:: Happy Together ::
Couple : Shinya x Keita
Author : Nori_Nari
ในค่ำคืนคริสต์มาสที่หนาวเหน็บของกรุงโตเกียว หิมะที่โปรยปรายลงมาทำให้ทุกอย่างเป็นสีขาวโพลน
ดูเหมือนจะทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างมีความสุข และนึกถึงการเฉลิมฉลอง
แต่ไม่ใช่ทุกคน
.
หลังจากที่แสดงจบภายใต้แสงไฟสีชมพู ชายหนุ่มร่างเล็กที่สะกดผู้ชมบนเวทีเมื่อครู่
ก็เดินกลับเข้าในห้องแต่งตัว ด้วยสีหน้าเรียบเฉย กิริยาที่แสดงออกไปบนเวทีเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็ว เค้าเปลี่ยนชุดทำงานเป็นเสื้อผ้าปรกติก่อนจะเดินออกหลังร้านไปอย่างโดดเดี่ยว ย่ำบนพื้นสีขาว
มีหิมะที่ตกอยู่เป็นเพียงเพื่อนรวมทางเท่านั้น
เด็กหนุ่มยังคงก้าวเดินไปเรื่อยเพื่อให้ถึงที่พักโดยเร็ว ในเป้ของเขามีทิปที่วันนี้แขกให้อยู่มากพอควร
แขกที่มีตัณหามากพอๆ กับเงินในกระเป๋า
แขกที่พอใจกับท่าทางเร่าร้อนและเสื้อผ้าน้อยชิ้นของเค้าเมื่ออยู่บนเวทีเปลื้องผ้านั่น
ฟุรุยะ เคตะ คนนี้ชาชินเสียแล้ว
.
ในที่สุดก็ถึงห้องสักที T-T เด็กหนุ่มตาโตลูบคลำประตูห้องตนเองอย่างบ้าคลั่ง
- -
ขอโทษอ่ะ ฮิโรกิ ถ้าไม่ใช่เพราะชั้นหลงโตเกียว
นายกับอากิระก็คงถึงบ้านนานแล้ว - - เด็กหนุ่มร่างสูงอีกคนบอกเพื่อน
ใบหน้าคมเข้มของเขาบ่งบอกว่าเขารู้สึกผิดจากใจจริง
ไม่เป็นไรหรอก ชินยะ นายมาโตเกียวเป็นครั้งแรกนี่นา
ฮิโรกิก็เวอร์ไป แล้วนี่มัวแต่ลูบคลำประตู แล้วมันจะเปิดออกมาไหม -*- คากิโมโต้ อากิระเปลี่ยนโทนเสียงทันทีเมื่อพูดกับคนรักของตน
ชินยะได้แต่ขำกับท่าทางของทั้งคู่ ถึงทั้งคู่จะไม่เหมือนกันเลย แต่สำหรับเค้า ถือว่าเป็นคู่ที่น่ารักมากๆ
เมื่อประตูห้องเปิดออก ฮิโรกิกับอากิระก็ช่วยขนกระเป๋าเสื้อผ้าของเค้าเข้าไปในห้องก่อน
ชินยะยืนมองสองคนนั้นอย่างตื้นตันและเต็มไปด้วยความสุข
สำหรับเค้าแล้ว นาคาโดอิ
ฮิโรกิเปรียบเสมือนเพื่อนสนิทที่สุดของเค้าในโอซาก้า แต่เพราะว่าอีกฝ่ายต้องมาเรียนในเมืองจึงต้องห่างกันไป
เค้าถือว่าเป็นโชคดีที่ได้มาเรียนต่อที่โตเกียวและมาเจอเพื่อนเก่าอีกครั้ง แถมฮิโรกิยังเสนอให้เช่าห้องอยู่ด้วยกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย
และอีกอย่างเมื่อเค้ายิ่งเห็นเพื่อนสนิทเป็นฝั่งเป็นฝาก็ย่อมดีใจเป็นธรรมดา ^
^
ชินยะ แกรีบเข้าห้องดิวะ จะเปิดอ้าไว้ทำไม -*- ฮิโรกิตะโกนเสียงดังออกมา ทำเอาชินยะสะดุ้ง ร่างสูงยิ้มเขินๆ
ขณะที่เค้าจะเดินเข้าห้องนั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คนห้องข้างๆ กลับมาพอดี
.ชินยะหวังที่จะหันไปทักทายกับเพื่อนบ้าน แต่เด็กหนุ่มร่างเล็ก หน้าตาสวยคนนั้นไม่ได้แม้แต่ชายตามองเค้าเลยสักนิด
ร่างสูงรู้ตัวอีกทีประตูห้องข้างๆ ก็ปิดลงเสียแล้ว ชินยะได้แต่ยักไหล่อย่างไม่คิดอะไรก่อนจะเข้าห้องไป
.
..
หลายวันผ่านไป ชินยะเริ่มคุ้นเคยกับโตเกียวมากขึ้น
เรื่องโรงเรียนก็ติดต่อเรียบร้อย เรื่องงานพิเศษก็ได้แล้วเพราะฮิโรกิช่วยหาให้
ด้วยเหตุนี้ ร่างสูงจึงอยากตอบแทนอะไรบ้าง
บ่ายวันนี้เป็นโอกาสเหมาะเพราะเจ้าของห้องไม่อยู่ เค้าจึงเริ่มทำความสะอาดห้องครั้งยิ่งใหญ่
ชินยะนำผ้านวมไปผึ่งแดดที่ระเบียง พร้อมกับตีไล่ฝุ่น แต่ก็ต้องสำลักกับควันบุหรี่ที่ลอยมาจากห้องข้างๆ
ชินยะหันไปมองที่มาของควัน ในวินาทีนั้น
ร่างสูงถึงกับตกอยู่ในภวังค์
ร่างเล็กหน้าตาสวย
ในชุดเสื้อแขนกุดสบายๆ ดูน่ารัก ช่างขัดกับบุหรี่ที่กำลังสูบด้วยสีหน้าเรียบเฉยเสียจริง
เขาตะลึงอยู่ได้ไม่นานก็สำลักควันอีกครั้ง คราวนี้ อีกฝ่ายหันมามองร่างสูง ดับบุหรี่
แล้วเดินกลับเข้าห้องไป
.
ถึงอีกฝ่ายจะทำท่าทีแบบนั้น แต่ชินยะก็นึกขอบคุณ
เพราะเค้ารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนเลวร้าย ไม่อย่างนั้นคงยังสูบบุหรี่ต่อเป็นแน่
เค้ายิ้มเล็กๆ กับความมีน้ำใจนั้น แล้วทำธุระของตนต่อ
เคตะเดินกลับเข้ามาในห้อง บุหรี่ที่ยังไม่หมดมวนถูกโยนไว้บนโต๊ะกองกับของอื่นๆ
ร่างเล็กเดินเข้าไปในครัว กดน้ำร้อนใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อเป็นอาหารดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา
ระหว่างนั้นอยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังโวยวายอยู่ข้างนอก พร้อมทั้งเสียงเคาะประตูห้องเค้ารัวๆ
ช่วยด้วยๆ ไฟไหม้ๆ ช่วยดับไฟด้วย~~~~~ เคตะรีบวิ่งไปเปิดประตูพบชายหนุ่มร่างสูง
ผิวเข้มกำลังพูดอย่างลุกลี้ลุกลน เหงื่อผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า ร่างเล็กวิ่งตามอีกฝ่ายไปยังห้องถัดมา
ซึ่งเต็มไปด้วยควัน ตรงมุมห้องครัว เค้าเห็นเป็นไฟไหม้อยู่
เคตะและชายหนุ่มเจ้าของห้องรีบช่วยกันดับไฟ และในที่สุดก็สำเร็จ
..
