[SF] It's in the stars
Hiroki x Akira
Author : NaTsu no TsUki
อากิจางงงงงงงงงงงง!!!!!!! เสียงเรียกแสบแก้วหูดังอยู่ด้านหลังร่างบางที่ตอนนี้เดินลิ่วๆ
โดยที่ไม่ได้หยุดรอเจ้าของเสียงเรียกเลยสักนิด พลอยทำให้นักเรียนคนอื่นที่ยืนอยู่แถวๆ
นั้นหันมามองด้วยความสงสัย เพราะแทนที่จะหยุดรอ
ร่างบางกลับสาวเท้ายาวกว่าเดิมเสียอีก
แฮ่กๆ....รอก่อน อากิจางงงงง!! ชายหนุ่มตัวเล็ก
ไหล่ลีบ ผมปรกหน้า ใส่แว่นตาหนาเตอะ ชุดนักเรียนใหญ่เทอะทะเกินความจำเป็น
ร้องเรียกคนข้างหน้าอีกครั้ง พลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเพราะเขาวิ่งตามมาตั้งแต่บนตึกเรียนแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าร่างบางจะไม่ได้ยินเลยสักนิด....ไม่ได้ยินจริงๆ หรือว่าตั้งใจหลบหน้ากันแน่นะ
อากิ....อากิจัง วันนี้คุณแม่อากิจังไม่อยู่นะ!!!!
หา!!! ไม่อยู่อีกแล้วเหรอฮิโรกิ?? อากิระหยุดเดินทันที
แล้วก็เหมือนว่าตอนนี้เขาจะได้ยินเสียงของฮิโรกิแล้วด้วย
ใช่ๆๆ...วันนี้อากิจังต้องไปค้างที่บ้านฉัน... ฮิโรกิจ้ำอ้าวมาถึงตัวอากิระจนได้ กระตือรือร้นบอกไปพลางขยับแว่นตาที่จะตกแหล่ไม่ตกแหล่ให้กลับขึ้นไปอยู่บนจมูกเหมือนเดิม
อากิระมองอาการของเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันของเขา นาคาโดอิ ฮิโรกิ....เด็กตัวเล็กถึงขั้นเตี้ย
เตี้ยกว่าอากิระด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่วัยอย่างพวกเขาเป็นวัยเจริญเติบโต แต่เจ้านี่กลับหยุดความสูงเอาไว้แค่นี้....ทั้งๆ
ที่ตอนเด็กๆ สูงกว่าอากิระแท้ๆ
งั้นฉันจะรออยู่ที่บ้านนะ อ้อ....จะไปเตรียมกล้องไว้ด้วย คืนนี้ฉันมีดาวดวงใหม่จะอวดอากิจังล่ะ
ดาวดวงนี้จะปรากฏให้เห็นทุกๆ 45 ปีแล้วปีนี้ก็เป็นปีที่.......
ฉันกลับบ้านไปเอาของก่อนนะ......เอาไว้เจอกันบ้านนาย บายยย
อากิระรีบพูดตัดบท แล้วสาวเท้าเร็วๆ ไปทางประตูโรงเรียน เขาไม่เห็นอยากจะฟังเรื่องที่ฮิโรกิพูดสักนิด.....ก็รู้อยู่หรอกนะว่าชอบดูดาว
ชอบดาราศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก แล้วเมื่อตอนเด็กอากิระก็คลั่งไคล้ดาราศาสตร์เหมือนกัน
แต่นั่นมันก็เป็นความคลั่งไคล้เหมือนได้ของเล่นใหม่นั่นแหละ พอเบื่อแล้วก็ทิ้ง ไม่ได้กลับไปสนใจ
แต่ทำไมเจ้าเตี้ยนี่ถึงติดอกติดใจการดูดาวอย่างนี้นะ
ทุกๆ วันจะต้องมาคอยบอกว่าดาวดวงไหนสว่างที่สุดในรอบเดือน ดาวดวงไหนไม่มีในแผนที่ดาราศาสตร์แล้วเขาเป็นคนเจอมัน
ดาวดวงไหนจะครบรอบการปรากฏให้เห็น บางครั้งก็มาบ่นให้ฟังว่าเมื่อคืนเมฆเยอะมองดาวไม่เห็นบ้างล่ะ
หรือไม่ก็ฝุ่นละอองในอวกาศมากเกินไป ทำให้เขามองไม่เห็นดาวที่คิดว่าน่าจะอยู่ตรงนั้นเจอบ้างล่ะ
นายไม่รำคาญที่จะเล่า แต่ฉันรำคาญที่จะฟังนะเฟ้ยยย!!!
......................................................................................................
