Lovers Again
Cast : Shinya Taniuchi
x Akira Kagimoto
Type : Short Fiction
Author
: Jdi
Dedicated
to : yik
แม้แสงตะวันที่แซงดงกิ่งไม้หนาทึบจากเบื้องบนจะสาดทอลงมายังร่างยาวที่นอนเหยียดกายลงบนผืนหญ้าเบื้องล่าง
แผ่กระจายไออุ่นไปรอบๆ แต่ก็ไม่ช่วยบรรเบาความหนาวเย็นที่กำลังแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังของชินยะได้เลย
ทั้งความเจ็บเองก็แล่นปลาบแปลบไปทั่วร่างกายไม่แพ้กัน
อึก.. แอ่กๆๆ ร่างสูงค่อยๆยันตัวขึ้นจากผืนหญ้า พลางแค่นไอรัวอย่างห้ามไม่หยุด
เหมือนปอดไม่สามารถสูดอากาศอะไรเข้าไปได้อีกแล้ว ในหัวตอนนี้มันปวดมึนราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบ
สายตาที่พร่ามัวพยายามหรี่มองเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความสว่างรับเข้ามาในสายตาที่เพิ่งลืมตื่น
ปวดหนึบที่ศรีษะเมื่อพยายามรื้อฟื้นความทรงจำในสมองที่ตอนนี้มันว่างเปล่า
ชินยะก้าวเท้าเดินไปรอบๆสถานที่นี้ช้าๆ ที่นี่.. หมู่แมกไม้ทั้งต้นที่สูงโปร่ง
พุ่มไม้เตี้ยทอเขียวขจีสวยงาม สายลมผัดแผ่วเบาเงียบสงบ ในแบบของสวนสาธารณะ
ชินยะย่ำเท้าเดินไปเรื่อยๆ
กำลังหาทางออกจากที่แห่งนี้
หรือกำลังพยายามครุ่นคิดหาอะไรบางอย่างในสติที่ว่างเปล่า
เขาไม่อาจแน่ใจในตัวเองได้เลย
อากิระ.. เสียงทุ้มตะโกนสุดเสียงเมื่อเดินมาถึงเนินแห่งหนึ่ง.. ตอนนี้สติรับรู้ในชั่ววินาทีว่า
ร่างบางที่ยืนนิ่งท่ามกลางตรงหน้าท่ามกลางกลุ่มคนมากมาย คือ อากิระ คางิโมโต้
คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา คนรักของเขา
ชินยะวาดรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
เพียงแค่ได้เห็นหน้าคนคนนี้ ความสับสน ความว้าวุ่นในใจก็สงบโดยพลัน ร่างสูงรีบสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปข้างหน้า
แต่เมื่อเข้าไปใกล้
ทุกอย่างก็เริ่มเด่นชัดขึ้นทุกที สมองเริ่มประมวลผลทุกอย่าง
ฝีเท้าหยุดนิ่ง
เมื่อภาพตรงหน้าทำให้ร่างทั้งร่างของเขานิ่งแข็งไปทั้งตัว
ตรงหน้า
คือแท่นหินมากมายที่เรียงรายปักแน่นขึ้นมาโดดเด่นจากผืนหญ้าสีเขียวอ่อน
ผู้คนสวมชุดสีดำสนิท
กิริยาสำรวม.. ทั้งสีหน้ายังนิ่งเรียบไร้รอยยิ้ม
เพราะความโศกเศร้าหรือ จึงทำให้ความสุขไม่สามารถแสดงออกมาได้แม้เพียงเสี้ยว
ชินยะได้เข้าใจในที่สุดว่าแม้แสงแดดจะทอประกายอุ่นสาดส่องไปทั่วผืนที่แห่งนี้
แต่กระแสอากาศรอบๆก็แฝงไปด้วยความเย็นเยียบ เหมือนความอ้างว้างนั้นมาตามสายลม
กำลังพากันกรีดผิวให้เจ็บช้ำ
เพราะที่นี่คือ..
สุสาน..
ความเย็นแล่นไปทั่วเหมือนทั้งร่างกายถูกสาปให้เป็นหิน
รอยยิ้มที่คลี่ด้วยความปรีดีตอนนี้ก็ยิ้มค้างอยู่อย่างนั้น
ดวงตาคมจ้องมองนิ่งไปยังคนที่รักของเขาที่ตอนนี้ดวงหน้าใสของอากิระกลับหม่นหมอง
แสดงความปวดร้าวออกมาอย่างที่สุดอย่างที่ชินยะไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
ริมฝีปากแดงของอากิระตอนนี้ซีดเผือด
แววตาอิดโรยไร้ชีวิตชีวา ไม่เจือความร่าเริงกระจ่างใสเหมือนเดิม
กลับคลอเคล้าไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นไม่ยอมหยุด
ฮึก ฮึก ฮึก.. เสียงสะอื้นไห้ของอากิระดังลอดผ่านริมฝีปากที่เม้มแน่น
เสียงนั้นผ่านหูเข้ามาดังก้องในสมองของผม ไม่เคยชอบเลยสักครั้งที่อากิระต้องร้องไห้ ไม่เคยไม่ปวดร้าวไปด้วยเมื่อได้เห็นน้ำตาที่แม้จะหลั่งออกมาเพียงนิดของอากิระ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะไม่เจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นนี้บาดหัวใจ
อยากปกป้องแต่ในตอนนี้ ไม่มีโอกาสอีกแล้ว เจ็บลึกไปที่ขั้วหัวใจ
นัยน์ดวงตาเข้มดำสนิทตอนนี้ก็เอ่อท้นด้วยน้ำตาไม่แพ้กัน
มือหนาเลื่อนมากุมที่อกด้านซ้ายเบาๆ
ชินยะแค่นหัวเราะเบาๆ เมื่อในข้างในอกด้านซ้ายตอนนี้นั้น
มันเวิ้งยิ่งกว่า..