เมื่อไฟมอด และควันเริ่มจางหายไป เคตะจึงเห็นสิ่งที่เป็นต้นเหตุของความโกลาหลครั้งนี้
.เค้ามองมันอย่างงงๆ
. หม้ออยู่บน..เตาถ่าน
เอ่อ
ขอบคุณมากเลยนะครับ ชายหนุ่มผิวเข้มกล่าวพร้อมโค้งให้จากใจจริง เคตะพยักหน้านิดๆ รับโค้งนั่น เมื่อหมดธุระแล้ว
เค้าก็จะกลับห้องของตนแต่ชายหนุ่มเจ้าของห้องกลับรั้งแขนเค้าไว้
เอ่อ .. คือว่า ผม..อืม
ชายหนุ่มหยุดพูด
ทำท่าครุ่นคิดก่อนจะ ชี้ไปที่เตาไฟในครัว จากนั้นก็ชี้ไปที่เตาถ่านแล้วตามด้วย
หม้อของเค้า แล้วส่ายหัว เคตะมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไรกันแน่
ไม่เข้าใจ ชั้นไปหละ ร่างเล็กไม่ต้องการเสียเวลากับเรื่องไร้สาระนี่
.งี่เง่าจริงๆ
อ้าว นายพูดได้หรอกเหรอ !! ไม่ได้เป็นใบ้เหรอ ?!? อีกฝ่ายพูดออกมาอย่างตกใจ ทำเอาเคตะฉุนกึก นี่มันประชดเค้าชัดๆ เลยนี่
อุตส่าห์มาช่วยแล้วยังพูดแบบนี้อีก! เคตะหันหลังแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองทันที
อีกฝ่ายเห็นดังนั้น ก็รีบเดินตามร่างเล็กไป
นี่ นายเป็นอะไรอ่ะ โกรธอะไรชั้นรึเปล่าเนี่ย ชายหนุ่มผิวเข้มถามออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียด ร่างเล็กส่ายหัวประมาณว่า ช่างมันเหอะ
ก่อนจะเดินกลับห้องไป
เคตะเดินกลับเข้าห้องของตนอีกครั้ง ด้วยเนื้อตัวสกปรกมอมแมม
เค้าเข้าห้องน้ำจัดการทำความสะอาดตัว แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูห้องเค้าอีกครั้ง ร่างเล็กไม่สนใจแต่เสียงเคาะนั้นก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆ
เหมือนกัน เค้านำผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างอย่างหลวมๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู
มีอะไรอีกหละ เจ้าของห้องถามอย่างเซ็งๆ กับร่างสูงที่เพิ่งทำเรื่องงี่เง่าไปเมื่อครู่
เอ่อ
คือว่า ชั้นชื่อ ทานิอุจิ ชินยะ นะ
เพิ่งเข้ามาอยู่กับ นาคาโดอิ ฮิโรกิห้องข้างๆ นายน่ะ พูดเสร็จแล้วยิ้มให้
อืม
. ร่างเล็กเอ่ย เพื่อบอกว่ารับรู้ แล้วทำท่าจะปิดประตู
เดี๋ยวก่อนสิ แล้วนายหละ ชื่ออะไรเหรอ ร่างสูงดันประตูเอาไว้ไม่ให้ปิด
เคตะเริ่มเบื่อหน่าย จึงปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้อง พูดซะให้พอ ระหว่างนั้น เค้าก็หาเสื้อผ้าใส่ไปด้วย
เมื่อกี้ขอบคุณมากเลยนะ ถ้าไม่ได้นาย ชั้นคงแย่ เอ่อ
ทานิอุจิ ชินยะหยุดพูดไป หน้าที่คมเข้มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ตาหลบต่ำลงพื้นทันที
เมื่ออีกฝ่ายปลดผ้าขนหนู แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าของเขา โดยไม่มีทีท่าเขินอายแม้แต่น้อย
..
เอ่อ
.คือ เมื่อกี้ชั้นเห็นตามตัวนายมีแผลอยู่
ชั้นเลยเอากล่องยามาให้ เอ่อ
ถ้านายแต่งตัวเสร็จ
แล้วเดี๋ยวชั้นทำแผลให้นะ ชินยะยังคงพูดตะกุกตะกัก ก็แม้แต่ฮิโรกิเองยังไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าเค้าเลยนี่นา
><
ขอบใจสำหรับกล่องยา แต่เดี๋ยวชั้นทำแผลเองได้ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว
ร่างเล็กพูดอย่างไม่ใส่ใจกับท่าทางและความห่วงใยของร่างสูงสักเท่าไหร่
เค้าเดินเข้าไปในครัวกินบะหมี่ที่เค้าต้มไว้เมื่ออนานมาแล้ว
นายก็กลับไปได้แล้ว ชั้นต้องไปทำงานต่อ
ส่วนกล่องยาวางไว้ตรงนั้นแหละ ทำแผลเสร็จ แล้วชั้นจะเอาไปคืน เคตะบอกกับอีกฝ่าย ชินยะพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทำตามที่ร่างเล็กบอก ก่อนจะออกจากห้องไป
.ห้องของร่างเล็กที่คิดว่าน่าจะน่ารักเหมือนกับหน้าตา แต่ภายในห้องกลับดูหมองหม่นเหมือนแววตาและท่าทาง
.
ชินยะไม่เข้าใจเลยว่า คนคนหนึ่งจะดูเฉยชาขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
ช่วงเย็นวันนั้น หลังจากฮิโรกิกลับมาถึงห้องและตกใจกับสภาพห้องครัวที่เป็นรอยไหม้รอบๆ
โดยมีชินยะ ยิ้มแหยๆ อยู่ข้างๆแล้ว
เจ้าของห้องตัวจริงก็บอกให้เพื่อนรักรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะเดินทางไปที่ร้านอาหารซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเค้าจะทำงานพิเศษกันทุกวันหลังเลิกเรียนจากนี้เป็นต้นไป
..
ชินยะ แกก็จริงๆ เลยนะ แค่จะใช้เตาก็ยังทำไม่เป็น -*-
แถมพกเตาถ่านมาจากโอซาก้าอีกต่างหาก ฮิโรกิบ่นอุบอิบระหว่างทาง
ชินยะได้แต่ยิ้ม ทั้งเขิน ทั้งรู้สึกผิด = =
ก็ที่บ้านชั้น มันไม่มีอะไรที่สำเร็จรูปขนาดในเมืองนี่นา ชินยะพูดแก้ตัวไป แทนที่วันนี้จะทำให้ฮิโรกิยิ้มออก
เค้ากลับทำให้ห้องของเพื่อนรักเลอะแทน
ช่างเหอะ มันก็ไม่ได้เป็นไรมาก แกไม่ได้ตั้งใจด้วย
ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไม่ต้องเดินแล้วด้วย เพราะร้านนี้จะเป็นร้านที่เราจะทำงานพิเศษกัน
^ ^ ฮิโรกิเดินมาถึงหน้าร้านอาหารร้านหนึ่งที่สะอาดสะอ้าน
ตกแต่งอย่างสวยงาม แถมยังมีลูกค้าอยู่มากพอดู ชินยะมองสำรวจดูร้านที่ต่อจากนี้ไปต้องมาทำงานอย่างสนอกสนใจ
เค้ามองไปเรื่อย แต่แล้วสายตามาสะดุดกับเด็กเสิร์ฟร่างเล็กคนหนึ่งที่ยืนรับออเดอร์อยู่ที่โต๊ะมุมห้อง
ใบหน้าสวย ที่ยังคงไร้รอยยิ้ม
ดวงตากลมที่เต็มไปด้วยความชินชา
เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างห้องคนนั้น
.