รบกวนด้วยนะคร้าบบ อากิระเอ่ยปากกับแม่ของฮิโรกิที่เดินออกมารับจากในครัว
หล่อนส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับลูกชายของเพื่อนบ้านที่ตอนนี้มักจะมาเป็นแขกบ้านเขาบ่อยๆ
ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่ออากิระโค้งให้แล้ว เขาก็เดินตัดห้องครัวขึ้นไปยังห้องนอนของลูกชายบ้านนี้ราวกับว่าเป็นบ้านตัวเอง....ก็มาบ่อยเสียจนรู้น่ะสิ
ว่าที่ไม่ลงมารับน่ะ เป็นเพราะว่ากำลังเตรียมกล้องบ้าๆ นั่นอยู่ !!
~~ ครืด ~~
อ้ะ...อากิจัง มาแล้วเหรอ...ฉันกำลังเตรียมกล้องอยู่เลย เอาไว้เรากินข้าวเย็นเสร็จเราไปดูดาวกันที่สวนสา....
ฉันง่วงอ่ะ ฮิโรกิ....เอาไว้วันอื่นนะ ว่าแล้วเจ้าตัวก็ล้มลงนอนบนเตียงเล็ก
เตียงตัวเองก็ไม่ใช่...แต่ก็รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่ได้มานอน
ฮิโรกิเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับคนที่นอนหันหลังให้ตนอยู่ รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่เสมอเหมือนกับว่าไม่โกรธเลยสักนิดที่อากิระพูดแบบนี้
ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องของเราเลยแม้แต่น้อย
และเขาจะไม่ซักไซ้ ออดอ้อน หรือแม้แต่ร้องขอให้เพื่อนสมัยเด็กคนนี้ไปเป็นเพื่อนอีกเป็นครั้งที่สอง
เพราะเขารู้เหตุผลนั้นดีกว่าใครๆ......
หลังมื้อเย็น ฮิโรกิก็เดินไปที่สวนสาธารณะเพียงลำพัง
พร้อมกับกล้องโทรทรรศน์คู่ใจ หวังไว้ลึกๆ ว่าคืนนี้เขาอาจจะมองเห็นดาวดวงที่จะสุกสว่างที่สุดในอีก
3 วันข้างหน้านี้นะ.....วันวาเลนไทน์
.....................................................................................................
อากิระนั่งอยู่บนเตียง เท้าแขนทั้งสองข้างไว้กับขอบหน้าต่างพลางเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่คืนนี้ช่างปลอดโปร่งไร้เมฆ
ดวงดาวระยิบระยับน่ามองเป็นที่สุด ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่อากาศยังคงหนาวเหน็บบาดผิวเนื้อ
เขาจึงทำได้แค่ซุกตัวในผ้าห่มผืนหนา พลางกอดกระชับตัวเอง......คิดถึงใครบางคนที่สวนสาธารณะ
อากาศหนาวๆ อย่างนี้......เจ้านั่นใส่แค่เสื้อกันหนาวบางๆ ตัวเดียวเองไม่ใช่เหรอ
หลังจากได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวนาคาโดอิแล้ว อากิระเห็นฮิโรกิรีบกุลีกุจอวิ่งขึ้นไปเอากล้องที่อยู่บนห้อง
กอดกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ร่างบางรู้ดีว่าในนั้นมันจะเป็นอะไรไปได้นอกจากแผนที่ดูดาว และหนังสือดาราศาสตร์อีกหลายเล่ม
สงสัยคงจะไปดูดาวอะไรนั่นที่จะโผล่มาให้เห็นทุกๆ 45 ปีสินะ....อากิระเดินไปหยิบกล้องโทรทรรศน์อันที่เล็กกว่ากล้องที่ฮิโกริแบกไป
หมุนปรับเลนส์และโฟกัสของกล้องด้วยความชำนาญ และมองออกไปบนท้องฟ้าที่มีดาวดวงหนึ่งส่องสว่างเสียจนทำให้รู้สึกเหมือนว่าพระจันทร์เสี้ยวที่อยู่ใกล้ๆ
หมดความงามไปเสียดื้อๆ......ดาวดวงนี้ชื่ออะไรกันนะ.....ว่าแล้วก็เดินไปที่ชั้นหนังสือที่มีแต่หนังสือดาราศาสตร์เต็มไปหมด
เลือกหยิบออกมาหนึ่งเล่ม พลางเปิดหาข้อมูลที่เกี่ยวกับดาวดวงนี้
.......11-7-1999 วันนี้ไปดูดาวกับอากิระเหมือนเดิม อากิระเห็นกลุ่มดาวคนคู่ด้วยล่ะ.....
กระดาษใบเล็กๆ ที่ตัดเป็นรูปลูกศร ถูกแปะไว้บนหน้าหนังสือโดยหันหัวลูกศรไปทางรูปกลุ่มดาวที่มีชื่อว่าคนคู่
.......31-4-2001 อากิระบอกว่าไม่ว่าง ทั้งๆ ที่วันนี้ดาว Cromac
จะปรากฏให้เห็นในรอบ 130 ปีแท้ๆ.....
