล้งโวยวายขณะพิงหลังที่โซฟาในบ้านของทาจิบาน่า.. เคตะปรายตามองอย่างหมั่นไส้เพราะรู้ดีว่า ยูสุเกะเองก็มีส่วนยุยงเพื่อนด้วย ไม่เคยห้ามปราม มีแต่สนอง
“ ชินยะ แก..” เคตะเอ่ยไม่จบประโยค ชินยะก็พรวดลุกขึ้น ร่างสูงเซเล็กน้อยด้วยความที่ยังไม่ได้สติเพราะพิษแอลกอฮอล์
“ ฉันจะกลับแล้ว ขอบใจนะที่ช่วยเหลือ ” ยูสุเกะอ้าปากค้างกับท่าทีที่เย็นชาของชินยะ ช่วงนี้รอยยิ้มมันหายไปยังไม่พอ แต่เริ่มมีสายตาเย็นชาให้คนรอบข้างเสียแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่า จะมีวันที่ชินยะเป็นแบบนี้ด้วย
“ แกอย่าทำตัวโง่ๆไปหน่อยเลย ! แค่นี้ยังทำตัวย่ำแย่ไม่พอใช่มั๊ย !! “ เคตะเองก็พรวดลุกขึ้น ที่น่าตกใจคือเคตะในตอนนี้ ดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งเสียงตวาดยังดังลั่น จนยูสุเกะสะดุ้ง
ชินยะยืนนิ่งเพียงชั่วครู่แล้วจะเดินหนีออกไป
“ มีอะไรก็บอกพวกกูสิวะ ” ยูสุเกะลุกขึ้น มือหนาดึงรั้งแขนของชินยะเอาไว้
“ ไม่มีอะไรหรอก ขอบใจมาก ยูสุ ” ทิ้งสายตาหมองเศร้าให้เห็นแล้วหันหน้าหนีออกไป

ผลัวะ !!! ชินยะหน้าหันด้วยแรงอัดจากหมัดหนัก เคตะเหวี่ยงหมัดใส่หน้าของชินยะเต็มแรง
“ ไอ้เคะ ! ” สิ้นคำสั้นนั้น ในที่สุด.. น้ำตามันก็ไหลออกมา น้ำตาที่กดเอาไว้ ชินยะหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ยูสุเกะยืนนิ่ง ตั้งแต่คบกับชินยะมาทั้งชีวิต ไม่เคยเห็นชินยะร้องไห้หนักขนาดนี้เลย ร้องไห้เหมือนคนอ่อนแอ ร้องเหมือนคนที่เจ็บช้ำจนไม่อยากมีชีวิตต่อไปอีกแล้ว
“ มีอะไร ชินยะ บอกมา...” เคตะพูดเสียงนุ่มอย่างที่เคย มือหนาเลื่อนไปจับไหล่ของเพื่อนที่เริ่มสั่นเทิ้ม
ปลดปล่อยทุกอย่างออกมา ความเสียใจ ความทุกข์..
“ ชั้น.. ทำอากิระเสียใจ.. เสียใจมากที่สุด.. ฮึก ฮึก ตอนนี้ ชั้นเสียใจมาก.. จนจะไม่ไหวแล้ว ” ชินยะแทบพูดไม่เป็นคำแต่สื่อความเสียใจออกมาให้เพื่อนรับรู้อย่างไม่มีปิดบังจนยูสุเกะเริ่มน้ำตาคลอด้วยความสงสารเพื่อน
ดื่มหนักอย่างไร้สติ เพื่อดับความทุกข์สินะ... เคตะมองหน้าชินยะนิ่งแล้วบีบที่ไหล่ของชินยะเบาๆ
เสียงสะอื้นไห้ของเพื่อนรักดังก้องในสมองของเคตะ และยูสุเกะ
ฉันเสียใจ..


.
.
.






เวลาค่อยๆเลยผ่านไป ทำไมไม่เอาความทุกข์ ความเสียใจของเราไปด้วย...
เรายังคงจมอยู่กับอดีต อดีตที่มีพี่ชินยะ... อดีตที่ยังมีความห่วงใย ความหวังดีของเขาอยู่รอบกาย
ยังอยากที่จะย้อนไปหามัน...