++++++++++++++++++++++++++++++
หลังจากที่ฮิโรกิพาชินยะเข้าไปฝากเนื้อฝากตัวกับคุณลุงเจ้าของร้านแล้ว
ทั้งคู่ก็เปลี่ยนยูนิฟอร์มแล้วเริ่มทำงาน ชินยะทำงานในร้านอย่างขยันขันแข็ง อีกทั้งเค้าอัธยาศัยดีและจริงใจ
ทำให้เค้าเข้ากับคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย ยกเว้นอยู่ 1 คน ที่ยังไงก็ไม่ยอมมาทักเค้าซักที
.
ตลอดเวลาที่อยู่ในร้าน ร่างสูงพยายามหาทางเข้าไปคุยกับเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างห้องพัก
เค้าคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะยังมองไม่เห็นเค้า ไม่อย่างนั้นคงเข้ามาคุยด้วยเป็นแน่ทีเดียว
นี่ ชินยะ หมดกะแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเหอะ
เดี๋ยวชั้นต้องไปเที่ยวกับอากิจังต่อด้วย ลัลล้า~ >.< ฮิโรกิเดินเข้ามาบอก ก่อนจะชวนกันไปเปลี่ยนชุดกลับ ในห้องพนักงานหลังร้าน
อ้าว แล้วชั้น จะกลับบ้านยังไงอ่ะ ชินยะถามงงๆ
ระหว่างเปลี่ยนที่เปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะเค้ารู้ว่าฮิโรกิไม่ยอมให้เค้าไปเป็นก้างเป็นแน่
ก็กลับเองดิ .. อย่าบอกนะ ว่ายังจำทางกลับไม่ได้ -*- ฮิโรกิพูดขึ้นมาอย่างหัวเสีย ลืมสนิทว่าชินยะเป็นคนที่จำทางไม่เคยได้เลยตั้งแต่เด็ก
แล้วแบบนี้ เค้าจะทำยังไงดีละเนี่ย
..
จังหวะนั้นเอง ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ชินยะจำคนๆ
นี้ได้ทันที เค้ารีบวิ่งไปหาทั้งที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย เสื้อก็ยังไม่ได้ใส่ -
-
หวัดดี นาย
อ้อ ฟุรุยะ เคตะ ^ ^ ร่างสูงเหลือบไปมองป้ายชื่อที่ติดอยู่ก่อนจะยิ้มออก
ในที่สุดก็ได้รู้จักชื่อซักที แต่แล้วก็ต้องหันหลัง เมื่ออีกฝ่ายยังคงหน้าไม่อาย เปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าเค้าอีกเป็นครั้งที่
2
คือว่า เดี๋ยวชั้นขอกลับบ้านด้วยได้ไหม
พอดีเพื่อนชั้นต้องไปที่อื่นต่อ แล้วชั้นเองก็ยังจำทางไม่ค่อยได้หน่ะ
.. เอ่ยถามอย่างเกรงๆ เหลือบมองอีกฝ่ายเผื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว
ชั้นต้องไปทำงานที่อื่นต่อ พอแต่งตัวเสร็จ
เคตะก็สะพายกระเป๋าเป้ เดินออกจากประตูไป แต่ชินยะวิ่งตามออกมาฉุดรั้งเอาไว้
ทั้งที่ยังเปลือยท่อนบน ทำให้ทั้งพนักงานคนอื่น ลุงเจ้าของร้านรวมทั้งลูกค้า
ต่างพากันตกอกตกใจและหน้าแดงกับหุ่นล่ำ ผิวสีเข้มของชินยะไปตามๆ กัน
>.<
เอ่อ
เคตะรอแป๊ปนึงนะ เดี๋ยวชั้นไปกับนายแหละ
แป๊ปเดียวๆ แป๊ปเดียวจริงๆ อย่าพึ่งหนีกลับนะ รอแป๊ปป~~ ร่างสูงพูดย้ำๆ
ทั้งที่ยังเขินอายที่ตัวเองออกมาจากห้องพนักงานในสภาพนั้น ส่วนเคตะก็ออกจะเซ็งกับความเปิ่นของคนบ้านนอกคนนี้
-*- เค้ายืนรออยู่พักนึง ชินยะก็ออกมา แถมยังรีบลากร่างเล็กให้ออกไปจากร้านด้วยกัน
นั่นเพราะยังมีสายตาอีกหลายคู่ที่มองมาทางชินยะอย่างโลมเลีย
เออ
มีเพื่อนใหม่แล้วทิ้งกรุเลยนะเว่ย -*-
ไอ้แป๊ะบ้านนอก ฮิโรกิที่ยังคงแต่งตัวเพื่อให้หล่อเนี๊ยบอยู่ในห้องพนักงาน
บ่นอุบอิบอยู่คนเดียวด้วยความไม่พอใจ
.แต่บ่นไป
.ก็ไม่มีใครได้ยินอยู่ดี
-*-
ชินยะเดินตามแผ่นหลังเล็กนั้นไปเรื่อย ทั้งที่เค้าเองก็ยังไม่รู้ว่าเคตะจะไปทำงานต่อที่ไหน
เค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ร่างเล็กจำได้รึเปล่าว่ามีเค้าเดินอยู่ด้วยเป็นเพื่อน
นี่ เคตะ เดี๋ยวจะไปที่ไหนเหรอ ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นมา
หลังจากที่เคตะพาเค้าเดินผ่านทั้งย่านร้านค้า ย่านวัยรุ่น แต่ก็ยังไม่มีท่าทีจะถึงที่หมาย
ในที่สุด ร่างเล็กก็หยุดเดินแล้วชี้ให้ดูที่ถนนฝั่งตรงข้ามที่สภาพต่างกับที่อื่นๆ ถนนที่ทุกร้านยังไม่เปิด
ถนนซึ่งแทบทุกร้านมีไฟสีชมพู
ชั้นทำงานอยู่ที่นั่น เคตะชี้ไปที่ร้านใหญ่ร้านหนึ่ง
มีกระจกดำปกปิดด้านนอก ทำให้ไม่สามารถมองเห็นภายในได้ ชินยะอ่านป้ายชื่อร้านแล้วเค้าถึงกับหยุดชะงัก
.. Lover Acoco
..