การไม่มีอะไรอยู่ในนั้น
มันว่างเปล่า
ไม่อาจสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ
อากิระ .. ขอโทษนะ ที่ตอนนี้ ฉันทอดทิ้งนาย.. ขอโทษที่ตอนนี้ฉันยืนอยู่คนละโลกกับนายแล้ว..
ฮึก ฮึก เสียงครวญแผ่วเบาก่อนที่ชินยะจะทรุดตัวลงร่ำไห้ด้วยความปวดร้าว
หลั่งหยดน้ำตาแห่งความปวดร้าวลงบนผืนหญ้าเบื้องล่าง
ชินยะเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า
มือที่สั่นเทากำผืนหญ้าด้วยความเจ็บช้ำ
..
ในมือเล็กของอากิระที่กระชับกรอบรูปภาพหนึ่งแน่นกับอก
หญิงสาวสวมชุดลูกไม้สีดำสนิทเอื้อมมาโอบกอดแล้วลูบศรีษะน้อยของอากิระเบาๆ
แต่นั่นก็ไม่ได้สร้างความอบอุ่นเข้าไปในหัวใจที่แตกเป็นเสี่ยงๆของอากิระได้เลย
วงแขนของอากิระกอดรัดภาพถ่ายแน่นแล้วร้องไห้ซบคางลงเหนือกรอบรูปนั้น
กรอบรูปสีทองที่ล้อมภาพขาวดำอยู่ข้างใน
ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย
ริมฝีปากบางที่ยักยิ้มที่มุมปาก ทำให้ขาของชินยะมันหมดเรี่ยวแรงแทบทรุด
ภาพของ
ชินยะ ทานิอุจิ..
ชินยะเบื่อนหน้าหนีจากความเป็นจริงที่ว่า
ตอนนี้ เค้ายืนอยู่คนละโลกกับอากิระแล้ว
อากิระ.. ฮึก ฮึก .. ขอโทษ
ความเสียใจปวดร้าว
จากการจากลา.. มีเพียงคนโชคร้ายที่ต้องพบเจอกับมันเท่านั้น ที่จะรู้ ว่าความทรมาน
นั้นมันมากมายเพียงไหน
.
.
.
จะคริสมาสต์แล้วน้า อากิระมีแผนจะไปที่ไหนหรือเปล่า
ถ้ายังไม่มีนะฉันว่านายไปฉลองที่บ้านคุณทาคุยะดีไหม
เขาว่าครั้งนี้คุณทาคุยะถึงกับเปิดชั้นบนของบ้านต้อนรับเลยนะ วิวต้องสวยมากแน่ๆ
คนในบริษัทไปกันเยอะแยะเลย นายไปกับฉันนะ นะๆๆ เสียงร่าเริงของเพื่อนสนิทแสดงออกถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้า
เรียวเฮเลื่อนมือเล็กมาคล้องแขนของเพื่อนรักที่ตอนนี้กำลังจัดสิ่งของลงกระเป๋าสะพายเตรียมตัวกลับไปพักที่บ้านหลังจากเลิกงาน
ไม่เอาหรอก ฉันอยากจะฉลองคริสมาสต์กับชินยะน่ะ ปีที่แล้วชินยะบอกว่าอยากกินแซลมอนล่ะ
ฉันก็อยากจะลองทำดูให้ได้ ก็ว่าจะไปฝึกทำอาหารสักหน่อยน่ะ เรียวเฮรู้สึกสะท้านในใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบางของอากิระ
เกือบเดือนแล้วที่ชินยะจากไป
อากิระกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยปราศจากน้ำตาได้แล้วแต่รอยยิ้มที่สดใสของอากิระคงไม่มีทางกลับมาแล้วสินะ
หา? นี่นายยังจะ.. อากิระ บอกตามตรง ฉันเป็นห่วงนายจริงๆนะ
นายต้องรู้จักที่จะก้าวต่อไป แม้ว่าแฟนของนายจะหล่อมากก็เถอะ เรียวเฮเอื้อมมาจับไหล่เล็กของเพื่อนเขย่าเบาๆด้วยความห่วงใย
เรียวเฮ.. มันไม่เกี่ยวกับการก้าวต่อไปหรอก เส้นทางเดินของชั้นมีชินยะร่วมด้วยมาตั้งนานแล้ว
เราเดินเส้นทางเดียวกัน แล้วก็จะเป็นเส้นทางเดียวที่ฉันจะเลือกเดินตลอดไป..
ฉันขอโทษนะ ที่ทำให้นายต้องเหนื่อย ต้องคอยห่วงใยฉันมาตลอด ตอนนี้ฉันกำลังพยายามเข้มแข็งอยู่นะ
ขอบคุณมาก ทันทีอากิระเก็บของเสร็จก็หันมายิ้มบาง เอื้อมมือมาสัมผัสมือเล็กของเพื่อนแล้วพยักหน้าเบาๆอย่างขอบใจ
เฮ้อออ พูดว่า พยายามเข้มแข็ง
นายก็ต้องทำให้ได้ซี่ เรียวเฮรำพึงรำพันเบาๆ
เมื่ออากิระเอี้ยวตัวเดินจากไป
เข้มแข็ง ไม่ได้หมายความว่าต้องลืม.. เสียงทุ้มและการปรากฏตัวของชินยะไม่ได้อยู่ในการรับรู้ของเรียวเฮเลย
ชินยะเริ่มชินแล้วกับการที่ทุกคนอาจสัมผัสเขาได้ ชินแล้วกับการไม่มีตัวตนของผู้ที่เป็นแค่วิญญาณ
แต่กับคนเดียวที่ไม่มีทางชินและไม่มีทางยอมรับได้.. การที่อากิระมองผ่านเขาไป..
ถ้าทุกข์อย่างที่สุด
คือ การไม่ได้รัก.. ทุกข์ยิ่งกว่านั้น.. คือการไม่มีตัวตน..ที่จะรัก
ทุกข์อย่างที่สุดที่ผมจำต้องเผชิญ..