ทั้งๆที่ อดีตไม่เคยจดจำเราด้วยซ้ำ มีเพียงเราที่จดจำมัน และไม่ยอมปล่อยมันไป..

“ อย่าเพิ่งไป.. พี่มีเรื่องจะคุยกับเรา... พี่.. ทาจิบาน่านะ.. “ เคตะร้องเรียกร่างบางที่เตรียมลุกเดินหนีทันทีเมื่อเห็นว่า ประธานนักเรียนเดินดิ่งมาหาเขาซึ่งนั่งอยู่ใต้ร่มไม้แห่งหนึ่ง ร่มไม้ที่เขามักจะมานั่งหลบมุมหลีกหนีทุกสิ่ง นั่งเหมือนใต้ร่มไม้นี่ คงไม่มีใครมารังแกเขาได้
“ ครับ ผมรู้จักพี่ พี่เป็นประธานนักเรียนนี่นา เป็นคนดัง“ อากิระหยุดชะงัก ตอบอย่างสุภาพแต่ยังหันหลังยืนนิ่งให้อยู่... ประธานนักเรียน ทาจิบาน่า เคตะ เพื่อนรักของชินยะ ทานิอุจิ
” ที่จริง ถ้านายนึกดีๆ เรารู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ... “ เคตะเสียงนิ่งด้วยความสุภาพเช่นกัน
“ เห.. “ อากิระค่อยๆหันหลังมา เคตะยิ้มบางให้อากิระ.. คางิโมโต้ อากิระ คนนี้สินะ คนที่เป็นความรักของชินยะ
“ นั่งก่อนสิ.. พี่เคยไปงานวันเกิดเราตอนอนุบาล... ถ้าเราจะจำได้ เราอยู่อนุบาลสอง “ เคตะค่อยๆทรุดตัวลงนั่ง ท่าทีที่สุภาพอ่อนโยนทำให้อากิระรู้สึกไว้ใจและผ่อนคลาย ร่างบางค่อยๆทรุดตัวลงข้างเคตะ
เว้นระยะห่างช่วงหนึ่ง
“ ผมจำไม่ได้หรอกครับ.. “ อากิระตอบเสียงเบา อนุบาลสอง.. ตอนที่เขายังมีทุกสิ่ง .. มีความสะดวกสบาย มีพ่อ .. แม่ ... แต่กาลเวลาค่อยๆพรากทุกอย่างไป แม้แต่ความทรงจำที่สวยงาม เขาก็ไม่อาจเก็บเกี่ยวไว้ได้..
“ แต่มีคนหนึ่งจำได้ เขาจำนายแม่น ไม่เคยลืมเลย ชินยะมันก็ไป...
ตลกดี มันวิ่งมาหาพี่แล้วบอกว่า นางฟ้าๆ พี่ก็หัวเราะใส่มัน คิดว่าชินยะเป็นเด็กอนุบาลบ้าบอ...
แล้วมันก็ชี้ไปที่เด็กคนหนึ่ง... 55 “ เคตะหัวเราะเบาๆ นึกถึงชินยะในตอนนั้น เพื่อนรักของเขา.. เคตะสบสายตาที่ฉายแววสงสัยของอากิระแล้วยิ้มน้อยๆ
“ เด็กคนนั้นก็คือ อากิระ คางิโมโต้... ไม่รู้สิ ตอนนั้น พี่คิดว่า ชินยะมันแก่แดด แต่... มันทำหน้าจริงจังมาก.. ใช่.. คนนั้น คือ นาย..” เคตะมองหน้าอากิระที่ดูเหมือนตกใจแต่ก็พยายามปกปิดการแสดงออกนั้น

“ ชินยะมันยืนนิ่งเงียบ มองนายไกลๆ เนิ่นนาน... มันพูดว่า ฉันจะแต่งงานกับนางฟ้าคนนั้น... ฉันจะดูแลเขาเอง...
มันพูดด้วยสีหน้าที่มั่นใจมาก ในแววตามันมุ่งมั่นสุดๆ ... พี่ไม่เคยเห็นมันทำหน้ามุ่งมั่นขนาดนั้นเลยตั้งแต่วันนั้นมาจนมันโตขึ้น...
ตอนนั้น พี่บอกมันไปว่า... นั่นเด็กผู้ชายนะชินยะ... มันตกใจไปเลย... แต่ก็หันกลับมามองหน้าพี่ว่า ฉันรักนางฟ้าคนนั้น... ชีวิตเป็นเรื่องตลกนะ.. ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เกิดในวันนั้น ... กับวันนี้... “
เคตะถอนหายใจ อากิระเหม่อมองออกไปยังสนามหญ้าข้างหน้า... ทบทวน สับสนในสิ่งที่ได้ยิน