กระดาษรูปลูกศรอีกใบ ชี้หัวลูกศรไปที่รูปดาวเช่นกัน...ทำไมเขาจะจำไม่ได้
นั่นเป็นหนึ่งในหลายๆ ครั้งตอนที่เขาเลิกสนใจดวงดาว แล้วก็ปฏิเสธฮิโรกิไปด้วยเหตุผลที่ว่าต้องไปเรียนพิเศษ.....
.......20-8-2002 อากิระจะจำได้มั้ยนะ ว่าคืนนี้ดาวประจำราศีสิงห์
ราศีของอากิระจะสุกสว่างที่สุด Happy Birthday......
กระดาษรูปลูกศรที่แปะอยู่บนหน้าที่มีรูปของกลุ่มดาวประจำราศีสิงห์ เขียนบรรยายข้อความเอาไว้สั้นๆ....ปีนั้นอากิระกำลังฉลองกับใครอยู่นะ...ทั้งๆ
ที่ฮิโรกิมาดูดาวเพื่อเค้าถึงขนาดนี้แท้ๆ...
และกระดาษรูปร่างเดิมอีกหลายใบก็ปรากฏให้เห็นอยู่แทบทุกหน้าของหนังสือเล่มนี้....แต่เชื่อเถอะ...ไม่ว่าอากิระจะเปิดไปเล่มไหน
มันก็คงจะมีแต่กระดาษและลายมือของฮิโรกิเขียนแปะไว้ทั่วไปหมด....และกระดาษทุกใบมันก็มีชื่อของร่างบางกำกับไว้ด้วยเช่นกัน
ราวกับว่าเจ้าของลายมือนี้ใส่ใจในตัวเขามากเหลือเกิน
.......แต่มาคิดดูดีๆ แล้ว...คนที่อยู่ข้างกายเสมอตั้งแต่เล็กจนโต
ให้ความอบอุ่น ห่วงใย คล้ายกับเป็นคนในครอบครัว มันก็มีแต่คนที่ชื่อว่า นาคาโดอิ
ฮิโรกิ ไม่ใช่เหรอ??......
................................................................................................
ชายหนุ่มร่างเล็กก้มๆ เงยๆ
ระหว่างกล้องโทรทรรศน์กับแผนที่ดวงดาวมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ในเมื่อดวงดาวที่คืนนี้จะปรากฏให้เห็นทุกๆ
45 ปีถูกคนที่อยากจะชวนมาดูด้วยกันเมินอย่างนี้ เขาเองก็ไม่มีอารมณ์จะชื่นชมมันเหมือนกัน
แม้ว่าดาวดวงนั้นจะส่องสว่างและสวยขนาดไหนก็ตาม เขาจึงเปลี่ยนใจที่จะมาหาดวงดาวที่อยากจะให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์กับอากิระแทน
ฮิโรกิขมวดคิ้วนิดๆ ทุกครั้งเมื่อก้มลงมองดวงดาวผ่านกล้อง หมุนปรับเลนส์และโฟกัสไปมา......ถึงจะหนาวแค่ไหน
แต่คืนนี้ต้องหาให้เจอ
เจอแล้วว !!! ฮิโรกิยิ้มกว้าง ดาวดวงนี้สินะ....ที่เขาเฝ้าหารายละเอียด
และเก็บข้อมูล เพื่อที่จะมอบให้เป็นของขวัญในวันสำคัญอีกวันหนึ่งแห่งปี....เพียงแค่รอให้สว่างที่สุดเท่านั้น
รออีกเพียงไม่นานหรอก
.................................................................................................
อากิระ วันวาเลนไทน์นายมีนัดแล้วหรือยัง? ชายหนุ่มตัวเล็ก
ร่าเริงสดใส ถามขึ้นเบาๆ ระหว่างช่วงพักเปลี่ยนคาบ
ยังเลยเคตะ... อากิระตอบไปเพียงแค่นั้น ก็ทำให้เคตตี้ยิ้มกว้างออกมา
ทำไมเหรอ?? ขมวดคิ้วถามเมื่อเห็นเจ้าตัวจ้อยยิ้มกว้างมากเป็นปกติ
แล้วคำตอบที่จะไขปริศนาของรอยยิ้มนั้นก็ถูกยื่นมาให้ในรูปของซองจดหมายสีครีม จ่าหน้าระบุชื่อ
คางิโมโต้ อากิระ ไว้อย่างชัดเจน ร่างบางสงสัยกำลังจะอ้าปากถาม....
จากรุ่นพี่ยูสุเกะ... รีบตอบทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถามเลยสักนิด....รุ่นพี่ยูสุเกะงั้นเหรอ...คนที่ป๊อปที่สุดของโรงเรียนเนื่ยนะ
ไม่อยากจะเชื่อ !!
.......พี่ชอบอากิระมานานแล้ว วันวาเลนไทน์นี้ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยไปเดทกับพี่หน่อยนะ...ยูสุเกะ......