ไอ่ตัวเล็ก พอฉันไม่อยู่ ก็คิดจะพาไปอากิจังปิ๊งป๊างกับคนอื่นเลยนะ ชินยะสาวเท้าขึ้นมายืนจ้องหน้าเจ้าตัวเล็กเรียวเฮ ใบหน้าขึงขังของชินยะตรงหน้า
เรียวเฮไม่มีทางมองเห็นได้ นอกจากแผ่นหลังเศร้าสร้อยของอากิระที่เดินจากไป ชินยะคลายสีหน้าลงเมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของจิบะ
ชินยะ นายนี่มันร้ายกาจนัก ตายไปแล้วก็ยังมัวเมาเพื่อนฉันไม่เลิก เดี๋ยวจะเผาพริกเผาเกลือส่งไปให้
ฮึ เรียวเฮกัดฟันกรอดๆ แม้คำพูดจะดูไร้ไมตรี
แต่ใบหน้าที่สลดลงของเรียวเฮก็ทำให้ชินยะได้รับรู้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนที่เคียงข้างอากิระมาตลอดคือคนตรงหน้านี้
ขอบคุณมากจริงๆนะเรียวเฮ ขอบคุณ
.
.
.
อ๊ะ... เพลงนี้อีกแล้ว.. เสียงร้อนฉ่าของกระทะร้อนถูกแทรกด้วยเพลงคุ้นเคยที่ดังแว่วมา
เพลงร็อคที่จังหวะไม่หนักมาก เสียงใหญ่ทุ้มของนักร้องนั้นร้องเป็นจังหวะตามอารมณ์ของตนที่อากิระเคยบ่นว่าโหวกเหวกจนหนวกหู
ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเพลงที่บางเบาเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล เพลงที่ชินยะชอบ..
รำคาญจะแย่.. ถึงเสียงเล็กจะบ่นอุบแต่อากิระก็เลื่อนมือไปเพิ่มระดับเสียงของคลื่นวิทยุ
แล้วหันกลับมาสนใจกระทะตรงหน้าเสียงกีต้าร์โปร่งที่เกลาแผ่วๆในจังหวะดนตรีกลับทำให้หัวใจของอากิระถูกบีบจนเจ็บไปหมด
อากิระเงยหน้าขึ้นระบายลมหายใจที่มันกำลังอัดแน่นอยู่ข้างในจนอึดอัด
น้ำตาจะหยดลงกระทะแล้วอากิจัง.. อากิจังไม่ชอบอาหารเค็มไม่ใช่หรอ
ร่างสูงเดินเข้ามาขยับชิดอากิระที่ ใกล้ชิดจนเหลือช่องวางเพียงนิด
แต่ช่องว่างของคนที่อยู่กันต่างภพมันมากมายจนอากิระไม่มีทางรับรู้การมาของชินยะเลย
ขี้แย .. ใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้แก้มใส เอ่ยแหย่เย้าด้วยรอยยิ้มอย่างเอ็นดู..
ดวงตาคู่สวยที่ปริ่มจะร้องไห้ของอากิระมันทำให้ชินยะอยากเข้าไปโอบกอดโคลงเคลงเบาๆ
โอ๊ยยย.. เพราะมัวแต่เหม่อ
มือที่ไม่ได้สวมถุงมือปกป้องอะไรก็สัมผัสเข้ากับขอบร้อนของกระทะอย่างจัง อากิระรีบสะบัดมือออกมาอย่างแรง
แต่ความร้อนฉับพลันก็ได้กรูเข้ามาทำลายผิวอ่อนนั้นเสียแล้ว
.
.
.
ชินยะ ทำไมอาหารที่นายอยากกินมันทำยากอย่างนี้นะ
แต่ตอนนี้ก็ทำได้สำเร็จแล้วล่ะ เก่งใช่ไหมๆ
เสียงใสของอากิระเปรยขึ้น
เขาปรบมือเบาให้ตัวเองพลางยิ้มน้อยให้กับกรอบรูปของคนที่รัก ชินยะ ทานิอุจิ
ที่วางตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารสีขาวครีมอ่อน
ชินยะเฝ้ามองดูอากิระมาตลอดตรงเก้าอี้ตรงข้ามกันกับอากิระ
จานอาหารที่ถูกจัดด้วยความประณีตถูกวางลงหน้าเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกันทั้งสองฝั่ง
แสงเทียนอ่อนๆกลางโต๊ะสะท้อนประกายว้าเหว่ออกมาจากดวงตาคู่สวยของอากิระ
คืนวันคริสมาสต์ที่อากิระไม่ได้เลือกที่จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายอย่างที่เรียวเฮชักชวน
แต่เขาเลือกที่จะอยู่กับคนที่รักเพียงสองคน
นั่งทานอาหารค่ำกับ..คนรักที่จากไป
คืนนี้ นายไม่ได้อยู่คนเดียวนะ อากิระ..
ชินยะเอ่ยเสียงเบา
รอยยิ้มที่วาดบางๆมันกลับตอกย้ำให้หัวใจของชินยะเจ็บไปหมดเมื่อเห็นว่าอากิระก็มียิ้มกลับมาให้เขา..
ที่ไม่มีตัวตน
นายทำให้ฉันมีงานอดิเรกเป็นการร้องไห้แล้วนะ
ทั้งที่เมื่อก่อนฉันเองร้องไห้แค่ปีละ2ครั้ง
เพราะเป็นนายสินะ
ฉันได้อ่อนแอ ไม่มีแรงสู้ต่อความเสียใจ เพราะนายคนเดียว
อากิระเลื่อนแก้วไวน์ที่ค่อนไปด้วยของเหลวที่แดงเข้มไปตรงหน้า
แล้วไวน์นี่ก็แพงด้วยนะ ตาบ้า..
ชินยะเพ่งมองหลังมือของชินยะที่ถูกเผาด้วยความร้อนของกระทะ
ตอนนี้มันเริ่มบวมเหมือนกับคั่งน้ำอยู่ภายใน
เจ็บไหมอากิระ.. รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
แต่ชินยะก็ขยับมือหมายจะเลื่อนไปกุมมือนุ่มนั้นเบาๆ
แต่สิ่งที่คว้ามาได้ก็คือ..