“ มันไม่เคยบอกกับนาย แก้ตัวกับนายว่า มันไม่ได้ตั้งใจเลยใช่มั๊ย... ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะว่ามันตั้งใจ ทุกอย่างที่ทำให้นาย มันตั้งใจหมด ...
ทุกวัน หลังจากที่มันไปส่งนาย มันมาหาพี่ทุกวันเลย ... มาพร้อมกับหน้าเศร้าๆ ... มันห่วงนายมากที่สุดในชีวิต... ถึงขนาดบอกว่า จะลักพาตัวนายมาอยู่บ้าน จะดูแลนายกับน้องๆเอง.. 55 เรื่องตลกที่นายคงไม่ยอม.. ” เคตะปรายสายตามองอากิระที่นิ่งเงียบ แต่เขามั่นใจว่า อากิระรับรู้ในทุกคำพูดที่เขาได้ยิน


สายลมพัดผ่าน ... ผ่านความสับสนภายในใจของคนคนหนึ่ง อากิระนิ่งเงียบไร้การตอบรับ
เสียงทุ้มต่ำของเคตะดำเนินไปเรื่อยๆ..
“ ตอนเริ่มพนันเกมส์ พี่รู้แต่แรกแล้วว่า ชินยะคงไม่เล่นด้วย เพราะ ไม่จำเป็นอะไรเลย.. แต่ตอนนั้น พี่เห็นสายตาของมันจับจ้องไปที่คนๆหนึ่ง... มันตกใจมาก...ในแววตาของมันสับสนไปหมด ทั้งดีใจ ปวดร้าว ประหลาดใจ.. สายตาที่มันมองไปที่นายตอนนั้น เจอนายอีกครั้ง.. แล้วมันก็เลือกนาย... มันเลือกเพราะเป็นนาย.. “

“ พี่บอกนายทุกอย่างเท่าที่รู้ ยกเว้นเรื่องหนึ่งซึ่งในตอนนี้ นายคงรู้แล้ว...
รู้สึกใช่มั๊ย ถึงคำว่า รัก.. ของผู้ชายที่ชื่อ ชินยะ ทานิอุจิ..
รักที่มีให้นาย นายเพียงคนเดียว... ”

“ ฮึก ฮึก ...” คำตอบรับของอากิระเป็นเพียงเสียงสะอื้นไห้ เคตะยิ้มน้อยๆแล้วสัมผัสที่ไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆ




รักของ ชินยะ ทานิอุจิ มีให้นายเพียงคนเดียว.. อากิระ


.
.
.




ท้องฟ้ามีแดดจ้าเหมือนเคย สีฟ้าโปร่งสะท้อนเข้ามาในดวงตา
ปุยเมฆขาวนวลล่องลอยช้าๆสบายตา...
เคยรู้สึกแบบนั้น... แต่ตอนนี้ไม่อีกแล้ว
ทุกอย่างพร่ามัวเมื่อมองผ่านดวงตาที่กำลังมีน้ำใสไหลคลอ
ทุกอย่างมืดมน หดหู่ เมื่อรับรู้ด้วยหัวใจที่ปวดร้าว..

ร่างสูงหลับตาลง.. น้ำตาไหลรื้นออกมาจากปลายหางตา...
ชินยะหัวเราะตัวเองเบาๆ อ่อนแออีกแล้วชินยะ อากิระไม่เคยร้องไห้เลยนะ..
อากิระยังเข้มแข็ง แม้ว่า จะโดนทำร้ายจิตใจจากใครหลายคน แม้กระทั่งนาย..