หิมะจากฟากฟ้าเริ่มตกโปรยปรายลงมา ภาพเด็กหนุ่มเดินข้ามถนนไปยังร้านเปลื้องผ้าโดยที่สีหน้ายังคงเรียบเฉย
ทำให้รอยยิ้มของชินยะหายไป
ความอบอุ่นในจิตใจของร่างสูงแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บ ไม่ว่าเคตะจะทำงานอะไรในนั้นก็ตาม
เค้าก็ถือว่ามันร้ายแรงสำหรับเด็กหนุ่มที่อายุเท่านี้
นี่ ยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบข้ามถนนมาสิ !! เสียงตะโกนของเคตะทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้ง
ชินยะเดินข้ามถนน แต่ละก้าวที่เดินเข้าไปใกล้ร่างเล็ก ยิ่งทำให้เค้ากังวล ไม่รู้ว่าจะทำสีหน้าเช่นไร
เป็นอะไรไป ถ้ารังเกียจก็กลับไป ชั้นไม่ว่าอะไร เคตะจ้องหน้าร่างสูงที่ทำสีหน้าแปลกๆ ชินยะรีบส่ายหน้าปฏิเสธในทันที
งั้นรีบเข้าหลังร้านกันเหอะ หนาวจะตาย ร่างเล็กพูดเหมือนปกติ
เค้ารีบเดินนำหน้าไป โดยไม่อธิบายอะไร ไม่บอกว่าทำไมถึงทำงานที่ร้านเปลื้องผ้า ไม่บอกว่าทำงานอะไร
ชินยะเองก็ไม่กล้าเอ่ยถาม เค้าคิดปลอบใจตัวเองว่าบางที เคตะอาจจะเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเฉยๆ
ก็ได้
ไม่เห็นเป็นไรเลย
เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านเปลื้องผ้าเท่านั้นเอง
เคตะพาชินยะเดินอ้อมเข้ามาในซอยเล็กๆ ซึ่งเป็นด้านหลังของ Lover
Acoco ร่างสูงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เด็กหนุ่มข้างๆ
อาจจะเต้นเปลื้องผ้าก็เป็นได้ แต่แล้วยังไงหละ เค้าจะตัดสินคนที่เพิ่งรู้จักได้เชียวเหรอ
เค้าไม่ให้นายเข้า ร่างเล็กออกมาบอกหลังจากที่เข้าไปถามผู้จัดการร้าน
ชินยะพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตัวเค้าเองก็ไม่อยากเข้าไปอยู่ในนั้นสักเท่าไหร่
.ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม
งั้นชั้นรออยู่ข้างนอกจนกว่างานนายจะเสร็จก็ได้ ชินยะบอก พร้อมทั้งยิ้มให้
นายได้แข็งตายก่อนน่ะสิ เดี๋ยวชั้นนั่งรถเมล์ไปส่งนายดีกว่า
เคตะกล่าว เตรียมเดินนำ แต่ชินยะจับแขนเอาไว้
ไม่เป็นไร ชั้นไม่อยากให้นายกลับคนเดียว
ชินยะพูดไปจากใจจริง
เค้าไม่รู้ว่าเด็กคนนี้มาทำงานอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่แล้ว แต่อดีตที่ผ่านมาได้พรากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าเค้าไปจนหมด
เค้าแค่รู้สึกว่า
ไม่อยากให้คนคนนี้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป
เอางี้ ชั้นเดินเที่ยวแถวนี้รอจนกว่านายจะเลิกแล้วกัน
นายเลิกงานกี่โมงหละ ถามออกไป ด้วยคำพูดที่จริงใจกับแววตาที่อ่อนโยน
ก็ประมาณเที่ยงคืน
. เคตะพูดออกไปสั้นๆ แต่ก็ไม่ลืมจะจดเบอร์มือถือให้ร่างสูงเผื่อมีปัญหาขึ้นมา
ชินยะรับแผ่นกระดาษเล็กๆ แล้วเก็บไว้ในเสื้อแจ๊กเก็ต ก่อนจะแยกออกไป
เคตะมองตามแผ่นหลังของร่างสูงที่เดินท่ามกลางหิมะโปรยปราย แต่ละก้าวที่ยิ่งเดินห่างออกไป
กลับทำให้เคตะรับรู้ถึงความอบอุ่นในใจ เหมือนเค้าจะรู้ว่า คนๆ นี้ไม่ได้จากไป
แต่จะต้องเดินกลับมา
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เค้ารู้สึกว่า
บางที
เค้าอาจจะไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ก็ได้
..
หลายชั่วโมงผ่านไป แสงไฟสีขาวจากร้านค้าค่อยๆ พากันดับลง ผิดกับแสงไฟสีชมพู
ที่ยิ่งดึกยิ่งมีมากขึ้น ไฟร้านค้าร้านสุดท้ายถูกปิดลงในที่สุด ชินยะไม่มีทางเลือกอื่น
เค้าจึงเดินมาที่หลังร้าน Lover Acoco เพื่อรอเคตะทำงานจนเสร็จ
แต่เนื่องด้วยความอ่อนเพลียจากการทำงานทำให้ชินยะเผลอหลับไป
..
นี่ ! ตื่นสิ! ทำไมมานอนรออยู่ตรงนี้เนี่ย! เคตะเขย่าตัวร่างสูงแรงๆ อย่างเป็นห่วง เค้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมานั่งรออยู่ข้างนอก
กลางอากาศหนาวนานเท่าไหร่แล้ว
อ้าว เคตะ ทำงานเสร็จแล้วเหรอ ร่างสูงหยีตาเพื่อให้ตัวเองตื่น
เคตะพยักหน้า
ไปหาอะไรกินกันเถอะ ร่างเล็กชวน
ชินยะพยักหน้ายิ้มอย่างเต็มใจ แล้วออกเดินไปพร้อมๆ กัน หิมะที่ตกโปรยปรายเริ่มหยุด
เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้ทั้งคู่รู้ว่า ความหนาวเย็นได้หายไปแล้ว
.
..
.
..
ว๊ากกกกก~~~~ อร่อยมากกกกก !!
มีราเมงอร่อยขนาดนี้อยู่ในโลกด้วยเหรอเนี่ย!!! ชินยะพูดเสียงดัง
ทั้งที่ยังมีเส้นราเมงอยู่เต็มปาก ทำเอาเจ้าของร้านราเมงรถเข็นโต้รุ่งคันนี้ ยิ้มกว้างออกมา
ถ้าอร่อย ก็กินเป็นเพื่อนเจ้าหนูนี่บ่อยๆ สิ มาคนเดียวทุกที คงจะเหงาแย่
เจ้าของร้านพูดตามประสาคนแก่
แต่นั่นก็ทำให้ชินยะหยุดคึกคักลงไปได้ เค้ามองหน้าเคตะที่ยังกินราเมงอยู่เงียบๆ
อย่างนั้น
เคตะ ชั้นมาคิดดูแล้วนะ ชั้นว่าจะขอคุณลุงทำงานที่ร้านอาหารอีกกะนึง
ก็พอดีตอนเที่ยงคืนเลย เสร็จแล้วก็เดินกลับบ้านด้วยกัน ยังงี้ดีรึเปล่า ^ ^
ชินยะถาม หวังว่าร่างเล็กคงจะเห็นด้วย
เรื่องของนาย
. ตอบสั้นๆ ชินยะพยักหน้า อมยิ้มเล็กๆ
เพราะนั่นหมายความว่า ร่างเล็กไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่ก็ไม่ได้พูดหรือแสดงสีหน้าอะไรอีกเหมือนกัน
.
นี่ ทำไมทำหน้าแบบนั้นหล่ะ ไม่มีความสุขเหรอ ได้กินของอร่อยแบบนี้
ชินยะถามเคตะด้วยท่าทางสงสัย ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของคำถามอย่างไม่เข้าใจ
ราเมงจะทำให้มีความสุขได้ยังไงกัน ตอบอย่างเฉยชา
นายก็ต้องกินแบบนี้ไง เค้าเรียกว่าท่า ซูเปอร์ชิน
ดูนี่นะ ร่างสูงยกจานราเม็งขึ้นมาติดปาก
ใช้ตะเกียบคีบเส้นราเมงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซดน้ำจนหมด แล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
ในสถิติใหม่ของตัวเอง แต่สำหรับเคตะ นั่นถือว่าเป็นท่าทางที่น่าเกลียดสุดๆ - -
ไอ้บ้า ใครจะไปทำ - - ทุเรศออกอย่างนั้น -*- ร่างเล็กบอกทันที ชินยะได้แต่หัวเราะอายๆ แต่อย่างน้อยท่า ซุปเปอร์ชิน ก็ทำให้ร่างสูงได้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ
ของเคตะ ถึงแม้จะเพียงแว๊บเดียวจนแทบจะไม่เห็นเลยก็ตาม
.