ความว่างเปล่า
ไม่ต้องตำหนิฉันว่าซุ่มซ่ามนะ ...
อากิระหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่าดวงตาเข้มของชินยะในกรอบรูปนั้นเหมือนกับจ้องมาที่มือเขาเสียอย่างนั้น
พาลนึกไปถึงหน้าของชินยะตอนดุ เหมือนตาแก่ไม่มีผิด..
แต่เจ็บจังเลย ชินยะ... ฮึก ฮึก เจ็บมาก.. มันแสบจนฉันรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เกินกว่าจะกลั้นไหวแล้ว
อากิระซบใบหน้าลงมือฝ่ามือของตน
ร่างบางนั้นตัวสั่นแรงไม่หยุด
ความว้าเหว่ต่างหากที่ทำให้อากิระรู้สึกหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
ร่างบางสะอื้นไห้ เลื่อนเรียวแขนเล็กโอบกอดตัวเองแน่น
เสียงสะอื้นไห้ที่น่าสงสารของอากิระในคืนนี้นั้นต่างทรมานทั้งตัวเขาเองและคนที่ได้ยิน
ชินยะพรวดลุกไปหาคนรักทันที
ไม่สามารถสัมผัสได้แต่เขาก็หลอกตัวเองด้วยการสวมกอดอากิระ
สวมกอดอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้าแน่น
ชินยะ ใจร้าย ฮึก ฮึก.. คนที่จากไปอย่างนายไม่มีทางจะเข้าใจความเจ็บช้ำของฉันที่เหมือนอยู่ด้วยหัวใจที่เหลือเพียงครึ่งเดียวบ้างไหม..
โลกนี้ที่ไม่มีนายอยู่ มันโหดร้ายสำหรับฉันมากเหลือเกิน .. ฮึก
คนที่จากไปก็ต้องเผชิญกับเจ็บช้ำมากมายเหมือนกัน
เราสองคนต่างทรมาน
อากิระ.. ชินยะเลื่อนนิ้วแต่ก็ไม่สามารถเกลี่ยน้ำตาที่กำลังรินไหลเหมือนเคยได้
ฮึก ฮึก... ขอโทษนะ วันนี้อากาศมันหนาว
หัวใจของฉันมันเลยอ่อนไหวและเปราะบาง ชินยะก็เลยต้องมาเห็นน้ำตาของชั้นอีกแล้ว.. ฮึก
ฮึก
อาหารที่ตั้งใจ
อากิระละเลียดกินได้อย่างลำบาก เพราะมีน้ำตา..
ชินยะเฝ้ามองน้ำตาของอากิระอย่างเจ็บช้ำ
เฝ้ามองทุกกิริยาโดดเดี่ยวของคนรักตลอด
เจ็บปวดนักที่เค้าทำได้แค่เพียงมองดูเท่านั้น..
ไม่อยากให้มือที่บวมพองของอากิระต้องสัมผัสน้ำหรือฟองน้ำยาล้างจานให้บาดแผลมันดูแย่ไปอีกเลย
ถ้าเขายัง..
แตะทุกอย่างได้ เขาจะอาสาจัดการทุกอย่างเองโดยไม่ต้องลำบากอากิระเลย
จะไม่ยอมให้อากิระยกอาหารไปเก็บด้วยตัวเอง
ใบหน้าขาวใสของอากิระตอนนี้กรังไปด้วยคราบน้ำตา ทั้งดวงตาและจมูกรั้นนั้นต่างแข่งกันแดงชัดเจน
ดูหนังกันนะ.. อากิระเอ่ยขณะที่ยกกรอบรูปเล็กมาตั้งบนโต๊ะต่ำหน้าโทรทัศน์จอใหญ่
แสงจากจอโทรทัศน์ทอภาพออกมาท่ามกลางห้องที่มืดมิด
ชินยะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆชินยะ
หนังเรื่องเดิมที่อากิระชอบนัก
หนังที่เรียกน้ำตาของอากิระได้ทุกครั้ง แต่เรียกเสียงหัวเราะจากทานิอุจิ
อย่าหัวเราะนะชินยะ นางเอกกำลังมีชะตากรรมที่แสนเศร้า... อากิระโวยวายพลางดันไหล่ชินยะอย่างปรามๆ
เมื่อชินยะกำลังพยายามกลั้นเสียงหัวเราะในลำคอ
ขำอะไรนักหนา... เสียงดังอย่างนี้ออกไปเลยนะ อากิระโวยพลางดันร่างแกร่งที่ตั้งใจแกล้งเข้ามานัวเนียออกไปอย่างหงุดหงิด
หนังมันไม่สมเหตุสมผลสักหน่อย คางิโมโต้น่ะ ขี้แงชะมัด ไม่ว่าเปล่า ชินยะก็หยิบป๊อบคอร์นปาใส่ศรีษะเล็กของคนข้างๆที่นั่งสูดน้ำมูกร้องไห้ขี้มูกโป่งครั้งแล้วครั้งเล่า
เวลาร้องไห้นะ หน้าของอากิระจะทั้งบวมทั้งบาน .. ไม่สวยๆ ฮ่าๆๆ
ล้อเล่นน่ะ สำเร็จผลด้วยการเรียกน้ำโหจากอากิระจนได้
อากิระหันมาจ้องเขม็งกระโจนใส่ชินยะ... แต่ก็เสียท่าถูกเขาโอบกอดรัดแน่น
เสียท่าด้วยจุมพิตที่บรรจงมอมเมาเด็กดื้อด้วยความอ่อนโยนของชินยะ
การดูหนังครั้งนั้นจบด้วยเสียงหัวเราะของทั้งสองฝ่าย
แต่ครั้งนี้
จบลงด้วยน้ำตาของอากิระเพียงคนเดียว
ไร้การยียวน
ไร้การปลอบโยน ไร้อ้อมแขนอุ่นที่เคยโอบกอดสัมผัส
....