พรึ่บ.. เสียงสิ่งของที่ดูเหมือนหนังสือวางลงข้างตัว และร่างของคนที่ไม่ได้รับเชิญทรุดตัวลงข้างๆ ร่างที่นอนทอดยาวบนพื้นแข็งของชั้นดาดฟ้าของโรงเรียน
ชินยะลืมตาขึ้นในทันทีแล้วก็ต้องเบิกกว้างมากขึ้นไปอีกด้วยความตกใจ..
อากิระเปิดสมุดวางลงบนกระเป๋าหนังที่วางบนตักแล้วมือเรียวนั่นก็ขยับปากกาขึ้นลง
ง่วนกับธุระของตนเองเหมือนเคย ... ลอกการบ้าน
ชินยะจับจ้องที่ใบหน้าสวยอย่างประหลาดใจ

เหมือนฝัน..
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ อากิระก็ยังลอกการบ้านต่อไปโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา
กับชินยะที่จับจ้องมองกิริยาของอากิระทุกอาการ ลมอุ่นพัดผ่านผมสีน้ำตาลอ่อนพลิ้วไหว บางครั้งอากิระก็ยกมือมาปัดผมที่ปรกหน้าออก เปิดเผยแก้มเนียนใส.. ชินยะยังมองที่ใบหน้าสวยนั่นไม่วางตา อากิระที่เห็นในตอนนี้ นุ่มนวลและทำให้หัวใจสั่นไหวเหลือเกิน
“ เลิกมองแบบนี้ได้แล้ว.. ทำไมพี่ต้องเอาแต่จ้องมองคนอื่นนะ “ แล้วเสียงนุ่มก็หลุดออกมา อากิระหันมาสบสายตา มองอย่างดุๆชั่วแวบแล้วหันกลับไปลอกการบ้านต่อ
“ ก็ ก็... แล้วนายทำอะไร..” ชินยะตะกุกตะกัก อากิระหัวเราะเบาๆ
“ ทำการบ้านของคนอื่น คนที่ไม่สนใจเรียน ” อากิระมีน้ำเสียงติเตียน แต่สีหน้าก็ดูเหมือนทำด้วยความเพลิดเพลิน
” ทำของคนอื่นอีกแล้ว คราวนี้ของใคร บอกพี่มา “ ชินยะเริ่มมีน้ำโห ยันตัวขึ้นในทันที ช่วงนี้เขาไม่ได้อยู่กับอากิระมีคนแกล้งอากิระอีกแล้วหรอ
“ เอ่อ ก็เป็นของคนที่ไม่ยอมเข้าเรียน โดดมาทำใจบนดาดฟ้านี้ทุกวัน ตกเย็นก็ออกไปดื่มเหล้า ทะเลาะวิวาทกับคนอื่น ตกดึกก็นอนร้องไห้ ของ.. ทานิอุจิ ชินยะน่ะครับ..” เสียงนุ่มและยิ้มหวานละมุนของอากิระ อีกทั้งถ้อยคำที่ได้ยินทำให้ชินยะอึ้ง
“ ....... “ อากิระวางปากกาลงแล้วหันมาหาชินยะที่นั่งนิ่ง
“ พี่ชินยะ ร้องไห้เหรอครับ.. พี่เคตะบอกว่า พี่ชินยะทำตัวอ่อนแอ โทษตัวเอง ... “ อากิระหันมาสบสายตาของชินยะนิ่ง สายตาที่ต่างประสานกันอย่างมีความหมาย เรา.. กำลังกลับมาใช่มั๊ย.. กลับมาหากัน
“ อากิระ ... “ ชินยะตอบรับเสียงแผ่วเบา ช่วงเวลาที่ผ่านมา มันย่ำแย่ที่สุดในชีวิตเลย
“ ถ้าพี่ยังทำตัวแบบนี้อีก ผมขอบอกว่า ผมผิดหวังในตัวพี่มาก พี่เป็นกำลังใจให้ผมเข้มแข็ง อดทน
แต่พี่กลับอ่อนแอเสียเอง.. ผมจะไม่มาใกล้พี่อีกเลย “ อากิระทำหน้าดุ แถมเสียงยังฟังดูเหมือนขู่ด้วย
“ ก็ดีแล้ว อย่ามาใกล้ คนโกหกอย่างพี่เลย ดีแต่ทำให้นายเสียใจ “ ชินยะหน้าสลดทั้งน้ำเสียงยังทำให้คนฟังหดหู่นัก
” อ่า แบบนี้ไม่สมกับเป็นพี่เลย.. ” มือนุ่มหยิกเข้าที่แก้มของชินยะด้วยความหมั่นไส้จนชินยะร้องโอ๊ย