ฟุรุยะ เคตะ
.. ชั้นจะทำให้นายรู้ว่าโลกนี้สวยงามแค่ไหน
พอถึงวันนั้น เรามายิ้มด้วยกันนะ
วันเวลาผ่านไป พร้อมกับเข็มนาฬิกาที่หมุนวน เหมือนวิถีชีวิตของคน
แต่สำหรับเคตะ นับตั้งแต่เค้าได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อ ทานิอุจิ ชินยะ เค้ารู้สึกได้ว่า
ชีวิตเค้าไม่เหมือนเดิม
และจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป
..
เคตะ เดี๋ยวคืนนี้เจอกันนะ ร่างสูงบอกเคตะหลังจากหมดกะรอบเย็นที่ร้านอาหาร
ร่างเล็กพยักหน้า ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้ออกไป
รักกันดีจังเลยนะ ชินยะ คุณลุงเจ้าของร้านเอ่ยยิ้มๆ
ทำเอาฮิโรกิที่กำลังจะกลับเพราะหมดกะรอบเย็นเหมือนกันแอบหมั่นไส้ขึ้นมา
รักกันดีจังเลยนะ แหวะ พอได้สาว ก็ลืมเพื่อน -*- ฮิโรกิพูดเคืองๆ พร้อมทั้งค้อนไปที่ชินยะ
นายว่าตัวเองทำไมอ่ะ ฮิโรกิ ?? ชินยะพูด ทำท่าเหมือนไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูด
คนตัวเล็กกว่ารู้ว่าโดนแกล้งก็รีบออกจากร้านไปเลย พร้อมทั้งบ่นอุบอิบว่า ถ้าโดนทิ้งแล้วอย่าซมซานกลับมาแล้วกัน
-*-
คุณลุงครับ คืนนี้อย่าลืมนะฮะ ที่ตกลงกันไว้ หนุ่มผิวเข้มเดินไปกระซิบคนลุงเจ้าของร้าน แล้วก็ยิ้มอย่างมีแผนกันอยู่ 2
คน
เคตะเดินออกจากหลังร้านที่ทำงานประจำอย่างเหนื่อยอ่อน เค้ามองนาฬิกาที่ข้อมือของตน
นี่ก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว ร่างสูงคงกำลังรอเค้าอยู่ที่ร้านคุณลุง
เคตะไม่เข้าใจเลยว่า ชินยะทำงาน 2 กะ ทั้งที่ตัวเองก็มีเรียนตอนเช้าเพื่ออะไรกัน
.
เพื่อเดินกลับบ้านเป็นเพื่อนเค้าเท่านั้นเองเหรอ?
ชินยะทำเพื่อเค้า
.อย่างนั้นเหรอ ??
ร่างเล็กเดินมาเรื่อย ตามถนนหนทางที่ไม่มีแสงไฟจากร้านค้าใดๆ
แต่แล้วเค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะเมื่อเดินมาถึงร้านของลุง
แสงไฟสีเหลืองอ่อนลอดออกมาจากภายในร้าน เคตะเปิดประตูเข้าไป เค้าเห็นชินยะใส่ผ้ากันเปื้อนกำลังนำอาหารจากครัวมาวางไว้ที่โต๊ะ
เคตะ มาแล้วเหรอ พูดอย่างดีใจ
พลางดึงอีกฝ่ายให้มานั่งที่โต๊ะ
นี่มันอะไรกัน เคตะมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ
ความอบอุ่นภายในห้อง ทำเอาร่างเล็กลืมความหนาวเหน็บจากภายนอกทั้งหมด
ก็กินราเมงทุกวันมันน่าเบื่อออก ชั้นก็เลยขอยืมร้านคุณลุง
มือนี้ถือว่าเป็นการเลี้ยงตอบแทนนายก็แล้วกัน ^ ^ ชินยะตักอาหารใส่จานให้เคตะ
ทั้งสองฝ่ายมองหน้าของกันและกัน ชินยะคิดว่าเค้าเห็นแววตาที่อ่อนโยนของเคตะ ก่อนที่ร่างเล็กจะหลบตาและเริ่มลงมือกับอาหารตรงหน้า
อร่อยเนอะ อาหารฝีมือชั้น ^O^ อ๊ะ ลืมไป
ต้องมีดนตรีด้วย ร่างสูงคุยร่าเริง ก่อนจะเดินไปที่ตู้เพลง
เค้าเลือกอยู่นานก่อนที่จะกลับมา พร้อมเสียงดนตรีที่ดังขึ้น
Imagine me and you, I do
I think about you day and night, it's only right
To think about the girl you love and hold her tight
So happy together
ชินยะร้องคลอเบาๆ ไปกับเพลงด้วยท่าทียิ้มแย้ม เคตะเงยหน้ามองอีกฝ่ายหนึ่ง
ชายหนุ่มผิวเข้มที่กำลังมีความสุขแค่เพียงเพราะมีเพลงที่เค้าชอบเท่านั้น
เพลงอะไร ไม่เห็นเคยได้ยิน ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้นมา
ชินยะหยุดร้อง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงปรากฏอยู่
ชื่อเพลง Happy Together น่ะ เป็นของฝรั่ง
Imagine me and you, I do ~~ ร่างสูงกล่าวพร้อมฮัมตามจังหวะ
เนื้อเพลงแปลว่าอะไร เคตะยังคงถามต่อ
เพลงนี้ฟังๆ ไปก็เพราะดี
เพลงนี้เค้าร้องว่า ให้ลองจินตนาการว่าชั้นกับเธออยู่ด้วยกันสิ ตัวชั้นเองก็คิดถึงเธอตลอดเวลาเพราะนั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
การที่คิดถึงคนที่รักและกอดเธอเอาไว้ให้แน่น และสุดท้าย เรา 2 คนก็จะมีความสุขด้วยกัน ชินยะมองตาของอีกฝ่าย
ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เคตะ ทำเอาร่างเล็กถึงกับหน้าแดง
รีบกินกันเถอะ จะได้รีบกลับ ร่างเล็กพูดตัดบท
เริ่มลงมือกับอาหารตรงหน้าอีกครั้ง ร่างสูงได้แต่อมยิ้มกับท่าทางน่ารักแบบนั้น ท่าทางที่เคตะไม่เคยทำให้เห็น
หลังจากเรียบร้อยจากอาหารของชินยะ ทั้งสองคนก็เดินกลับบ้านด้วยกัน
โดยที่ตลอดทาง ชินยะยังคงร้องเพลงๆ นั้น แถมยังพยายามสอนเคตะให้ร้องด้วย
เพลงที่ทำให้เคตะรู้สึกว่า ความอบอุ่นยังมีอยู่ในโลกนี้
ความอบอุ่นที่มาจากใจของผู้ชายที่ชื่อ ทานิอุจิ ชินยะ
.
และกับประโยคที่ว่า
.และสุดท้าย เรา 2
คนก็จะมีความสุขด้วยกัน
.
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันเวลาผ่านไป จากกลางวันเป็นกลางคืน จากวันเป็นเดือน ความผูกพัน
ความรู้สึกดีๆ ที่ทั้งชินยะและเคตะมีให้กันยิ่งพอกพูน เพียงแต่คนที่ตัวเล็กกว่าไม่ค่อยยอมแสดงมันออกมาเท่าไหร่
เคตะ วันนี้ชั้นต้องไปทำธุระเป็นเพื่อนฮิโรกิ
รอกลับบ้านกับนายไม่ได้ ชั้นขอโทษนะ ชินยะบอกร่างเล็กในวันหนึ่ง
ขณะที่กำลังทำงานร้านลุงกันอยู่
อื้ม ร่างเล็กพยักหน้ารับรู้ ไม่พูดอะไรต่อ
... เพราะนั่นจะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเค้าไม่สบอารมณ์เท่าใดนักที่วันนี้ไม่ได้กลับบ้านด้วยกัน
ขอโทษจริงๆ นะ เคตะ ร่างสูงเอ่ยด้วยเสียงเศร้าเพราะความรู้สึกผิด
เค้าดูออกว่าอีกฝ่ายไม่พอใจ แต่วันนี้มันสุดวิสัยจริงๆ ....