เหลืออากิระเพียงคนเดียว
.
.
.
หลังจากที่ชินยะเหมือนตื่นขึ้นมาที่สุสานแห่งนั้น
ตื่นขึ้นมาจากการมีชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์
กลับเข้าสู่ของโลกไร้วิญญาณ
ชีวิตของผู้ที่จากไป
ทำได้แค่ซ้อนทับช่วงเวลาของคนเป็นเท่านั้น
ไม่อาจข้องเกี่ยวกันได้
เอาแต่เดินตามอากิระ เฝ้ามองอากิระ... ได้ทำแบบนี้ กับไม่ได้ทำเลย
อย่างไหนมันเจ็บปวดกว่ากันน้า ชินยะ ชินยะเอ่ยถามตัวเอง
ทำไมเราต้องมาทำตัวเหมือนโรคจิตชอบตาม กับคนรักของตัวเองด้วยนี่.. ก่อนที่จะหัวเราะเยาะตัวเองอย่างไร้ความหมาย
เขานั่งที่ม้านั่งสีน้ำตาลเข้มริมถนนสายเล็ก
ข้างหน้าเป็นร้านดอกไม้ที่อากิระทำงานอยู่
ทุกวันเขาจะมานั่งตรงนี้
ดูรอยยิ้มของอากิระกับดอกไม้
...
เขาหวนนึกไปถึงตอนที่เขาลอบเข้ามาแต๊ะอั๋งอากิระจากข้างหลัง
อากิระสะดุ้งด้วยเพราะจั๊กจี้
เลยหันสายยางที่กำลังรดน้ำต้นไม้มาฉีดใส่เขาอย่างไม่ตั้งใจ
เขาแกล้งกลับด้วยการยกตัวอากิระลอยขึ้น
สายน้ำที่พุ่งออกมาจากห่วงยางไม่เป็นดังใจ
วันนั้นเขาทั้งสองเลยเปียกปอนด้วยกันทั้งคู่
ถึงแม้อากิระจะด่าเขาว่าบ้าๆเป็นชุด แต่เสียงหัวเราะของเรา
ต่างประสานกันอย่างมีความสุข
วันนี้..
ไม่มีเสียงหัวเราะอีกแล้ว ...
อากิจังไปส่งดอกไม้ให้ร้านขายปลาของคุณอัตสึชิในซอยถัดไปให้น้าหน่อยได้ไหมจ้ะ
เขาสั่งไปให้ภรรยานะ
ครับๆ เรียวปากแดงสดยิ้มบางตอบรับ
หญิงวัยกลางคนยิ้มรับอย่างเอ็นดู
อากิระปัดตามตัวและจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง
หลังจากที่รดน้ำต้นไม้เสร็จ เมื่อรับช่อดอกไม้ที่จัดช่อสวย
อากิระก็อดคลี่ยิ้มออกมาอย่างเสียมิได้
ชินยะมองรอยยิ้มของอากิระแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้เช่นกัน
ถึงแม้มันจะเป็นความสุขทีเคลือบด้วยความเศร้า
แต่เขาก็สุขใจจริงๆ
ฮิ้ววววว ทั้งคนทั้งดอกไม้สวยจังเลยนะครับ
อากิระกระชับช่อดอกไม้แน่นแล้วก้มหน้าเดินงุดๆเมื่อได้ยินเสียงทักทายขณะที่กำลังจะเดินผ่านชายหนุ่มคนหนึ่ง
ชินยะกระตุกคิ้ววูบอย่างไม่พอใจ
เมื่อเห็นทีท่าว่าไอ้บ้านั่นไม่ยอมลดละที่จะก่อกวนอากิระ
อ้าวๆๆ จะรีบไปไหน ชื่อไรครับ เป็นดังคาด
เจ้าหนุ่มหน้าหม้อนั่นเดินตามมาป้ออากิระ
อากิระรีบก้าวเท้ายาวๆหนีด้วยความเร็วที่สุดที่เท้าเขาจะพาไปได้
ขอโทษนะครับ เราอย่ารู้จักกันเลยนะครับ อากิระบ่ายเบี่ยง
แต่เจ้าหนุ่มนั้นก็เดินตามวนเวียนไปซ้ายทีขวาที
ไม่เห็นหัวชินยะที่มีหน้ากระฟัดกระเฟียดเลย
เจ็บใจยิ่งนักที่ไม่สามารถปกป้องอากิระได้เหมือนที่เคย
เอ้า ก็พี่อยากรู้จักน้องนี่นา
เฮ้ยยย แกออกไปไกลๆ อากิจังนะเว้ย ชินยะได้หน้ามุ่ยไม่พอใจ อากิระเองก็กอดช่อดอกไม้จนตัวลีบ
ชินยะจะผลักคนที่มาวอแวออกแต่ก็มือหนาก็ทะลุผ่านร่างหนาของชายแปลกหน้าไปทุกที
เขาเลยทำได้แต่ท่าไล่แมลงวัน
ชิ้วๆๆ โธ่เว้ยย งี่เง่า! ชินยะก่นด่าตัวเองอย่างหัวเสีย
รีบเดินไวๆนะอากิระ ไปหาลุงอัตสึชิไวๆ..