รูปประโยคแบบนี้....มันก็ขอคบเป็นแฟนกลายๆ ไม่ใช่เหรอ~~!! โอ้ยยยย สวรรค์ ความฝันของคางิโมโต้ อากิระเป็นจริงแล้วเหรอเนี่ย....วาเลนไทน์ปีนี้
จะได้ไปเดทกับคนที่ชอบ....ชอบรุ่นพี่มานานแล้วนะ
นี่ๆๆๆๆ เคตะ นายกำลังแกล้งฉันอยู่ใช่มั้ย? กระชากคอเสื้อคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างหน้าตนให้หันมา
เจ้าเคตะน้อยต้องแกล้งเขียนจดหมายนี้ขึ้นมาเองแน่ๆ แววตาสงสัยแต่แฝงไปด้วยประกายแห่งความหวัง
ทำให้เคตะต้องทำหน้าเหนื่อยๆ พลางตอบกลับไปว่า
ก็ไปถามพี่เขาเองดิ....ยืนอยู่นั่นน่ะ ไม่เห็นเหรอ !!
อากิระหันไปตามมือที่ชี้ไปนอกประตูห้อง
ก็เห็นยูสุเกะยืนยิ้มรออยู่แล้ว ร่างสูงโปร่ง รูปหน้าคมที่แสนจะโดดเด่นทำให้อากิระเขินไม่น้อย....แต่แล้วก็ต้องทำใจกล้า
เมื่อเห็นยูสุเกะกวักมือเรียกให้ออกไปหาหน้าห้อง
เอ่อ....ได้จดหมายแล้วใช่มั้ยครับ ประหม่าด้วยกันทั้งคู่
อากิระเกาจมูกตัวเองแก้เก้อ พยักหน้าตอบโดยไม่ได้สบตาเลยสักนิด
แล้ว.....คำตอบ......เอ่อ....
คือ....รุ่นพี่ฮะ คืออ.... อากิระอึกอัก
เงยหน้าขึ้นจะให้คำตอบ แต่แล้วเขาก็แทบต้องละลายลงไปกองกับพื้น เมื่อสายตาที่มีแต่ประกายแห่งความหวังส่งมาซะระยิบระยับขนาดนั้น........เขาทำให้แค่
พยักหน้าตอบกลับไป ซึ่งก็ทำให้ยูสุเกะยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาขอเบอร์อากิระ ที่ร่างบางก็บอกไปทั้งๆ
ที่ยังเบลอๆ อยู่.....
พี่จะโทร.ไปนัดสถานที่กับเวลาอีกทีแล้วกันนะครับ ร่างสูงกลับห้องไปแล้ว แต่อากิระยังคงยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน.......สุขชะมัดเลยแฮะ~~
..............................................................................................
อากิจัง....วาเลนไทน์ปีนี้ว่างมั้ย? คนตัวเล็กที่ดูเหมือนจะเล็กยิ่งกว่าเดิมเมื่อนั่งอยู่ในโต๊ะโคทัตสึถามขึ้นมาขณะที่ทั้งสองคนกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้างนาคาโดอิ
......ไม่ว่าง ทำท่าคิดก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาจากการบ้านและตอบกลับไปทันที
อ่ะ....เหรอ.....?? จ๋อยสนิทเลยแฮะ
มีนัดแล้วน่ะ.... นัดกับใครไม่บอกหรอก เรื่องนี้เป็นความลับ
!!
คือ....คืนนั้นน่ะ....ถ้านายกลับจากนัดแล้ว ช่วยไปหาฉันที่สวนสาธารณะหน่อยสิ....ฉัน....มีบางอย่างอยากจะให้น่ะ
ฮิโรกิอึกอักบอกออกไป
ทำไมอากิระจะไม่รู้....คิดจะชวนไปดูนอนดูดาววันวาเลนไทน์ ไม่หวานเลี่ยนไปหน่อยหรือไง??
ไม่รู้สิว่าจะกลับมาทันมั้ย ถ้าดึกนายจะรอได้เหรอ??
รอได้สิ ดึกแค่ไหนก็รอได้
แต่ว่าอย่ารอเลยนะ ฮิโรกิ.....ฉันว่าฉันต้องกลับดึกมากๆๆๆๆๆ แน่ๆ
เลย เมื่อใช้เล่มเกวียนเล่มแรกไม่ได้ผล ก็ต้องใช้เล่มต่อไปล่ะนะ
ไม่เป็นไร....ฉันรอได้ ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็จะรอนะ...... ฮิโรกิยิ้มกว้างส่งไปให้ ขอแค่ให้มา ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็จะรอ.....เพราะหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้
เขาก็ดูดาวรอมาได้ตั้งนานนี่นา
อากิระยิ้มแห้งกลับไป....ในเมื่อใช้เล่มเกวียนไม่ได้ผล ก็สู้เงียบไว้จะดีกว่า.......ฉันไมได้คิดอยากไปสักนิด
ฮิโรกิ!!