ตลอดการทำงานในวันนั้น ชินยะพยายามสอดส่องดูแลเคตะให้ได้มากที่สุด เพื่อชดเชยที่คืนนี้ร่างเล็กจะต้องกลับบ้านคนเดียว
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังคงเฉยชาอยู่
กระทั่งหมดกะ ชินยะเดินมาหาเคตะที่กำลังก้มหน้าเช็ดพื้นอยู่
กล่าวขอโทษ ก่อนจะวิ่งตามฮิโรกิออกไป นั่นทำให้เค้าไม่ได้เห็นแววตาที่เศร้าหมองของร่างเล็กที่เงยหน้ามองขึ้นมา
....... ชินยะ วันนี้ชั้นต้องการให้นายอยู่กับชั้นมากกว่าวันไหนๆ
เลยนะ . ...........
หลังจากที่ชินยะและฮิโรกิกลับไปถึงบ้าน ก็จัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
กำจัดกลิ่นเหงื่อไคลออก แล้วก็นั่งดูทีวีกันไปเรื่อย ... ความที่ไม่รีบร้อนของเพื่อนรัก
ทำให้ร่างสูงเริ่มไม่พอใจ เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนี้ เค้าก็จะสามารถอยู่กับเคตะได้อีกหลายชั่วโมง
นายมีธุระไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงนั่งอยู่เฉยๆ ชินยะเอ่ยถาม
ด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก
พวกเรารออากิระกันอยู่ นี่ก็จะได้เวลาแล้ว ... พูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ฮิโรกิปิดทีวี ก่อนจะบอกให้ชินยะออกไปด้วยกัน
หวัดดี ชินยะ โหยยย.. ฮิโรกิแต่งตัวซะหล่อเลยนะ ถ้าวันนี้แกไปมั่วกับใครเข้าละก็
ตายแน่ !!! อากิระที่เพิ่งมาถึง พูดทักชินยะก่อนจะทำหน้าตาน่ากลัวใส่ฮิโรกิ
- -
แล้วตกลงเราจะไปไหนกันเหรอ ร่างสูงยังคงถามงงๆ
เค้าไม่เข้าใจนักว่า มั่ว ในความหมายของร่างบางคืออะไร
ก็พานายไปเปิดหูเปิดตาไง ... ฮิโรกิยิ้มอย่างมีเลศนัย
ชินยะหันไปมองที่อากิระ ซึ่งก็มีสีหน้าที่ไม่ต่างกัน ก่อนจะเดินขบวนออกไปจากห้อง โดยมีอากิระเป็นคนนำทาง
...................................................
.....................................
........................
.................
เคตะจ้องหน้ากระจกใบใหญ่ในห้องแต่งตัว เค้าจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย
มองเสื้อผ้าที่ต้องใส่ขึ้นเวทีในวันนี้... ถอนหายใจ .... ก่อนจะค่อยๆ
เปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเป็นชุดที่ถูกจัดเอาไว้ เค้าจ้องมองกระจกตรงหน้าอีกครั้ง
คราวนี้จ้องลึกลงไป มองในดวงตาที่สะท้อนออกมา
..............แววตาที่เศร้าหมอง...............
ร่างเล็กนึกถึงหน้าบุคคลที่ตนรัก ... ชายหนุ่มร่างสูง ผิวเข้ม ที่มักจะทำให้เค้าอารมณ์ดีเสมอ
..... อีกไม่นานก็จะได้เจอกันแล้ว...... เค้ายิ้มเล็กๆ
ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้านั้นเป็นแววตาที่ชินชา พร้อมสำหรับขึ้นเวที
.........เคตะ วันนี้ ก็เป็นแค่วันแย่ๆ อีกวันนึงเท่านั้น
.........
............นายต้องไม่เจ็บปวด นายต้องไม่ร้องไห้.............
.........และนายก็จะผ่านมันไปให้ได้เหมือนทุกครั้ง
..............
...........เข้มแข็งไว้นะ เคตะ นายรู้ว่านายผ่านมันไปได้
................
อากิระพาฮิโรกิและชินยะ เดินมาเรื่อยๆ อย่างไม่มีท่าทีที่รีบร้อนนัก
ทั้งหมดเดินลงบนถนนที่ยังคงปกคลุมด้วยสีขาว ท้องฟ้าภายนอกมืดมิดแล้ว
แต่แสงไฟจากร้านค้าช่วยเพิ่มความสว่างไสวอยู่ตลอดทาง ระหว่างที่เดินไป
ร่างสูงรู้สึกว่าหิมะที่ตกอยู่ในวันนี้หนาวกว่าทุกวัน เค้ากระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นขึ้น
ซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อ ไม่ใส่ใจกับความหนาวเท่าไหร่
.... บางที เค้าอาจจะคิดไปเองก็ได้ ....
ในที่สุด อากิระก็หยุดเดิน ก่อนจะยกมือชี้ไปที่ถนนฝั่งตรงข้าม ภาพตรงหน้าทำให้ชินยะถึงกับนิ่งเงียบไปในทันที
ภาพที่คุ้นตา เด็กหนุ่มคนหนึ่งเคยชี้ไปที่นั่นมาก่อน
Lover Acoco
ที่นั่นเป็นของพ่อชั้น ร่างบางกล่าว
เจ๋งปะ ชินยะ แฟนชั้นมีร้านอะโกโกด้วย หุๆๆ ฮิโรกิหัวเราะในคออย่างชอบใจ แต่โดนอากิระทำหน้ายักษ์ใส่ ...แต่อารมณ์ขันตรงหน้านั้นไม่ได้ถูกส่งมาอยู่ในความรู้สึกของชินยะเลยซักนิดเดียว
ทั้งหมดข้ามถนนแล้วเดินตรงเข้าไปในร้านนั้นโดยที่ร่างสูงไม่พูดอะไรซักคำ
ในใจเค้าสับสนไปหมด ... ไม่อยากเข้าไป ... ไม่อยากเห็นอะไรในนั้น....
......ไม่อยากเห็นนายอยู่ในนั้นนะ เคตะ......