ชินยะพูดเหมือนออกคำสั่งกับอากิระ อากิระไม่มีทางได้ยินแจ่ฝีเท้าที่เร่งเดินเหมือนกำลังทำตามคำสั่งของคนรักอยู่
อ๊ะ.. อากิระอุทานเบาเมื่อถึงร้านคุณลุงอัตสึชิ
เขารีบก้าวเท้าเดินเข้าไปหน้าร้านทันที
คุณลุงครับ ดอกไม้ครับ
อากิระเสียงใสด้วยความโล่งใจ ชินยะเองก็ไม่ต่างกัน
ใบหน้าเข้มกร้านของคุณลุงอัตสึชิหันมามองชายหนุ่มที่เขาเห็นว่าเดินตามอากิระมาแต่ไกลอย่างเหี้ยมๆ
ฉัวะ! อัตสึชิสับมีดที่ทั้งหนาและคมลงบนตัวปลาตัดแบ่งส่วนหัวและตัวขาดเป็นสองท่อน
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อก
เดินตามเขามาซื้อปลาหรือพ่อหนุ่ม ถ้าไม่ได้ซื้อก็ไสหัวไป ไอ่โรคจิต คุณลุงเสียงเย็นจนหนุ่มนั้นหน้าซีดก่อนที่จะเอี้ยวตัวแล้ววิ่งแจ้นออกไป
ชินยะยิ้มอย่างพอใจ อยากจะยกนิ้วให้แล้วทำหน้าทะเล้นใส่ลุงอัตสึชิเหมือนเคย
ลุงก็คงไม่รับรู้ความกวนของเขาได้เหมือนที่ยังมีชีวิตอยู่หรอก
ขอโทษที่ทำให้ต้องเสียลูกค้าเพราะปกป้องผมนะครับ ขอบคุณมากครับ อากิระก้มหัวขอโทษ
อ๊ะๆ อากิระไม่ต้องขอบคุณลุง.. เราคนรู้จักกัน นี่ถ้าเจ้าชินยะมันมาเห็นคนเดินตามอากิระนะ
มันคงควันออกหูโมโหแย่ เช๊อะ สมน้ำหน้ามัน มาแล่นด่วนจากไป
อากิระเลยต้องลำบากอันตราย มันน่าด่านัก
ลุงอัตสึชิพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
อากิระยิ้มรับน้อยๆ แต่.. ชินยะคนที่ได้ยินน่ะสิ.. ^^
.
.
.
แต่ละย่างก้าวที่ผมเดินตามอากิระ
มันสั่น.. นั่นเป็นเพราะผมเป็นเพียงวิญญาณหรือ?
แรงน้ำหนักที่กดลงบนพื้นแต่ละครั้งมันจึงบางเบา หรือเป็นเพราะทุกก้าวของผมในตอนนี้
ไม่มีอากิระเคียงข้าง แท้จริงแล้วเส้นทางของเรามันกลายเป็นเส้นขนานกันไปแล้ว
เส้นขนานของโลกต่างภพที่ไม่มีวันบรรจบกันอีกต่อไป
ชินยะทอดสายตามองตามแผ่นหลังบางของคนรัก..
หลังๆมานี้
เขารู้สึกว่าก้าวเดินของเขามันช้าลง แล้วแผ่นหลังของอากิระเองก็ดูเหมือนห่างไปไกลออกไปทุกที
เป็นเพราะเขากังวลไปเอง..
หรือเพราะเวลาของนาฬิกาทรายแห่งความเมตตาของพระเจ้าที่ประทานให้กับเขา
ใกล้จะหมดลงแล้ว
วันนี้เขาเองก็นั่งอยู่ที่เดิม
เฝ้ามองดูอากิระเหมือนเคย
วันนี้แสงแดดแรงจัด จนอากิระต้องยืมหมวกของคุณป้าเจ้าของร้านมาใส่ปกปิดใบหน้าจากแสงแดดที่โลมเลีย
หมวกนั้นเฉิ่มซะไม่มีล่ะ
ปีกของหมวกมันกางออกปิดใบหน้าของอากิระมิดเลย
นั่นยิ่งทำให้เขาไม่ชอบใจกับหมวกนั้นมากไปใหญ่
เวลาล่วงเลยผ่าน
... ชินยะก็ทำได้แค่เฝ้ามองดูคนรักทุกนาที
ขอให้เวลาของผมยืดยาว..ตลอดไปนะครับ
ยิ่งได้รับความสุขแต่ไม่อาจสัมผัสอากิระได้
ความเจ็บช้ำจะกัดกร่อนหัวใจผมลงไปทุกทีๆ
แต่ผมยินดี..
ขอเพียงได้ยืนอยู่ข้างอากิระ
แม้อากิระจะไม่อาจรับรู้ได้ว่า
ผมยังอยู่กับเขาตรงนี้ ไม่ได้จากเขาไปไหนก็ตาม
ผมยินดี
แม้ว่าเราสองคนจะต้องเจ็บช้ำด้วยความปวดร้าวที่เราไม่สามารถดูแลซึ่งกันและกันได้
อย่างอ่อนโยน.. อีกต่อไป
อ๊ะ..
จู่ๆลมก็พัดแรง
หมวกใบสีน้ำตาลที่อากิระไม่ได้ยึดจับเอาก็ปลิวรอยไปตามแรงลม
อากิระเอี้ยวตัวหมายจะคว้าไว้ให้ทัน
แต่หมวกนั้นก็ปลิวข้ามรั้วไปไกลจน
ท่าทางเงอะงะของคนรักมันตลกจนชินยะอดหัวเราะไม่ได้
อยู่นี่เอง..
อากิระเอื้อมมือลงไปเก็บหมวกที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่ริมถนนสีเทาอ่อน
นอกรั้วเตี้ยๆของร้าน
ทันทีเงยหน้าขึ้นมามองไปยังตรงหน้า
มือที่ถือหมวกไว้มันก็อ่อนแรงปล่อยหมวกร่วงหล่นจากมือไปอีกครั้ง
...... หือ
รอยยิ้มที่วาดค้างไว้ต้องหุบลงด้วยความประหลาดใจ ชินยะมองไปตรงหน้า
อากิระที่ยืนนิ่งตรงนั้นกำลังมองตรงมาที่เขา..
อากิระที่ยืนอยู่ฝั่งถนนตรงข้าม..
ชินยะค่อยลุกยืนขึ้นจากม้านั่งไม้แล้วหันรีหันขวาง
ทุกวัน
เขานั่งคนเดียวมาตลอด.. รอบข้างไร้วี่แววผู้คน..
วันนี้ก็เช่นกัน..
แล้วอากิระมองใคร?