14 กุมภาพันธ์........วันวาเลนไทน์
วันที่คู่รักต่างพากันไปออกเดทตั้งแต่หัววัน แต่วันนี้รุ่นพี่ยูสุเกะนัดอากิระไว้ตอน
1 ทุ่มที่หน้าสถานีหน้าโรงเรียน ร่างบางมาก่อนเวลา 30
นาทีเพราะความตื่นเต้น แก้มขาวแต้มไปด้วยสีชมพูปลั่งเนื่องจากอากาศหนาว
อีกทั้งริมฝีปากบางเฉียบสีแดง ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหันกลับมามองให้แน่ใจ
ว่าเขาเป็นชายหนุ่มหน้าสวย หรือสาวน้อยวัยใสกันแน่
รอนานมั้ยอากิระ....ขอโทษนะ พี่รีบแทบแย่ ยูสุเกะวิ่งมาหา
พลางเอ่ยขอโทษเมื่อมาถึงตัวแล้ว อากิระยิ้มกว้างที่มีความหมายว่าไม่เป็นไรส่งกลับไปให้
พลางยื่นช็อคโกแลตที่เค้าเดินเลือกซื้อกับเคตะน้อยเมื่อวานให้ยูสุเกะ ร่างสูงรับมาถือไว้ก่อนที่จะเอื้อมไปจับมือเล็กมาซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเองอย่างถือวิสาสะ
วันนี้ไปฉลองด้วยกันกับเพื่อนๆ พี่นะ..... ยูสุเกะบอกเพียงแค่นั้นก็พาเดินลิ่วๆ
ไปยังแหล่งที่มีแต่วัยรุ่นใจแตกมามั่วสุมกันตามผับบาร์ อากิระเริ่มใจไม่ดีเมื่อต้องเดินผ่านร้านที่มีพวกผู้ชายหน้าตาไม่น่าไว้ใจยืนอยู่เต็มไปหมด
ร่างบางเดินตามหลังยูสุเกะต้อยๆ รู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อเงยหน้ามาเห็นแผ่นหลังกว้างที่ดูมั่นคงเขาก็บอกกับตัวเองว่าไม่ต้องกลัว
เฮ้......ทางนี้ไอ่ยูสุ!! ยูสุเกะพาร่างบางเดินเข้าไปในร้านหนึ่ง
เสียงเพลงในร้านดังกระหึ่ม ไฟแฟลชที่กระพริบเข้ากับจังหวะดนตรีไม่ได้ช่วยให้อากิระมองเห็นอะไรกระจ่างนัก
แม้กระทั่งใบหน้าที่มีเลศนัยของเพื่อนๆ ทุกคนของยูสุเกะ
............รวมทั้งตัวรุ่นพี่แสนดีคนนี้ด้วย...........
อากิระ นั่งกับเพื่อนๆ พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาเครื่องดื่มมาให้
อากิระได้ยินดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกใจไม่ดีที่ต้องถูกทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียวในสถานที่ที่บอกได้เลยว่าไม่เคยคิดจะเหยียบเข้ามาสักนิด
ร่างบางรั้งชายเสื้อยูสุเกะไว้เบาๆ
ไม่ต้องกลัว เพื่อนพี่ใจดีกันทุกคนนะ.....นี่ พวกนาย
ฝากดูแลแฟนฉันด้วย ทำไมคำว่า แฟน
ในน้ำเสียงของยูสุเกะถึงได้ฟังแปลกๆ เหลือเกินนะ
ยูสุเกะละไปที่เคาเตอร์เครื่องดื่ม จึงได้โอกาสของพวกหน้าหม้อที่จะเข้ามาป้อยอแฟนเพื่อน
...........หรือจะเรียกให้ถูก ก็ต้องเรียกว่า เหยื่อรายใหม่ สินะ..........
ชื่ออากิระเหรอจ้ะ?? รู้จักกับไอ่เจ้ายูสุมันนานแล้วหรือยังล่ะ
ฮ่าๆๆ อากิระได้แต่เพียงยิ้มๆ ตอบ ใบหน้าของแต่ละคนที่เห็นได้เพียงชั่วครู่เมื่อไฟแฟลชสว่างวาบ
บอกได้เลยว่าเมาแอ๋กันหมดทุกคนแล้ว
แล้วคิส กับมันหรือยัง....ฮ่าๆๆๆ เพื่อนของยูสุเกะอีกคนถามขึ้น
พลอยทำให้อากิระหน้าแดงเข้าไปใหญ่ ก็เพิ่งคบกัน จะให้คิสกันแล้วเหรออ~~!!