อากิระเลือกที่นั่งในมุมที่ดีที่สุดในอะโกโก้ ถือว่าทั้งสองคนเป็นแขกวีไอพีของเค้า
ก่อนจะสั่งอาหารมาเรื่อยๆ โดยที่ทั้งฮิโรกิและคนรักนั้น ไม่รู้เลยว่า
ภาพเด็กหนุ่มที่เต้นบนเวทีนั้น นอกจากจะไม่ทำให้ชินยะรู้สึกอะไรแล้ว ยิ่งกลับทำให้เค้ากระอักกระอ่วนกับสถานที่นี้เต็มทน
จนต้องขอตัวไปอยู่ในห้องน้ำ
เฮ้ยๆๆๆ ได้เวลาโชว์ชุดพิเศษแล้วโว้ยๆ เดือนนึงมีแค่ครั้งเดียว
กูไม่อยากพลาด !!! ร่างสูงได้ยินเสียงคนกลุ่มหนึ่งตะโกนบอกกันในห้องน้ำ
ก่อนจะวิ่งกรูกันออกไป แต่ชินยะก็ไม่ได้สนใจนัก สักพักนึงเค้าจึงเดินออกมา
ร่างสูงเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง พยายามไม่มองบนเวที แต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่ทั้งฮิโรกิและอากิระก็อยู่ในลักษณะเดียวกันกับเค้า
ทั้งสองคนเป็นอะไรไป ไม่ดูแล้วเหรอ ชินยะถามด้วยความสงสัย
อย่างนี้ไม่เอาว่ะ แกดูเองแล้วกัน ฮิโรกิเหลือบมองบนเวที
ก่อนจะก้มหน้าต่อ ร่างสูงงง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองบนเวที
ภาพเด็กหนุ่มที่กำลังก้มหน้าด้วยความเจ็บปวด ในกางเกงหนังขาสั้นรัดรูปสีดำ
ท่อนบนเปลือยเปล่า ถูกขึงอยู่กับแผ่นเหล็ก กำลังถูกชายในชุดหนังที่ใส่หน้ากากเฆี่ยนอย่างแรง
มืออีกข้างของชายคนนั้นถือเทียน ซึ่งมันโดนสะบัดไปตามเนื้อกายของเด็กหนุ่มคนนั้นไปบ้างแล้ว
ผิวขาวกลับแดงเป็นจ้ำๆ มีเลือดออกทั่วกาย เพราะความร้อนและแส้
ชินยะไม่อาจทนดูภาพนั้นต่อไป เค้ากำลังจะเบือนหน้าหนี
.....ถ้าไม่บังเอิญว่า เด็กหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา ....
................................ ชั้นทำงานอยู่ที่นั่น
......................
เสียงของร่างเล็กที่รักกังวานอยู่ในหัว พร้อมกับคำถามมากมายวิ่งเข้ามา
ความเจ็บปวด ความเสียใจ ทำให้ชินยะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ความหนาวเย็นแผ่ซ่านจากภายนอกเข้าสู่ในใจ ในตอนนี้
ชินยะไม่สามารถแม้แต่จะนั่งลงหรือเดินหนีไปได้
........ ทรมานเหลือเกิน .....
..........ทรมานที่สุดที่ได้เห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น..............
เพราะความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับ
ทำให้ผู้ถูกกระทำบนเวทีต้องเบือนหน้าหลบ แต่ดูเหมือนว่า
การสบสายตากับบุคคลคนหนึ่งในสถานที่แห่งนี้ กลับยิ่งปวดร้าวกว่า...
บุคคลที่อยากเจอน้อยที่สุดในตอนนี้......
บุคคลที่เค้ารักมากที่สุด............
............โชคชะตามักจะเล่นตลกเสมอ.......
ไม่มีคำพูดใด ๆ เล็ดลอดออกมา จากปากของทั้งสอง
สายตาที่เศร้าหมอง ต่างมองกันและกันเหมือนกระจกเงา
แส้ยังคงถูกเฆี่ยนอย่างไม่ปรานีบนผิวกาย
แต่ดูเหมือนความเจ็บปวดนั้นจะส่งไปไม่ถึงภายในใจเลยซักนิด
สุดท้าย ร่างสูงก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
เค้าก้าวเดินออกจากร้านไป.........
ร่างเล็กมองตามก่อนจะ ก้มหน้าลงต่ำ
น้ำตาของเด็กหนุ่มบนเวทีกำลังหลั่งริน
แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ
.............ไม่มีใครสนใจเค้า.......เลยซักคน...........
...................................................
.................................
....................
คืนนี้ก็เหมือนเช่นคืนอื่น หลังจากเวลาท่ามกลางแสงไฟสีชมพูในคืนนี้หมดลง
เคตะก็จัดการแต่งตัวแล้วไปที่ประตูหลังร้าน เค้าหยุดเดิน จ้องมองมัน ก่อนจะเปิดออก
................. ไม่มีใครรอเค้าอยู่ตรงนั้น ................
ร่างเล็กก้มหน้าต่ำ เดินออกไปตามท้องถนน ตอนนี้หิมะเริ่มละลายแล้ว
แต่ตัวเค้ายังคงรู้สึกหนาวเย็นอยู่ เค้ามองดูปุยขาวที่เริ่มละลาย สายตาที่ชาชินกลายเป็นสายตาที่เศร้าสร้อย
............ หิมะนำความหวังมา นำความบริสุทธิ์มา.........
........................นำความรักมา ....................
.......... แต่พอมันละลาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็หายวับไปกับตา.............
เคตะเดินกลับบ้านทางที่ผ่านร้านลุง เค้าปฏิเสธไม่ได้ว่า อาจจะมีใครบางคนรอเค้าอยู่ที่นั่น
ร่างเล็กหยุดตรงหน้าร้าน
................. ไฟปิดแล้ว ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว
.............
เคตะเดินไปที่กระจกร้าน มองเข้าไปภายใน ....
..........โต๊ะตัวนั้น .... ตู้เพลงนั่น ....
.................... และ ชินยะ .................
.....................ไม่มีอีกแล้ว
........................
.........................................
...............................
...................
.............
วันนี้เหมือนดังหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่ฮิโรกิทำงานเสร็จแล้ว
ก็จะรีบกลับห้อง มาคอยดูแลชินยะ มาอยู่เป็นเพื่อน ในบางครั้งก็มีอากิระมาด้วย
เพราะตั้งแต่เหตุการณ์ในคืนนั้น ร่างสูงก็เอาแต่หมกตัวเองอยู่ในห้องพัก
ไม่ออกจากห้อง ไม่ไปเรียน ไม่ไปทำงาน ..... ไม่ไปพบหน้า ใครๆ
ชินยะ แกเลิกคิดมากเถอะ กินข้าวซะบ้าง ชั้นกับอากิระเป็นห่วงแกมากนะเว่ย
ฮิโรกิวางอาหารรอบดึกลงบนโต๊ะ แล้วคุยกับเพื่อนรักเสียงเครียด
อืม....ขอบคุณนะ .... แต่กินไม่ลงว่ะ อีกฝ่ายฝืนยิ้ม
ก่อนจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำเอาฮิโรกิโมโหกับท่าทางนั้นอย่างมาก
ทานิอุจิ ชินยะ กูขอพูดกับมึงในฐานะเพื่อน กูไม่เข้าใจ
ว่ามึงจะเป็นห่าอะไรนักหนา เค้าก็ทำงานของเค้า มึงก็ทำงานของมึง
แล้วมึงจะมานั่งฆ่าตัวเองแบบนี้ทำไมวะ พูดออกมาเสียงดัง
ทั้งหมดนี่ คือ ความคิด ความรู้สึกจริงๆ ของเค้าในเหตุการณ์นี้
กู... กูก็ไม่รู้ .... แต่กูเจ็บ ...เจ็บมาก... กูไม่อยากเจอเค้า
.. กูไม่อยากไปหาเค้า ... ไม่อยากเห็นหน้า ... กูไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยนะเว่ย
มึงไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน กูไม่รู้ว่ากูเป็นอะไร ....จริงๆแล้ว
กูไม่รู้เลยว่า กูเป็นอะไรสำหรับเค้ากันแน่ คำพูดภายในใจพรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตาอย่างอัดอั้น
เค้าไม่สามารถลืมภาพบนเวทีนั่นได้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงตอกย้ำ... ตลอดเวลา
กูขอถามมึงแค่คำเดียว มึงรักเค้ารึเปล่า คำถามนี้ของฮิโรกิ
ทำเอาอีกฝ่ายเงียบ ....
ชินยะ มึงรักเค้ารึเปล่า ร่างสูงเงียบไป นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด
ความสุขที่เคยมีร่วมกันมา ...