ภายในใจมันเสียววาบ
เมื่อเห็นว่าอากิระยกสองมือเล็กขึ้นมาประสานที่ริมฝีปาก ตัวเริ่มสั่นเทิ้ม
สายตาจ้องตรงมาตรงนี้เขม็งไม่ละสายตาไปเลย
ชินยะ...ฮึก ฮึก.. ริมฝีปากแดงสดเปิดปากช้าๆ
เอ่ยคำสั้นพึมพำ อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่สุด
แต่น้ำตาของอากิระก็พรั่งพรูออกมาไม่หยุด
ภาพของร่างสูงพร่ามัวเมื่อมองผ่านดวงตาที่มีน้ำใสไหลคลอ
ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงนั้น
คือคุ้นเคย .. คนที่เขาปรารถนาจนสุดใจ
ชินยะ.. ใช่ไหม
เท้ามันก้าวออกไปข้างหน้าก่อนความคิดด้วยซ้ำ ทั้งที่ร้องไห้มากมายจนแทบทรุด
ภาพมายา
หรือความฝัน?? ในสมองของอากิระตอนนี้ไม่สนใจเลยสักนิด
ใจมันบังคับให้เท้าก้าวเดินไปข้างหน้า
ไปหาคนที่รักสุดหัวใจ..
ชินยะมองดูร่างบางที่กำลังเดินรี่มาตรงนี้อย่างช้าๆ
เสียงสะอื้นไห้ของอากิระมันเริ่มดังชัดมากขึ้นเมื่อร่างบางเดินใกล้เข้ามาทุกที
ชินยะ.. ฮึก.. ชินยะ.. อากิระร้องซ้ำๆ
อากิระเห็นเรา? เมื่อมองไม่เห็นว่ามีใครอื่นรอบข้าง
ชินยะยืนนิ่ง..
มากกว่าความประหลาดใจ..
ดีใจ..
มากแค่ไหน...
สับสนมากเพียงใด...
อากิระ... ชินยะยิ้มกว้าง
ความอบอุ่นที่เคยได้สัมผัสจากรอยยิ้มของชินยะทำให้อากิระหลั่งน้ำตาหนักไปใหญ่
มาสิ.. อากิระเงยหน้ามองร่างสูงที่ห่างออกไปเบื้องหน้ากำลังอ้าแขนกว้าง
ดวงตาคมเจือรอยยิ้มไม่ต่างกับริมฝีปากบางที่วาดยิ้มค้างไม่ต่างกัน
ฝีเท้ารีบเร่งด้วยโหยหาไออุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยของชินยะ
อากิร๊ะ.....!!~
เอี๊ยดดดดดดดดดด ปึงงงงงง
ชินยะไม่อาจเตือนอากิระได้เลย
ถึงมอเตอร์ไซค์สีดำสนิทที่กำลังแล่นมาด้วยความเร็ว..
.
.
.
ร่างบางในชุดขาวปลอดนอนนิ่ง
เปลือกตานั้นปิดสนิทไม่มีทีท่าว่าอีกนานแค่ไหนที่ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนนั้นจะลืมตื่นขึ้นมา
เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ถูกนำมาโยงระยางรอบตัวอากิระไปหมด
ทั้งถุงเลือดที่ห้อยอยู่สูง
หยดเลือดไหลเข้าสู่ร่างกายอากิระไม่ขาด
เสียงเครื่องวัดชีพจรดังตลอดเวลา
แต่นั่นก็ไม่ใช่จังหวะปกติของคนทั่วไป
อาการบาดเจ็บของอากิระสาหัสมาก
ภาพเลือดแดงฉานของคนรักที่นอนกองกับพื้นหลังจากโดนชน
ชินยะยังจำได้ติดตา
มันเจ็บลึกเข้าไปถึงหัวใจ
เสียงสะอื้นไห้ของแม่ของอากิระที่นั่งกุมมือนุ่มของอากิระดังก้องภายในห้องสีขาวสะอาดนี้
ร่างสูงยืนนิ่งข้างเตียง
คุณแม่ของอากิระก็เป็นอีกคนที่ไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของเขาได้
ชินยะทำได้แค่เฝ้ามองคนรัก..
ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่ยืนอยู่ตรงนี้
ชินยะ.. เสียงเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีซีดของอากิระ
คุณแม่ของอากิระพรวดลุกด้วยความดีใจ
ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาร่างกายของอากิระไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสิ่งใดด้วย
คุณแม่ของอากิระรีบกดโทรศัพท์เรียกพยาบาลข้างนอก
แต่เสียงชีพจรของอากิระที่เต้นเบาลงสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้คุณน้ากุมมือแน่นที่หน้าอกแล้วทรุดตัวลงร้องไห้
นี่..
คงไม่ได้หมายความว่าลูกกำลังจากแม่ไปใช่ไหม
หมายความว่า
ลูกกำลังจะกลับมาหาแม่ อยู่กับแม่ใช่ไหม..
ชินยะ..
น้องกำลังเจ็บน่ะลูก เจ็บนักอย่างที่แม่ไม่อาจหาความเข้มแข็งไหนมาทนดูได้ มือขาวของคุณแม่ของอากิระเลื่อนไปลูบที่แก้มขาวซีดของลูกรัก
นึกถึงภาพของอากิระวัยเด็ก
ดวงหน้าเล็กๆที่เคยเบ้ปากร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเพียงน้อย
เพียงแค่นั้นแม่ก็รู้สึกเจ็บปวดแทบตาย
แม่ไม่รู้ว่าชินยะอยู่ที่ไหน
จากไปตลอดกาลหรือว่ายังวนเวียนอยู่เคียงข้างน้อง..
แต่..
ฮึก ฮึก ช่วยน้องได้ไหม?
อย่าพาน้องไปจากแม่เลย.. คำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน
เรียกน้ำตาที่ชินยะพยายามกลั้นไว้มาตลอดให้ร่วงหล่นออกมา
ชินยะทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้แล้วเหม่อมองใบหน้าขาวซีดของคนที่รัก
อากิระดูอ่อนกำลังลงจนจะไม่ไหวแล้วสินะ
ชั่ววินาทีนั้น
เขาตัดสินใจแล้ว
อากิระ...