“ อากิระ ไม่เกลียดพี่ คนที่โกหก หลอกลวงหรอ “ ใบหน้าเศร้าสร้อยของชินยะทำให้อากิระชะงัก ชินยะเอื้อมมือกุมมือนุ่มของอากิระที่จับอยู่แก้มของชินยะในตอนนี้ กุมมือนุ่มนั้นแน่น.. อยากที่จะยึดเหนี่ยวมือนี้ไว้ตลอดไป
“ เพราะรัก.. ละมั้ง ถึงมองข้ามทุกสิ่ง เพราะรัก.. ทุกอย่างจึงไม่สำคัญอะไร “ อากิระเลื่อนฝ่ามือนุ่มประคองใบหน้าของชินยะให้เงยขึ้นมาสบตา... สัมผัสนุ่มนวลที่ลูบไล้ที่เรียวคางเบาๆนั่นและคำที่ได้ยิน จากใบหน้าของคนที่เขารักและดวงตาที่เคยเศร้าสร้อย ในตอนนี้ฉายแววแห่งความดีใจ นอกจากรอยยิ้มละมุนของชินยะที่กลับมาแล้ว ยังมีรอยยิ้มในดวงตานั่น...
เพราะได้ยินคำว่า รัก ... เพราะรัก..
ในดวงตาของทั้งคู่รื้นด้วยน้ำใส
ชินยะดึงร่างนุ่มเข้ามากอด แนบแก้มเข้าที่แก้มนุ่มของอากิระ กดแก้มแนบชิดสัมผัสบางเบา..ความอบอุ่นจากความรักที่มีให้ถ่ายทอดผ่านสัมผัสนี้... สัมผัสที่มีความหมาย
อากิระเริ่มหลั่งน้ำตา.. เมื่อความอบอุ่นได้เริ่มถ่ายทอดเข้ามาภายในจิตใจ
ชินยะเองก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้..
“ ขอบคุณพี่มากเลยนะครับ ฮึก ฮึก ที่เข้ามาเป็นแสงสว่างในชีวิตของผม” อากิระโอบวงแขนเรียวกอดแล้วซุกใบหน้า ร้องไห้ในอ้อมอกของชินยะ
“ ใครบอก... ฉันต้องขอบคุณนายต่างหาก พอไม่มีนาย ชีวิตของชั้นมืดมนไปหมดเลย ทุกอย่างรอบข้างมันเลวร้ายไปหมด ลมบนนี้ที่เคยพัดผ่านเราสองคนเวลาอยู่ด้วยกัน จากที่เคยอุ่น มันกลับเย็น.. นายเป็นแสงสว่างของชั้น เราเป็นแสงสว่างของกันและกัน “ คำพูดที่ได้ยินยิ่งทำให้อากิระหลั่งน้ำตา.. พ่อครับ แม่ครับ.. ตอนนี้ ผมมีความสุขที่สุดเลยครับ อยากให้พ่อแม่รับรู้และยินดีกับเรา..


ยิ่งคนรักตัวสั่นไหวมากเท่าไหร่ ชินยะยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นเข้าไปอีก
ชินยะฝังใบหน้าคมลงที่ซอกคออ่อนนุ่มของอากิระ ปิดเปลือกลงช้าๆ
สิ่งที่รับรู้ในตอนนี้ คือ กลิ่นหอมกรุ่นจากเส้นผมของอากิระ ความอุ่น อ่อนนุ่มจากร่างกายของอากิระ
และรักที่เรามีให้กัน

“ ฮึก ฮึก .. กอดผมตลอดไปเลยนะครับ.. “
“ พี่จะกอดอากิระ และอยู่ข้างอากิระตลอดไป... “


“ รักคางิโมโต้ อากิระ.. นะ ..” ชินยะกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างหู น้ำใสไหลรื้นออกมาจากดวงตาคู่สวยไม่หยุด น้ำตาแห่งความดีใจ... น้ำตาแห่งรัก








.... ขอบคุณเกมส์พนันนั้น ที่ทำให้เราได้รักกัน...

............... ขอบคุณเราสองคน... ที่รักกัน........



 



 

 

 

 

 

Free Web Hosting