รัก ชินยะตอบออกมาอย่างหนักแน่น
ก่อนจะยิ้มให้ฮิโรกิที่ช่วยเตือนสติเค้า อีกฝ่ายก็รู้สึกดีใจไม่แพ้กัน
ทีนี้มึงก็รู้แล้วนะ ว่ามึงจะต้องทำยังไง ชินยะพยักหน้า
ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินออกจากห้อง ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวัง... อีกครั้ง
ชินยะก้าวเดินไปตามทางที่คุ้นเคย เค้าเดินผ่านร้านลุง พลางนึกถึงความสุขที่เคยอยู่ด้วยกันที่นี่
ความเศร้าภายในจิตใจมลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างสูงให้สัญญากับตัวเองว่า จากนี้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เค้าก็พร้อมแล้วที่จะรับมัน
และแล้ว สองเท้าของเด็กหนุ่มก็หยุดก้าวลง
Lover Acoco
ชินยะเดินเข้าไปภายในอย่างไม่ลังเล เค้าเพียงต้องการปรับความเข้าใจกับเคตะเท่านั้น
แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อในนั้นกำลังมีการทะเลาะกันเสียงดัง เสี่ยใหญ่คนหนึ่งกำลังลวนลามเด็กหนุ่มและพยายามจะขอซื้อบริการ
เด็กหนุ่มคนนั้น ... คนรักของเค้า ...
ฟุรุยะ เคตะ
เฮ้ย มึงจะทำอะไรวะ ชินยะกระชากคอเสื้อเสี่ยขึ้นมา
ก่อนจะผลักออกไปจากตัวเคตะ ร่างเล็กที่กำลังตัวสั่น เพราะความกลัว
รีบหลบข้างหลังชินยะเพื่อขอให้ปกป้องตน
ไอ้สัด มึงต่อยกูเหรอวะ เสี่ยตะโกนด้วยความโมโห
บอดี้การ์ดร่างใหญ่ทำท่าจะเข้าไปจัดการชินยะ แต่ชายสูงวัย ห้ามเอาไว้
ก่อนตัวเองจะลุกขึ้นมาแล้วต่อสู้กับชินยะ แต่ดูเหมือนว่ายังไงเค้าก็สู้กำลังของเด็กที่หนุ่มกว่าไม่ได้
ชายแก่ถูกชินยะเตะจนล้มไปชนโต๊ะ เลือดอาบ
ปัง! ปัง! ปัง!
เคตะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น รู้สึกปวดตามลำตัว เค้ายันตัวลุกแล้วมองสถานที่โดยรอบ
ร้านอะโกโก้....ที่ไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว สิ่งของที่ล้มระเกะระกะ... ความโกลาหลที่เคยเกิดขึ้น..........
ภาพของคนกำลังสู้กัน เด็กหนุ่มผิวเข้มกับชายแก่ ...
ทันทีที่ฝ่ายหลังเสียเปรียบ ปืนกระบอกหนึ่งก็ถูกชักออกมา....
ปัง ปัง ปัง เสียงสุดท้ายที่ก้องอยู่ ทำให้เคตะร้อนรนในทันที
ชินยะ ชินยะ ... ฮือ ... นายอยู่ที่ไหน อย่าแกล้งกันสิ ฮือๆ
ร่างเล็กตะโกนออกไป เค้ามองหาไปทั่วร้าน จนกระทั่งเจอเด็กหนุ่มนอนอยู่ที่พื้นไม่ห่างกัน
...
เด็กหนุ่มที่มีเลือดอาบกาย พร้อมเสียงหายใจที่แผ่วเบา.........
ชินยะ นายไม่เป็นไรนะ ตื่นสิ ตื่น ฮือออๆ นายตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้
ฮืออๆๆๆๆ เคตะยกคนรักตนให้นอนหนุนตัก พยายามเรียก ทั้งที่มีน้ำตาไหลลงมาบนอาบแก้มเล็กไม่หยุด
อืมม ... เคตะ ... เคตะเหรอ... ชั้นขอโทษนะ ชินยะลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ มีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า
อื้ม ไม่เป็นไร ฮืออๆ เดี๋ยวชั้นจะโทรเรียกรถพยาบาล นายแข็งใจไว้นะ
ชินยะ ฮือๆๆ นายจะไม่เป็นไรนะ ร่างเล็กพูดไปร้องไห้ไป
ร่างสูงค่อยๆ ยกมือที่เต็มไปด้วยเลือดมาเช็ดรอยน้ำตาให้
เคตะ ... อย่าร้องไห้สิ .. ไม่ต้องกลัวนะ ... ชินยะอยู่กับเคตะแล้ว
... ไม่ต้องกลัว.... พูดจบ...ก่อนจะ...นิ่งไป ......
ชินยะ ฮืออๆ ชินยะตื่นสิ ... ชินยะ .... Imagine me and
you .... I do... เคตะร้องเพลงทั้งน้ำตา พยายามให้คนที่นอนหลับตื่นขึ้นมา
I think
ฮืออๆๆ I think
.about you day and
night
.Its only right
ฮือๆ หยดน้ำตาร่วงบนใบหน้าคมเข้ม
... ชินยะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ... ฟังเพลงนั้น .... จากปากของเคตะ .... แล้วยิ้ม
ใช่ ฮืออๆ ชินยะ นายต้องตื่นมาฟังเพลงชั้นนะ ฮือๆ To
think about the girl you love
. ฮือๆ And hold her
. เคตะจ้องมองใบหน้าคมเข้มอีกครั้ง เสียงเพลงที่เปล่งออกมาหายไป ... พร้อมกับลมหายใจของบุคคลในอ้อมกอด
ม่ายยยยยยยยยยย ฮืออออออออ ๆๆ ชินยะ นายตื่นสิ so happy
together
ฮือๆๆ ชินยะ จำได้รึเปล่า .....happy
together .... เราจะมีความสุขอยู่ด้วยกันตลอดไปไง ชินยะ ฮืออออออ
คนโกหก ตื่นขึ้นมา ฮือๆๆ ชั้นบอกให้ตื่น .... เคตะตีร่างที่นิ่งไม่ไหวติงอยู่อย่างนั้น
น้ำตาที่ไหลรินพร้อมเสียงร่ำไห้ที่แผ่ดังไปทั่ว ไม่สามารถทำให้ร่างเล็กเจ็บปวดน้อยลงได้เลย
เค้ามองไปทั่วร้านอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้คนรักของตนหลับไปอยู่ไม่ไกลนัก
เคตะเดินไปหยิบมัน ... จับแน่นในมือ ....
เค้านั่งพิงกำแพงพร้อมกับร่างสูง .... ก่อนจะยิ้มให้
และ สุดท้าย เราจะมีความสุขด้วยกันตลอดไปนะ ... ชินยะ
ปัง !
"Happy Together"
Imagine me and you, I do
I think about you day and night, it's only right
To think about the girl you love and hold her tight
So happy together
If I should call you up, invest a dime
And you say you belong to me and ease my mind
Imagine how the world could be, so very fine
So happy together
I can't see me lovin' nobody but you
For all my life
When you're with me, baby the skies'll be blue
For all my life
Me and you and you and me
No matter how they toss the dice, it has to be
The only one for me is you, and you for me
So happy together
If I should call you up, invest a dime (Call you up)
And you say you belong to me and ease my mind (Ease my mind)
Imagine how the world could be, so very fine (Very fine)
So happy together (together)
I can't see me lovin' nobody but you
For all my life
When you're with me, baby the skies'll be blue
For all my life
About my life
Call you up
Ease my mind, Ease my mind, Ease my mind!
I can't see me lovin' nobody but you
For all my life
When you're with me, baby the skies'll be blue
For all my life
So happy together
So happy together
So how is the weather?
So happy together
+++ The End +++