อากิระ ได้ยินชินยะใช่ไหม.. เสียงทุ้มเรียกแผ่วเบา
ชินยะเลื่อนนิ้วชี้เสมือนเกลี่ยที่ใบหน้าใสของอากิระเบาๆ
ตอนนี้อากิระ หนีไปเที่ยวที่ไหนน่ะ.. กลับมาด่วนเลยนะ
กลับมาหามาม๊าของตัวเองสิเด็กดื้อ
ชินยะก้มหน้าลง น้ำตาไหลไม่ยอมหยุดเนื่องด้วยคำพูดเจ็บปวดที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย
อากิระ.. อย่าจากคุณแม่มาอยู่โลกเดียวกับฉัน
อย่ามาอยู่โลกนี้เลยนะอากิระ
โลกนี้มันอ้างว้างเกินไป นายจะไม่มีใครเลยนอกจากตัวนายเอง
ไม่มีของตื่นตาตื่นตาใจ
นายจะไม่ได้กินทอปปิ้ง เลือกรสไอติมไม่ได้แถมไม่มีให้กินด้วยซ้ำ
นายจะไม่มีหนังรักโรแมนติคให้ดู
ไม่มีความสวยงามของดอกไม้ให้นายได้สัมผัส
มีแต่ความว้าเหว่
คนอ่อนแอขี้แงอย่างอากิระทนไม่ได้หรอก
แต่ชินยะเข้มแข็ง.. ชินยะเลยอยู่ได้
ชินยะทุบที่อกของตัวเองเบาๆ
แล้วแค่นยิ้มด้วยความเจ็บปวด
อากิระ ... นายอย่ามายืนข้างๆฉัน.. อย่า.. ท้ายเสียงแผ่วเบา
ร้าวไปทั้งหัวใจ
ชินยะเลื่อนใบหน้าไปเสมือนประทับจุมพิตที่ริมฝีปากอ่อนนุ่มของคนรักที่หลับสนิท
นิ้วเรียวยาวเลื่อนมาสัมผัสลูบไล้ริมฝีปากคมนั่นอีกครั้ง
สัมผัสแผ่วเบา...
แรงกดที่บางเบานั้น
คนรักของเขาจะรับรู้ได้หรือไม่
หยดน้ำตาของชินยะที่ร่วงลงผ่านใบหน้าอากิระ
อากิระจะรับรู้ถึงความเจ็บช้ำจากความหนาวเย็นของน้ำใสนั้นหรือไม่
ชินยะละใบหน้าออกห่างแต่ยังเฝ้ามองใบหน้าใสนั้นนิ่ง
แม้ว่าเขาจะได้สัมผัสอากิระที่อบอุ่นอ่อนหวานทุกส่วนแล้ว
แต่สายตาคมนั้นก็ไล่มองไปทั่วร่างกายของอากิระราวกับพยายามเก็บเกี่ยวภาพตรงหน้านี้ด้วยความยากลำบาก
แม้ว่าฉันจากไป แต่ความรักของฉันจะอยู่กับนายตลอดไป..
รู้ใช่ไหม
ว่า ชินยะรักอากิระ.. ที่รักของชินยะตลอดไป..
ชินยะเลื่อนไปกระซิบที่ใบหูของอากิระเบาๆ
กดจมูกลงที่แก้มใสเบาๆแล้วยิ้มน้อยๆกับคำพูดทะเล้นของตัวเอง
ชินยะถอยออกมาเมื่อคุณหมอและพยาบาลต่างกรูกันเข้ามา..
ทุกคนวุ่นวายกับการรักษาชีวิตของอากิระไว้..
มีเพียงชินยะคนเดียวที่เห็น..
หยดน้ำตาหยดเล็กที่ไหลออกมาจากเปลือกตาที่ปิดสนิท
หยดน้ำตาที่กลั่นออกมาจากหัวใจถูกความปวดร้าวกัดกร่อนให้เหลือเพียงเสี้ยวของอากิระ
ขอโทษนะอากิระ .. ฮึก ฮึก ชินยะขอโทษ..
ตึ๊ดๆๆ
...
ผมมั่นใจว่าอากิระได้รับรู้ทุกสิ่ง
เสียงชีพจรของเขากลับมาดังในจังหวะปกติ
รอยยิ้มกว้างของคุณแม่ของอากิระมันดูตื้นตันใจอย่างที่สุด
อากิระกลับคืนสู่โลกสวยใบนี้อีกครั้ง
แต่ครึ่งหนึ่งของชีวิตของเขากำลังจากไป
ชินยะทอดสายตามองร่างบางที่นอนนิ่ง
แม้ว่าทีมรักษากำลังดูแลร่างที่ไร้การรับรู้ของอากิระ
แต่ชินยะรู้ดีว่า
ใบหน้าสงบนิ่งของอากิระกำลังเว้าวอนและร้องเรียกเขา...
อย่าไปชินยะ..
เหมือนเสียงของอากิระนี้ลอยมาจากที่แสนไกล
แต่เขาตัดสินใจที่จะหันหลังกลับและเดินออกไป
ฉันรักรอยยิ้มของนาย
มีรอยยิ้มทุกวันนะอากิระ เพื่อฉัน..
คงเป็นเรื่องมหัศจรรย์?
เรื่องปาฏิหารย์ที่น่ายินดีอย่างที่สุด? สำหรับคุณแม่ของอากิระ และใครหลายๆคน
สำหรับผมมันไม่อาจถูกแทนด้วยคำพูดใดๆได้
เรื่องปวดร้าว
เจ็บช้ำ? ไม่เพียงพอ...
อย่างอแงและคิดว่าฉันทอดทิ้งนายนะ
อากิระ
แม้ว่าฉันจากไป
แต่ความรักของฉันจะอยู่กับนายตลอดไป..
End.