ระวังนะ มันจะพาข้ามขั้น.......ฮ่าๆๆๆ เสียงหัวเราะผสมโรงดังขึ้นไปอีก
รุ่นพี่จะพาอะไรนะ?? เสียงเพลงดังกระหึ่มทำให้อากิระจับใจความไม่ได้เลยสักนิด
เคยมาดื่มหรือเปล่าจ้ะน้อง....ไหนลองแซมเปิ้ลให้พี่ดูซิ.....
พูดแล้วก็ยื่นแก้วมาให้ใบหนึ่ง อากิระรับมาพลางดมกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่ลอยมากระทบจมูก
รุ่นพี่ยูสุเกะ....อยู่ไหนครับ ช่วยผมด้วย!!
อย่าดื่มอันนั้นอากิระ มันแรง....พี่เอาดีกรีต่ำมาให้แล้ว รั้งไม่ได้ดื่มแก้วที่รับมาจากเพื่อน แต่กลับยื่นอีกแก้วให้แทน....ไม่ว่ายังไงมันก็แอลกอฮอล์เหมือนกันไม่ใช่หรือ??
อากิระรับมาพลางดื่มไป 2-3 อึก....รสเฝื่อนขมบาดคอ
ทำให้ร่างบางนิ่วหน้า.....เพื่อนๆ ยูสุเกะปรบมือกับเกรียวกราวให้กับความใจถึงของอากิระ.....แล้วน้ำเปลี่ยนนิสัย
ก็ทำให้อากิระหยุดดื่มไม่ได้แล้วเสียด้วย
ร่างบางที่นอนพับไปกับเก้าอี้บุนวมไร้สติ......แก้มแดงๆ ไม่ใช่เพราะอากาศหนาว
หรือว่าคำป้อยอหวานหูแต่อย่างใด....ยูสุเกะเห็นดังนั้นจึงเข้ามาปลุก
อากิระ.....อากิระ........เฮ้ เมาแล้วเหรอ เมื่อปลุกเบาๆ
ไมได้ผลยูสุเกะจึงลองเขย่าแรงขึ้น แต่เหมือนสติของร่างบางจะหลุดลอยไปแล้ว ยูสุเกะจึงหันไปบอกลาเพื่อน......พร้อมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ต่างจากร้อยยิ้มที่มีให้อากิระอย่างสิ้นเชิง
เราไปต่อกันนะ......แมวน้อยของพี่
........................................................................................................
อากิระลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสถานที่ เขารู้แค่ว่ากำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงคนเดียว
ได้ยินเสียงน้ำไหล....แล้วก็หยุดไป ก่อนที่จะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยผ่านเข้ามาในโสตประสาทแทน
อ้าว.....สร่างเมาเร็วจังแฮะ รุ่นพี่ยูสุเกะพูดกับร่างบางที่ยังคงนอนนิ่ง
ส่งรอยยิ้มปิศาจที่อากิระรู้ดีว่าอีกไม่นาน มันต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับตัวเขาแน่ๆ....เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชื่อโรงแรมที่สลักไว้บนแก้วไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
และผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันรอบเอวยูสุเกะเท่านั้น........ยูสุเกะก้มหน้าลงมาหวังจะจาบจ้วงริมฝีปากบางเฉียบนั้นไว้ในครอบครอง
แต่อากิระก็เบนหน้าหนีได้ทัน
รุ่นพี่จะทำอะไร?? ถามออกไปทั้งๆ ที่ตัวเองก็เดาไว้ในใจไม่ผิดเลยสักนิด
แทนที่จะเอาเวลามาเล่นตอบคำถาม สู้เอาไปหาทางออกไปจากที่ก่อนดีกว่ามั้ย....อากิระ
ถามได้....พี่คงพามากินข้าวมั้ง?? อากิระเบนหน้าหลบไปอีกทาง
เมื่อยูสุเกะก้มหน้าลงมาอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกล็อคข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือแกร่ง
ปล่อยผมนะ!! นี่น่ะเหรอ รุ่นพี่ที่เขาไว้ใจ
รุ่นพี่ที่ใครๆ ต่างก็มาหลงรัก รุ่นพี่ที่เป็นที่น่าเคารพนับถือ.....ทำไมถึงกลับกลายมาเป็นปิศาจกามตัณหาไปได้
ยูสุเกะเริ่มโมโหเมื่ออากิระดิ้นขัดขืนมากขึ้น ร่างบางชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาไม่ให้ยูสุเกะคร่อมได้
แต่คนที่เพิ่งสร่างเมาย่อมสู้แรงคนที่มีสติครบถ้วนไม่ได้อยู่ดี......ยูสุเกะเริ่มปลดตะขอแล้วรูดซิปกางเกงของอากิระลง
ความกลัวถาโถมเข้ามาจนทำให้สัญชาตญาณแห่งการอยู่รอดของร่างบางสั่งให้เค้าใช้แรงทั้งหมดที่มีผลักร่างที่นอนคร่อมเขาอยู่ออกไป
ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเตะเข้าไปที่กลางเป้าเต็มแรง!!!!!!
อ๊ากกกกกกก ยูสุเกะล้มลงไปนอนกับพื้น ตัวคู้
มือทั้งสองข้างกอบกุมน้องชายตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด อากิระจึงได้โอกาสคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกไปจากห้องทันที
ลากก่อน.....ไอ่รุ่นพี่บ้า!!! ชาตินี้ขอสาปแช่งให้เป็นหมันไปเลย!!!
...................................................................................................
อากิระหนีออกมาจากโรงแรมแล้ววิ่งไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่หันกลับไปมองเลยสักนิด
เขากลัวว่ารุ่นพี่จะตามมาเป็นที่สุด....กลัว......อยากกลับบ้าน.......เมื่อคิดถึงสถานที่ที่เป็นที่พักใจ
น้ำตาก็พาลจะไหลลงมาอาบแก้ม อากิระรีบเช็ดมันออกก่อนที่น้ำใสๆ จะมาทำให้เขามองไม่เห็นทางข้างหน้า......แต่แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าที่บ้านไม่มีใครอยู่
ฮึกก....ฮิโรกิ ชื่อแรกที่เรียกออกมาเมื่อรู้ว่าไม่มีใครอยู่บ้าน
ฮิโรกิ....นายอยู่ไหนนะ ฉันอยากเจอนายที่สุดเลย....ฉันกลัวมากเลยนะ.....
...........ถ้านายกลับจากนัดแล้ว ช่วยไปหาฉันที่สวนสาธารณะหน่อยสิ....ฉัน....มีบางอย่างอยากจะให้น่ะ...........
...............................................ฉันรอได้ ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็จะรอนะ...............................................................
ร่างบางเหลือบมองนาฬิกาเรือนยักษ์ที่ติดอยู่ที่หน้าศูนย์การค้าที่ตนวิ่งผ่าน.....5
ทุ่มกว่าแล้ว ฮิโรกิยังจะรออยู่มั้ย?? ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มีเมฆอยู่ประปราย.....นายจะยังรออยู่มั้ย??
ทั้งๆ ที่ฉันบอกว่าอย่ารอ
.........นายจะยังรออยู่มั้ยฮิโรกิ ฉันกำลังจะไปหานายนะ.........
อากิระวิ่งมาถึงหน้าสวนสาธารณะ มองเข้าไปยังที่ๆ ครั้งหนึ่ง เขาและฮิโรกิจะแบกกล้องโทรทรรศน์อันใหญ่มาตั้งที่ลานกว้าง....รอบตัวทั้งสองคนมีหนังสือดาราศาสตร์เปิดกางไว้
และแผนที่ดวงดาวอันใหญ่ที่จะขาดแหล่ไม่ขาดแหล่.....สิ่งเหล่านั้น นายยังรักษามันไว้ได้ดี
แต่ฉันสิ.....ทำลายมันไปหมดทุกอย่างแล้ว
ร่างบางวิ่งเข้าไปแต่กลับไม่เจอกล้องโทรทรรศน์ หนังสือดาราศาสตร์
และแผนที่ดวงดาว.....หรือว่าฮิโรกิจะย้ายที่?? อากิระหันซ้ายขวามองหา
น้ำตาจะไหลลงมาอีกครั้ง....นายอยู่ไหน ฮิโรกิ
อากิจัง!!??....นึกว่าจะมาไม่ทันเวลาซะแล้ว
เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ร่างบางจำได้ดีว่าเสียงใคร น้ำตาที่ปริ่มขอบตาไหลลงมาจนได้
อากิระโผเข้ากอดคนตัวเล็กกว่า พลางซบใบหน้าสวยหวานไว้กับไหล่เล็ก
อากิจัง ระ...ร้องไห้ทำไมเหรอ?? ใครทำอะไรอากิจัง??
บอกฉันมาซิ.... ถ้าบอกไปแล้ว
คนที่ตัวเล็กอย่างนาย จะไปทำอะไรเขาได้อย่างนั้นเหรอ???........ฮิโรกิกอดตอบหลวมๆ ใช้มือเอื้อมขึ้นไปลูบหัวคนที่สูงกว่าตนเบาๆ เป็นเชิงปลอบ
ความห่วงใยถ่ายทอดมากับน้ำเสียง ยิ่งทำให้อากิระสะอื้นหนัก
ฮึกก ฮืออ....ขอ...ขอโทษ...นะ นายช่วยโกรธฉันสักนิดจะได้มั้ย??
โกรธที่ไม่ได้มาตามนัด โกรธที่ทิ้งทุกอย่างที่เป็นความทรงจำระหว่างฉันกับนาย.......
ฉันไม่โกรธอากิจังสักนิด....ก็บอกแล้วไงว่ารอได้น่ะ มือที่เช็ดน้ำตาให้ เย็นยะเยือกจนน่าตกใจ....นายรอฉันนานเท่าไหร่กันนะ.....ฮิโรกิส่งยิ้มราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไรเมื่อเห็นสีหน้าของอากิระเมื่อตนยกมือไปสัมผัสแก้ม....ไม่ว่าจะหนาวแค่ไหน....ฉันก็จะรอเหมือนที่สัญญาไว้.....ฮิโรกิเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพลางยิ้มกว้างกว่าเดิม
นั่นทำให้อากิระมองตามสายตาอบอุ่นเบื้องหลังกรอบแว่นนั้นไปด้วย
ท้องฟ้าเริ่มเปิดแล้วแฮะ ดีนะที่อากิจังมาทัน ไม่งั้นอดเห็นแน่ๆ
เลย ฮิโรกิกระพริบตาปริบๆ เมื่อกี๊เขารอจนเกือบจะหลับไปแล้วด้วยซ้ำ
แล้วก็เกือบจะถอดใจเมื่อวันนี้ท้องฟ้ามีเมฆมากกว่าปกติ
อากิจัง... ฮิโรกิกุมมือร่างบางเอาไว้ ท่าทางเขินอายอย่างที่ไม่เคยเห็นสื่อออกมาผ่านสีหน้าที่อากิระเคยคิดว่าเอ๋อที่สุด....แต่วันนี้มันกลับทำให้ร่างบางชักไม่ค่อยแน่ใจแล้วแฮะ
คือ....วันวาเลนไทน์ คือ....ฉัน....อ่า.........มันคือ.....
เพราะความไม่เคยจึงทำให้คนตัวเล็กรู้สึกประหม่า มือที่เย็นอยู่แล้วกลับเย็นเฉียบกว่าเดิม
อากิระพลอยลุ้นไปด้วย....จะพูดอะไรน่ะ
คือว่า...วาเลนไทน์....ฉันก็รู้ว่าอากิจังไม่ชอบ...แต่.....
ฉันเนี่ยนะ ไม่ชอบวันวาเลนไทน์??
มะ...ไม่ใช่นะ คือ....ดวงดาวน่ะ....คือ....ฉันเข้าใจว่าอากิจังเบื่อที่จะมองมันแล้ว
แต่ว่า...
แต่ว่า..... อากิระลุ้นตัวแทบโก่ง ส่งสายตาคาดคั้นแบบที่ชอบทำทุกทีเวลาที่คนตรงหน้ามีเรื่องปิดบัง
จนต้องคายเรื่องนั้นออกมาในที่สุด
แต่ว่า....ของขวัญวันวาเลนไทน์ของฉันน่ะ....มันอยู่บนนั้น ฮิโรกิชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า เป็นจังหวะเดียวกับที่เมฆลอยหายไปจากสายตา ปรากฏเป็นดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงสว่างจ้า
ดาวดวงนี้จะปรากฏให้เห็นทุกๆ 12 ปี ตามปฏิทินสุริยุปราคา....ปีนี้ตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี
ฉันเลยอยากจะให้ดาวดวงนี้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์น่ะ ฮิโรกิก้มหน้าพูด
ให้ของที่เขาไม่ชอบเขาจะรับหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่อากิระกำลังแหงนมองดาวดวงหนึ่งที่เขาได้มาเป็นของขวัญ
ด้วยหัวใจพองโต....ของขวัญที่สัมผัสด้วยมือไม่ได้
Cerilambert.....นายให้ความรักที่สว่างสดใสกับฉันเหรอ?? อากิระถามขึ้น
สายตายังคงไม่ละไปจากดวงดาวที่สุกสว่างเสียจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำไมเขาจะจำไม่ได้ล่ะ....นี่เป็นดวงดาวเมื่อ
12 ปีก่อน ที่เขากับฮิโรกิส่องดูด้วยกันเป็นครั้งแรก.....Cerilambert....ความรักที่สว่างสดใส
อื้ม....ฉันให้ Cerilambert นาย ฮิโรกิที่ยังก้มหน้าอยู่สัมผัสได้ถึงความอุ่นชื้นชั่ววูบเมื่ออากิระลดใบหน้าลงมาจุมพิตเบาๆ
ที่ริมฝีปาก คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความไม่เข้าใจ แต่กลับพบกับรอยยิ้มสดใสเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่อาบแก้ม....สวยจนไม่อยากละสายตาเลย
ขอบใจนะ....ฉันขอรับเอาไว้แล้วกัน ไม่ต้องถามก็คงเข้าใจคำตอบ
เมื่อดวงดาวที่ให้มาเป็นของขวัญ คนรับนั้นรับมันด้วยความเต็มใจ
.........รับความรักที่สว่างสดใสไปเก็บไว้ในหัวใจของตัวเอง.........
คราวหน้า....พาฉันมาดูดาวที่นี่อีกนะฮิโรกิ
~~ FIN ~~